"ถ้าคุณยังดึงดันจะเปิดลิ้นชักนั้น... ริน ฉันเกรงว่าภาพที่คุณเห็น จะไม่ใช่แค่เรื่องเล่าของคนบ้าอีกต่อไปนะคะ"
น้ำเสียงของอาคเนย์ราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเคือง ทว่ามันกลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนทำให้ปลายนิ้วที่กำลังสั่นเทาของรินชะงักค้างอยู่เหนือหูจับโลหะสีทองเหลือง ปลายเล็บของเธอจิกเข้าหากันแน่นจนขึ้น
ห้องทำงานส่วนตัวของจิตแพทย์หนุ่มในยามวิกาลมีเพียงแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีส้มหม่น ส่องกระทบสันสันหนังสือการแพทย์และตำราจิตวิทยาที่เรียงรายแน่นขนัดราวกับซี่กรงขัง เงาทอด45องศาทาบทับลงบนใบหน้าของอาคเนย์ครึ่งซีก ทำให้ดวงตาคู่คมของเขาจมดิ่งอยู่ในความมืดมิด มีเพียงรอยยิ้มบางเบาตรงมุมปากที่เดาไม่ออกเลยว่าเขากำลังรู้สึกสนุกหรือกำลังเตือนด้วยความหวังดีกันแน่
รินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ความทรงจำสีเทาที่ขาดหายไปเป็นช่วงๆ เริ่มส่งเสียงกรีดร้องอยู่ในหัว เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าตู้เอกสารเหล็กเก่าคร่ำครึนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที สัญชาตญาณบางอย่างก็ร่ำร้องให้เธอต้องค้นหาความจริง—ความจริงที่อาคเนย์พยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มสุภาพนั้น
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำขู่ของคุณค่ะ, คุณอาคเนย์" รินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววหวาดระแวงแต่ก็ดื้อรั้นจนน่าประหลาด "ตลอดเวลาที่คุณทำทีเป็นรักษาอาการความจำเสื่อมของฉัน สิ่งที่คุณทำจริงๆ มันคือการรักษา... หรือเป็นการสะกดจิตเพื่อลบมันทิ้งกันแน่?"
อาคเนย์ถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้ขยับตัวหนีจากเก้าอี้หนังสีดำราคาแพง แต่กลับค่อยๆ ประสานมือเข้าด้วยกันบนตัก ดวงตาคู่ภายใต้กรอบแว่นโลหะมองตรงมายังร่างสั่นเทาของหญิงสาว ราวกับกำลังมองดูสัตว์ทดลองที่กำลังเดินเข้าสู่กรงขังด้วยความสมัครใจ
"ความทรงจำของคุณไม่ได้ถูกลบหรอกนะคะ ริน... มันแค่ถูกย้ายไปไว้อีกฝั่งหนึ่งของกระจกต่างหาก" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับกำลังกล่อมเด็ก "และถ้าคุณอยากรู้ว่ามันคืออะไรนักหนา เชิญค่ะ... เปิดมันดูสิ"
คำท้าทายนั้นทำเอารินชะงัก ปลายนิ้วที่ลังเลตัดสินใจกระชากลิ้นชักเหล็กออกอย่างแรง เสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ลอยคละคลุ้งออกมาทันที
ภายในลิ้นชักไม่ได้มีเศษเสี้ยวของคดีฆาตกรรมหรือประวัติการรักษาผู้ป่วยจิตเวชทั่วไปอย่างที่เธอจินตนาการไว้ แต่มันคือแฟ้มเอกสารหนาปึก ปกสีน้ำตาลเข้มที่มุมปกปราศจากชื่อผู้ป่วย มีเพียงรหัสตัวเลขชุดหนึ่ง และข้อความลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทที่อ่านแล้วชวนให้ขนลุกเกรียว
*‘ทฤษฎีตัวตนคู่ขนาน (Parallel Ego Theory) - เคส: ริน (รหัส 04)’*
รินหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอเปิดหน้าแรกออกอย่างช้าๆ แสงไฟสีส้มสาดส่องลงบนกระดาษแผ่นแรก ภาพถ่ายโพลารอยด์หลายใบถูกเสียบไว้ด้วยคลิปหนีบกระดาษ หัวใจของเธอกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น
มันคือภาพถ่ายของตัวเธอเอง... ไม่สิ ไม่ใช่ตัวเธอในปัจจุบัน
