“อย่าตอบมัน… ริน ได้ยินไหมว่าอย่าตอบมัน!”
เสียงตะคอกของอาคเนย์ดังแทรกเข้ามาในความเงียบงันที่กดทับโสตประสาทของรินจนแทบระเบิด มือหนาของเขาบีบไหล่เธอไว้แน่นจนสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากปลายนิ้ว รินหอบหายใจถี่ ดวงตาของเธอพร่าเลือน ภาพของเงาสีดำมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยยังคงติดตา ไม่ใช่ในฐานะภาพหลอน แต่มันคือความเป็นจริงที่กำลังคืบคลานเข้ามาในมิติที่เธออาศัยอยู่
“มันไม่ได้ใช้เสียง แต่มันใช้ ‘ตัวตน’ ของเราในการสื่อสาร” รินพึมพำ น้ำเสียงของเธอแหบแห้งและสั่นเทา เธอหันไปมองกระจกเงาบานเก่าที่ตั้งอยู่มุมห้อง—กระจกที่ควรจะสะท้อนเงาของเธอ แต่บัดนี้ พื้นผิวของมันกลับขุ่นมัวคล้ายกับหยดหมึกที่กำลังละลาย “มันบอกว่า… ทุกรอยแยกที่เกิดขึ้น คือส่วนหนึ่งของชิ้นส่วนที่ฉันทำหายไป”
อาคเนย์ปล่อยมือจากไหล่เธอ เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันในห้องมืดสลัวทำให้ใบหน้าของเขาดูซีกหนึ่งมืดมิด ซีกหนึ่งซีดเผือด “เธอจำได้ไหมว่าเธอเคยเป็นใครก่อนที่จะมาที่นี่”
รินนิ่งเงียบ เธอจ้องมองรอยแตกบนกระจกที่ขยายตัวขึ้นเหมือนใยแมงมุม “ฉันจำได้แค่ความมืด ความรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในคุกที่ผนังทำจากกระจกเงา และเสียงสะท้อนของตัวฉันเองที่ร้องไห้… อาคเนย์ ถ้าฉันคือคนสร้างมันขึ้นมา ถ้ากระจกบานนี้คือบาดแผลในจิตใจของฉัน การตามหาจุดกำเนิดก็เท่ากับการฆ่าตัวตายไม่ใช่เหรอคะ”
“บางทีการตายในกระจก อาจจะหมายถึงการได้ตื่นขึ้นในโลกความเป็นจริงก็ได้นะ” เขากล่าวประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ฟังดูราวกับคำพยากรณ์
รินไม่รอช้า เธอหยิบสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนปริศนาขึ้นมา การเดินทางครั้งนี้ไม่มีแผนที่ ไม่มีเข็มทิศ มีเพียง ‘ความเชื่อมโยง’ ที่แฝงอยู่ในความทรงจำที่แตกสลาย เธอเดินตรงไปยังประตูห้องใต้ดินซึ่งเป็นจุดที่พลังงานสีดำไหลเวียนรุนแรงที่สุด บรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนแปลง อากาศรอบตัวกลายเป็นไอเย็นจัดจนลมหายใจของเธอกลายเป็นควันสีเทา
ทันใดนั้น บานประตูไม้ที่ควรจะล็อกแน่นหนากลับแง้มเปิดออกเอง เผยให้เห็นทางเดินที่ทอดยาวลงสู่ความลึกที่ไร้แสงสว่าง รินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้สึกได้ว่าเงาของเธอเองบนพื้นเริ่มขยับเขยื้อนผิดธรรมชาติ มันไม่ได้ทอดตัวตามทิศทางของแสง แต่มันกำลังบิดเบี้ยวและพยายามจะหลุดลอกออกจากร่างของเธอ
“จำไว้นะริน” เสียงของอาคเนย์แว่วมาจากด้านหลัง ราวกับเขาอยู่ไกลออกไปคนละฟากโลก “เมื่อถึงจุดกำเนิด อย่าสบตากับสิ่งที่สะท้อนออกมา… เพราะนั่นไม่ใช่เงา แต่เป็น ‘คุณ’ อีกคนที่มีความปรารถนาจะแทนที่ตัวตนปัจจุบันของคุณอย่างสมบูรณ์”
รินก้าวเดินลงไปตามบันไดหิน รอยร้าวบนผนังกระจกที่ประดับอยู่ตามทางเดินเริ่มขยายตัวและเปล่งแสงสีม่วงหม่น เธอเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงโถงกว้างที่ใจกลางห้องมีกระจกบานมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ มันไม่ใช่กระจกธรรมดา แต่เป็นกระจกเงาที่ไร้เงาสะท้อน—ในนั้นว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง
เธอวางมือลงบนพื้นผิวเย็นเยียบของกระจกทันทีที่นิ้วสัมผัส ความทรงจำทั้งหมดที่เคยหายไปก็หลั่งไหลเข้ามาดั่งเขื่อนแตก ภาพของตัวเธอเองในวัยเด็กที่กำลังหัวเราะเยาะกระจกเงา ภาพของเด็กสาวอีกคนที่ถูกผลักให้เข้าไปอยู่ในอีกด้านหนึ่งของกระจก และภาพของอาคเนย์ในชุดกาวน์สีขาวที่ยืนมองเหตุการณ์นั้นด้วยรอยยิ้มสมเพช
ความจริงที่เธอกลัวที่สุดไม่ได้อยู่ที่เงาตรงหน้า แต่อยู่ที่สิ่งที่เธอเพิ่งมองเห็นในเงาสะท้อนจางๆ ของกระจก
อาคเนย์ที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอในความเป็นจริง… ไม่มีเงาตกกระทบบนพื้นดิน
เขาก้าวเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เย็นชาและทรงอำนาจ “ดูเหมือนความทรงจำที่หายไปจะหวนคืนมาแล้วสินะริน หรือควรจะเรียกว่า… การสลับร่างที่สมบูรณ์แบบดีล่ะ?”
รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงค่อยๆ แทรกซึมออกมาจากร่างของอาคเนย์ ก่อนที่มันจะโน้มตัวลงมาหาเธอ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอดับวูบ
“ขอบใจที่พาฉันกลับมา… ในร่างที่ยังมีลมหายใจนี้ ริน”
ฝากติดตามรอยแยกที่กำลังจะกลืนกินทุกอย่างในตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมากับความมืดมิดในกระจกเงาค่ะ
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 21
การเดินทางสู่รอยแยก
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!