"คุณไม่ได้ทำของตกไว้หรอกค่ะ ริน... เพราะตั้งแต่แรก ของสิ่งนั้นไม่ใช่ของคุณ"
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวล ราวกับเสียงกระซิบของมารดาที่กำลังขับกล่อมทารก แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัสของรินจนชาหนึบ สัมผัสจากมือปริศนาจำนวนมากที่เคยเลื้อยพันอยู่ตามต้นคอและลำตัวเมื่อครู่ มลายหายไปในพริบตา ราวกับควันสีเทาที่ถูกลมพัดเป่า เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่เหน็บหนาวจนกระดูกสะท้าน
รินยืนแข็งทื่ออยู่กลางห้องรับแขกของบ้านที่เธอเคยคิดว่ามันคือ ‘บ้านของเธอเอง’
ตรงหน้าเธอ... ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ อาคเนย์กำลังยืนเคียงข้างกับ ‘รินอีกคน’ ผู้หญิงที่มีรอยยิ้มพิมพ์ใจ ดวงตาคู่เดียวกัน เรือนร่างที่สวมชุดแบบเดียวกันทุกกระเบียดนิ้ว แต่ทว่า... รัศมีรอบตัวเธอกลับเปล่งประกายความมั่น
มั่นคงและเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในมือของรินตัวปลอม—หรือใครกันแน่ที่เป็นตัวปลอม—กำลังถือพวงกุญแจรถและกุญแจบ้านสำรองที่รินเพิ่งควานหาในกระเป๋าเสื้อเมื่อครู่ มันถูกฉวยไปจากเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีใครรู้ รู้ตัวอีกที มันก็ไปอยู่ในมือของอีกฝ่ายเสียแล้ว
"อาคเนย์..." รินเปล่งเสียงเรียกชื่อนั้นออกมาอย่างยากลำบาก ลำคอของเธอแห้งผากราวกับถูกโรยด้วยทราย "คุณก็เห็น... คุณมองฉันสิ ฉันคือริน... คนที่คุณรู้จัก"
อาคเนย์หันไปมอง ‘ริน’ ที่ยืนอยู่ข้างกาย เขายื่นมือออกไปโอบไหล่บอบบางนั้นด้วยความคุ้นเคยและทะนุถนอม รอยยิ้มที่เขามอบให้ผู้หญิงคนนั้น เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจ... รอยยิ้มแบบที่เขาไม่เคยส่งให้รินผู้ยืนอยู่นอกวงโคจรนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
"รินครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง คุณรินคะ" อาคเนย์ปรายตามองเธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชา ราวกับเธอนั้นเป็นเพียงแขกแปลกหน้าที่ไร้มารยาท ซึ่งกำลังสร้างความวุ่นวายในงานเลี้ยงส่วนตัว "คุณควรยอมรับความจริงได้แล้วนะคะ ว่าการมีตัวตนอยู่ของคุณในบ้านหลังนี้ มันสร้างความอึดอัดให้กับทุกคนมากแค่ไหน"
"ทุกคน?" รินทวนคำ หัวใจของเธอดิ่งวูบลงเหวลึก เธอหันขวابมองไปรอบตัว ชายคาบ้านที่เธอเคยใช้ชีวิต ผนังสีครีมที่เธอเลือกเองกับมือ หน้าต่างบานที่เธอชอบนั่งมองสายฝน... บัดนี้ ทุกสายตาที่มองมาจากมุมมืดของห้อง ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านเก่าแก่ หรือแม้แต่เพื่อนบ้านที่แวะเวียนมา ต่างพากันพยักหน้ารับคำพูดของอาคเนย์
พวกเขามองเธอด้วยสายตาเดียวกัน สายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ การปฏิเสธ และความหวาดระแวง ราวกับเธอด่างพร้อย ราวกับเธอคือเชื้อโรคที่แปลกปลอมเข้ามาในร่างกายที่สะอาดบริสุทธิ์
"ใช่ค่ะ ทุกคน" รินตัวปลอมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอกังวานใส ไพเราะ และมั่นใจอย่างยิ่งยวด เธอเดินเข้ามาใกล้รินช้าๆ กลิ่นกายของเธอกลิ่นเดียวกับริน... กลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นฝนจางๆ แต่มันกลับหอมหวานชวนคลื่นไส้มากกว่า "เธอควรจะดีใจนะคะ ที่เงาอย่างเธอได้มีโอกาสออกมารับรู้โลกภายนอกนานขนาดนี้ แต่ตอนนี้... ถึงเวลาที่เธอต้องกลับเข้าไปในที่ที่เธอควรอยู่แล้วค่ะ"
"ไม่... ฉันไม่ใช่เงา!" รินกรีดร้อง เสียงของเอร์แหลมสูงและสั่นเครือ เธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็งที่ปิดสนิท "พวกคุณถูกหลอก! ผู้หญิงคนนั้น... หล่อนไม่ใช่ฉัน หล่อนคือตัวประหลาดที่สวมรอย..."