ในภาพแรก ผู้หญิงคนนั้นมีแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดกลัว สวมชุดกาวน์แพทย์ยืนอยู่หน้าบานกระจกเงาขนาดใหญ่ที่ไม่มีเงาสะท้อนของตัวเธอเองสะท้อนกลับมา แต่กลับมีเงาของใครอีกคน—เงาที่หน้าตาเหมือนเธอทุกกระเบียดนิ้ว ทว่ากำลังฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหูจากอีกด้านหนึ่งของกระจก
รินกวาดสายตาอ่านข้อความบันทึกการวิจัยด้วยความเร็วสูง สมองของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลที่บ้าคลั่งเกินกว่ามนุษย์ปกติจะยอมรับได้
*‘...จากการทดลองกระตุ้นคลื่นสมองด้วยสนามแม่เหล็กและการสะกดจิตเชิงลึก พบว่าจิตสำนึกของมนุษย์ไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว เมื่อสภาวะจิตใจแตกสลาย จิตใต้สำนึกจะสร้าง “ตัวตนคู่ขนาน” ขึ้นมาเพื่อรองรับความเจ็บปวด ตัวตนนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ในมิติอื่น แต่มันอาศัยอยู่ “หลังกระจก” ทุกบานที่มนุษย์มองผ่าน และในกรณีของริน... เธอมิได้สูญเสียความทรงจำ แต่รินตัวจริงได้สลับขั้วกับตัวตนในกระจกเมื่อสามปีก่อน...’*
กระดาษในมือร่วงหล่นลงพื้นทีละแผ่น เสียงกระดาษปลิวว่อนราวกับใบไม้ร่วงในฤดูใบไม้ร่วง รินหอบหายใจถี่กระชั้น ศีรษะของเธอปวดแปลบราถูกเข็มเล่มใหญ่ทิ่มแทง ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอไหลทะลักเข้ามาในหัว—ภาพที่เธอทุบกระจก ภาพที่มือของเธอทะลุผ่านพื้นผิวเย็นเฉียบ และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังมาจากข้างในนั้น
"ไม่จริง..." รินพึมพำ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เธอยกมือขึ้นกุมขมับ "ฉันคือริน... ฉันคือคนจริงๆ ไม่ใช่เงา... คุณแต่งเรื่องพวกนี้ขึ้นมา! คุณหลอกฉัน อาคเนย์!"
อาคเนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นห้องทำงานดังสะท้อน เขาเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม แววตาของเขาไม่มีความเห็นใจเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความอยากรู้อยากเห็นของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังเฝ้ามองปฏิกิริยาเคมีขั้นสุดท้าย
"ฉันไม่ได้หลอกคุณเลยสักนิดนะคะ, ริน" อาคเนย์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อจากตัวเขายิ่งทำให้รินรู้สึกคลื่นไส้ "คุณลองก้มลงมองที่พื้นสิคะ... หรือไม่ก็เงยหน้าขึ้นมองกระจกบานใหญ่ด้านหลังฉันดูสิ"
รินตัวแข็งทื่อ เธอไม่กล้าขยับ ไม่กล้าแม้แต่จะก้มลงมองตามที่เขาบอก แต่สายตากลับเหลือบไปมองเงาสะท้อนบนบานกระจกเงาบานยักษ์ที่ติดอยู่ผนังห้องโดยไม่ตั้งใจ
ในกระจกนั้น... อาคเนย์กำลังยืนกอดอกมองตรงมาที่เธอ
แต่อาคเนย์ตัวจริงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้ กลับไม่ได้กอดอกเลยสักนิด เขากำลังยกมือขึ้น... เอื้อมมือมาแตะที่ปลายคางของเธอด้วยปลายนิ้วที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็กรีดดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่แง้มออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องทำงานมืดทึบนี้
ผู้หญิงคนนั้นสวมเสื้อผ้าชุดเดียวกับรินทุกประการ มีรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่หางคิ้วข้างเดียวกัน และกำลังส่งยิ้มเย็นเยียบให้เธอก่อนจะเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าเสียงของตัวเธอเอง
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ... ตัวฉัน"
- กระจกเงาต้องสาป -
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 15
ทฤษฎีตัวตนคู่ขนาน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!