“คุณไม่ได้กำลังมองดูเงาตัวเองหรอกค่ะ ริน... คุณกำลังมองดู ‘ใครบางคน’ ที่กำลังพยายามสวมรอยเป็นคุณอยู่ต่างหาก”
เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์ดังแทรกเข้ามาในความเงียบงันของห้องทำงานที่แสงไฟสลัวสลาง ดับความเงียบที่กดทับรินมาตลอดทั้งชั่วโมง เธอไม่ตอบโต้ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริกสะท้อนภาพหน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่ตรงหน้า เงาในจอไม่ได้เลียนแบบท่าทางของเธอตามธรรมชาติ แต่มันกลับขยับเชื่องช้ากว่าจังหวะหายใจของเธอไปเพียงเสี้ยววินาที
รินยกมือขึ้นแตะกระจกเงาบานใหญ่บนผนังข้างโต๊ะทำงาน นิ้วเรียวสัมผัสผิวเย็นเฉียบ รอยแยกเล็กๆ ที่เริ่มปรากฏขึ้นบนพื้นผิวกระจกเมื่อวันก่อน บัดนี้ขยายตัวเป็นทางยาวราวกับรอยร้าวของหัวใจที่แตกสลาย มันไม่ได้เป็นเพียงรอยร้าวบนวัตถุ แต่เป็นรอยแยกที่ดูเหมือนจะลึกพ้นเข้าไปในมิติที่ไม่มีแสงสว่าง
“คุณเก็บเรื่องนี้ไว้ทำไมคะ อาคเนย์” รินถามโดยไม่หันกลับไปมอง เธอเห็นเงาสะท้อนของชายหนุ่มในกระจก เขากำลังยืนกอดอก พิงกรอบประตูด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายจนน่าขนลุก “คุณรู้อยู่แล้วว่าในกระจกนั่นไม่ใช่ฉัน... หรือจริงๆ แล้ว คุณคือคนที่เรียก ‘มัน’ ออกมากันแน่”
อาคเนย์ขยับยิ้ม—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เขาเดินเข้ามาใกล้จนรินรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขา “ความจำของคุณที่หายไป ไม่ได้หายไปเพราะอุบัติเหตุหรอกนะคะริน แต่มันหายไปเพราะ ‘ที่ว่าง’ ในหัวของคุณถูกจองไว้ให้คนอื่น... หรือควรจะเรียกว่า ‘ตัวตนอื่น’ ที่รอวันกลับมาทวงคืนที่ของมัน”
จังหวะนั้นเอง หน้าจอแท็บเล็ตที่รินวางทิ้งไว้ก็สว่างวาบขึ้นโดยไม่มีการแจ้งเตือน ภาพในจอไม่ได้แสดงผลเป็นหน้าแอปพลิเคชัน แต่มันแสดงภาพรินในห้องนี้ ในมุมมองที่ไม่มีกล้องตัวไหนจะถ่ายได้—มุมมองจากด้านหลังของเธอเอง!
รินสะดุ้งสุดตัวจนถอยหลังไปชนโต๊ะกระจก เสียงกริ๊กเบาๆ ของรอยร้าวที่ลามเพิ่มขึ้นบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ในจอภาพนั้น ‘รินอีกคน’ กำลังยื่นมือออกมาจากขอบหน้าจอ ปลายนิ้วสีซีดเซียวค่อยๆ กดทับลงบนกระจกหน้าจอจากด้านใน ราวกับกำลังพยายามทะลุผ่านเยื่อบางๆ ที่กั้นระหว่างโลกของเธอกับโลกของมัน
“ดูสิคะ มันหิวโหยแค่ไหน” อาคเนย์กระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจนรินใจหาย—มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “มันไม่ได้อยากแค่จะอยู่ข้างใน แต่มันอยากเปลี่ยนที่กับคุณ... อยากมีร่างกาย อยากสัมผัสความอบอุ่นที่ไร้ความหมายนั่น”
รินรวบรวมสมาธิ พยายามบังคับมือที่สั่นเทาไม่ให้ขยับไปตามแรงดึงดูดของสิ่งที่เห็นในจอ เธอหยิบรีโมทปิดโทรทัศน์ที่อยู่ใกล้ที่สุด หวังจะตัดการเชื่อมต่อจากสัญญาณที่บิดเบี้ยว แต่เมื่อหน้าจอดับลง ทุกพื้นผิวรอบตัวเธอกลับกลายเป็นกระจกเงาไปเสียสิ้น!