"พอได้แล้วค่ะริน" อาคเนย์ตัดบท น้ำเสียงของเขาเฉียบขาดราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนผิวเนื้อ "ไม่มีใครถูกหลอกทั้งนั้น ยกเว้นตัวคุณเองที่พยายามปฏิเสธความจริงมาตลอดว่า สมองที่เสียหายจากอุบัติเหตุครั้งนั้น มันสร้างภาพหลอนและตัวตนจอมปลอมขึ้นมาเพื่อปกป้องปมด้อยของคุณเอง"
คำพูดของจิตแพทย์หนุ่มราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางศีรษะของริน
ความทรงจำชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายเริ่มไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว อุบัติเหตุบนถนนสายเปลี่ยว... เสียงกระจกรถที่แตกละเอียด... และภาพของเงาในกระจกที่เคลื่อนไหวไม่ตรงกับเธอ รินพยายามปะติดปะต่อมัน แต่มันกลับบิดเบี้ยวและเจ็บปวดเสียจนเธอต้องยกมือขึ้นกุมขมับ
"ไม่ใช่... มันไม่ใช่เรื่องจริง..." รินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นไม้เนื้อเย็นเฉียบ หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความคับแค้นใจ เธอกลายเป็นคนไร้บ้านในบ้านของตัวเองได้อย่างไร? เธอกลายเป็นคนแปลกหน้าในร่างของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่?
"เชิญค่ะ" รินตัวปลอมยืนค้ำหัวเธอ สายตาก้มมองลงมาด้วยความสมเพชเวทนาที่ถูกปรุงแต่งขึ้นอย่างแนบเนียน พวงกุญแจในมือถูกโยนลงมาตกกระทบพื้นแทบเท้าของริน เสียงเหล็กกระทบพื้นดัง *เคร้ง* บาดลึกเข้าไปในความรู้สึก "กระเป๋าเดินทางของคุณ ถูกวางไว้ที่ระเบียงนอกบ้านเรียบร้อยแล้วค่ะ และหวังว่า... เราคงไม่ต้องพบกันอีกนะคะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับแขกชั่วขณะ ไม่มีใครยื่นมือมาช่วย ไม่มีใครส่งสายตาเห็นใจ มีเพียงความกดดันมหาศาลที่บีบอัดจนรินแทบหายใจไม่ออก อาคเนย์หันหลังให้เธออย่างไร้เยื่อใย เขาเดินไปโอบเอวรินตัวปลอม พาเดินหายลับเข้าไปในห้องโถงด้านใน ทิ้งให้เธอนั่งเคว้งคว้างอยู่บนพื้นห้องที่เธอเคยเรียกว่า ‘วิมาน’
รินกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด รสชาติเค็มปร่าของน้ำตาผสมปนเปอยู่ริมฝีปาก ความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงสีดำที่แผดเผาในอก เธอไม่ใช่คนยอมแพ้ง่ายๆ หากพวกมันต้องการขับไล่เธอออกไป เธอก็จะสู้จนถึงที่สุด แม้ว่าร่างตรงหน้าจะมีหัวใจและลมหายใจเหมือนเธอก็ตาม
มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบพวงกุญแจบนพื้นขึ้นมา กำมันไว้แน่นจนคมกุญแจแทงทะลุฝ่ามือ เลือดสีแดงสดซึมไหลออกมาหยดลงบนพื้นไม้เป็นวงกว้าง รินสูดลมหายใจเข้าลึก พยุงร่างอันบอบช้ำของตัวเองให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ
เธอเดินออกไปที่ระเบียงด้านนอกตามคำบอกเล่า กระเป๋าเดินทางใบโตสีดำถูกวางตั้งไว้ที่มุมอับสายตา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่ท้องฟ้าไร้ดาว มีเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมถนนสาดส่องเข้ามา รินลากกระเป๋าเดินลงจากบันไดบ้านทีละก้าว หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวอนาคตอันมืดมนเบื้องหน้า
ทว่า... ในวินาทีที่เธอก้าวพ้นรั้วบ้านออกไป และหันกลับมามองหน้าต่างห้องนอนชั้นสองของบ้านหลังนั้น
รินต้องหยุดชะงัก ฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ที่กระจกบานใหญ่ของห้องนอนชั้นสอง...
แสงไฟภายในห้องสว่างวาบขึ้นมา เผยให้เห็นเงาร่างของคนสองคนที่กำลังยืนแนบชิดติดกระจก อาคเนย์และรินตัวปลอมกำลังมองลงมาที่เธอด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของรินจับตัวเป็นน้ำแข็ง
เพราะสิ่งที่สะท้อนอยู่บนกระจกบานนั้น... ด้านหลังของอาคเนย์และรินตัวปลอม ไม่มีเงาของมนุษย์อยู่เลยแม้แต่เงาเดียว
มีเพียงเงาลึกดำมืดขนาดมหึมา ที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงกำลังจ้องมองตรงมาที่เธอ และริมฝีปากของเงานั้นกำลังขยับเอื้อนเอ่ยประโยคที่ดังก้องเข้ามาในโสตประสาทของรินโดยไม่ต้องใช้เสียง
*“ขอบคุณที่คืนร่างให้ฉันนะ... ตัวจริงของฉัน”*
จากใจนักเขียน... "กระจกเงาต้องสาป" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทนี้นะคะ
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 20
เงาที่ยึดครองบ้าน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!