หน้าจอโทรทัศน์ที่มืดสนิทสะท้อนภาพของเธอก็จริง แต่เงานั้นไม่ได้ก้มหัวตามเธอ มันกลับจ้องมองเธอด้วยดวงตาที่เบิกกว้างเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและหิวโหย มันไม่ใช่ริน... รินในกระจกยิ้มกว้างจนมุมปากฉีกขาดออกเป็นแผลเหวอะหวะ มือที่ซีดเซียวของมันทุบกระจกจากด้านในจนเกิดเสียงดังโครมครามสนั่นหวั่นไหว
“คุณจำไม่ได้จริงๆ หรือคะ?” อาคเนย์เดินอ้อมมาตรงหน้าเธอ มือหนาคว้าข้อมือของรินไว้แน่นจนเธอรู้สึกเจ็บ “ริน... คนที่คุณพยายามหนีมาตลอดน่ะ ไม่ใช่ใครอื่นเลย แต่มันคือ ‘ตัวคุณเอง’ ที่คุณทิ้งไว้ในกระจกเมื่อห้าปีก่อนไงคะ”
ความทรงจำที่แตกเป็นเสี่ยงๆ พุ่งเข้าปะทะสมองของรินจนเธอต้องกรีดร้อง ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในห้องกระจกเงา ห้องที่รายล้อมไปด้วยความเงียบและความมืดมิด... หญิงสาวคนนั้นคือเธอเองที่ถูกอาคเนย์โน้มน้าวให้แลกเปลี่ยน ‘เงา’ เพื่อหนีจากความเจ็บปวดในอดีต แต่เขากลับทรยศเธอด้วยการผนึกเธอไว้ในโลกหลังกระจก แล้วปล่อยให้ ‘สิ่งที่อาคเนย์สร้างขึ้น’ มาสวมรอยใช้ชีวิตแทน
รินหันไปมองอาคเนย์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้
ในจังหวะที่เงาในหน้าจอทีวีพุ่งทะลุออกมาจนเศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น อาคเนย์กลับปล่อยมือจากข้อมือเธอแล้วเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าว รอยยิ้มสมเพชปรากฏบนใบหน้าเขาทันที
“ยินดีต้อนรับกลับสู่ความจริงนะคะ ริน... หรือจะเรียกว่า ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ ดีล่ะ?”
เงาสีดำทมิฬที่มีรูปร่างเหมือนรินทุกประการค่อยๆ ก้าวพ้นออกมาจากซากจอโทรทัศน์ มันไม่ได้เดิน แต่ดูเหมือนการเคลื่อนที่ของมันคือการกระตุกของภาพฟิล์มที่ชำรุด อาคเนย์หยิบกุญแจมือขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์แล้วล็อคเข้ากับข้อมือของรินที่ยังยืนงงงันอยู่กลางห้อง
“ฉันไม่ได้เก็บคุณไว้เพื่อรักษา แต่งานวิจัยของฉันคือการพิสูจน์ว่า... คนเราสามารถถูกแทนที่ด้วยเงาของตัวเองได้สมบูรณ์แค่ไหน และตอนนี้ดูเหมือนว่า ‘ตัวจริง’ อย่างคุณ คงต้องกลับเข้าไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่นะคะ”
อาคเนย์ผลักรินเข้าไปหาร่างเงาที่กำลังอ้าแขนรอรับเธออยู่ ท่ามกลางเสียงแก้วแตกที่ดังระงมไปทั่วทั้งบ้าน รินมองเห็นมือของตัวเองค่อยๆ โปร่งแสงและเลือนรางลงขณะที่เงานั้นเริ่มจับต้องร่างกายของเธอได้ มันกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูเธอด้วยเสียงที่เหมือนกับเสียงของเธอไม่มีผิดเพี้ยน
“ขอบคุณที่อดทนรอมานานนะคะ... ต่อไปนี้ ฉันจะใช้ชีวิตในส่วนของคุณให้มีความสุขที่สุดเอง”
กระจกทุกบานในห้องเริ่มร้าวพร้อมกันราวกับเสียงปรบมือต้อนรับการสลับตัวที่สมบูรณ์แบบ รินพยายามไขว่คว้าหาทางรอด แต่สิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นคือใบหน้าของอาคเนย์ที่ค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับความมืดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เขาวงกตแห่งตัวตนไปพร้อมกับดิฉันนะคะ - กระจกเงาต้องสาป
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 14
เงาที่อยากเป็นเจ้าของร่าง
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!