"คุณชื่ออะไรคะ?"
เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์ยังคงกังวานอยู่ในโสตประสาท มันเป็นน้ำเสียงที่นุ่มนวลราวกับกำมะหยี่ที่เคลือบไว้ด้วยเข็มพิษ รินนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมตัวเดิมในห้องทำงานของเขา กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศจนเธอรู้สึกเหมือนปอดกำลังถูกบีบคั้น
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ชายหนุ่มกำลังหยิบปากกาหมึกซึมด้ามสีดำสนิทขึ้นมาหมุนเล่น แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนบนเลนส์แว่นตาของเขาจนปิดบังดวงตาที่แท้จริงเอาไว้
"ริน... ฉันชื่อริน" เธอตอบ เสียงของเธอแหบพร่าและเบาหวิวราวกับจะขาดใจ
"ริน... อย่างนั้นหรือ?" อาคเนย์เอียงคอเล็กน้อย มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้รินขนลุกชัน "ลองสะกดดูสิคะ"
รินอ้าปากค้าง ความเงียบงันเริ่มขยายตัวเข้าครอบงำห้องทั้งห้อง ชื่อที่เคยติดอยู่ที่ริมฝีปากกลับเลือนหายไปเหมือนหมอกควันที่ถูกลมพัดผ่าน เธอพยายามจะนึกถึงตัวอักษรสามตัวนั้น แต่มันกลับพร่าเลือน กลายเป็นเพียงเส้นสายที่ไร้ความหมายบนหน้ากระดาษในความทรงจำ
"ฉัน... ร... อ... อะ... น..." เธอเริ่มสั่นสะท้าน มือทั้งสองข้างจิกแน่นเข้าหากันจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความวิตกกังวลพุ่งพล่านจนลมหายใจติดขัด
"เห็นไหมคะ?" อาคเนย์ก้าวเข้ามาใกล้ เขาโน้มตัวลงจนลมหายใจอุ่นๆ รดที่ข้างใบหูของเธอ "ความทรงจำมันเป็นแค่ภาระ มันเป็นเพียงเศษซากของตัวตนที่คุณไม่เคยต้องการ เมื่อคุณจำชื่อตัวเองไม่ได้ สิ่งที่คุณเป็นในอดีตก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป ตอนนี้... คุณคือผืนผ้าใบว่างเปล่าที่รอให้ฉันเติมเต็ม"
รินถอยกรูดไปจนสุดขอบเก้าอี้ ดวงตาเบิกโพลงมองชายตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวที่ปนเปไปกับความสับสน เธอจำใบหน้าของผู้หญิงในกระจกได้ แต่เธอเริ่มจำไม่ได้แล้วว่าผู้หญิงคนนั้นคือใครกันแน่ เธอคือริน? หรือเธอเป็นเพียง 'ภาชนะ' ที่อาคเนย์กำลังหล่อหลอมขึ้นมาใหม่?
"คุณทำอะไรกับฉัน?" เธอเค้นเสียงถาม ทั้งที่ในใจรู้ดีว่าคำตอบนั้นจะยิ่งทำให้เธอดิ่งลึกลงไปในความมืดมิด
อาคเนย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่เดินไปที่ผนังห้องซึ่งเต็มไปด้วยกระจกเงาขนาดใหญ่ เขาเคาะกระจกเบาๆ เสียงดังกังวานก้องไปทั่วห้อง ก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าเธอ
"ลุกขึ้นสิคะ เรายังมีงานต้องทำอีกเยอะ"
รินลุกขึ้นเดินตามเขาไปอย่างเลื่อนลอย ราวกับถูกสะกดจิต ภาพเงาในกระจกค่อยๆ ปรากฏขึ้น แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น เงาในกระจกไม่ได้ทำท่าทางตามเธอ มันยืนนิ่ง ดวงตาของเงาในกระจกค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงออกมา
'อย่าเชื่อเขา...'
รินขยี้ตาแรงๆ พยายามปฏิเสธภาพหลอนนั้น แต่อาคเนย์กลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของเธอ แรงกดนั้นหนักอึ้งและเด็ดขาด
"ความจริงที่เห็นในกระจกน่ะ มันเป็นแค่รอยแยกของจิตใจคุณเองนะคะริน... เอ๊ะ หรือจะให้ฉันเรียกว่าอะไรดีนะ? ในเมื่อชื่อของคุณมันหลุดหายไปจากสมองคุณเองแล้วแบบนี้"
รินรู้สึกว่าตัวตนของเธอค่อยๆ ปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ความทรงจำเกี่ยวกับแม่ เกี่ยวกับบ้าน หรือแม้แต่กลิ่นอายของวันที่ฝนตก ทุกอย่างกำลังถูกลบเลือนไปราวกับตัวหนังสือที่ถูกยางลบถูไถจนกระดาษขาดวิ่น เธอเริ่มจำไม่ได้แล้วว่าวันนี้คือวันที่เท่าไหร่ หรือเธอเดินเข้ามาในห้องนี้ด้วยเหตุผลอะไร
"ฉันไม่ใช่อะไรทั้งนั้น" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้ม "ฉันไม่ใช่ใครเลย"
"นั่นแหละค่ะ... ดีมาก" อาคเนย์ดึงเธอเข้ามาโอบกอดไว้แน่น อ้อมกอดของเขาเย็นเยียบและแข็งกระด้างราวกับรูปปั้น "ในเมื่อคุณไม่ใช่ใครเลย คุณก็เป็นของฉันได้อย่างสมบูรณ์แบบเสียที"
ทันใดนั้นเอง ไฟในห้องก็ดับพรึบลง ความมืดมิดเข้าจู่โจมประสาทสัมผัสทุกส่วน ในความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว รินได้ยินเสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดดังมาจากด้านหลัง... ไม่ใช่เสียงของอาคเนย์ แต่มันคือเสียงของตัวเธอเอง
*“อย่าหันไป... เขาไม่ได้มีแค่ร่างเดียว”*
รินแข็งทื่อ มือที่โอบกอดเธออยู่ตอนนี้ไม่ได้มีแค่สองข้าง แต่มันมีมากถึงสี่... แปด... หรืออาจจะมากกว่านั้นที่กำลังลูบไล้อยู่ตามต้นคอและลำตัวของเธอ อาคเนย์ที่เธอรู้จักหายไปไหน? และสิ่งที่กำลังโอบกอดเธออยู่นี้คืออะไรกันแน่? ความกลัวทำได้เพียงทำให้เธอหยุดหายใจ ขณะที่มือปริศนาเหล่านั้นเริ่มควานหาบางอย่างในกระเป๋าเสื้อของเธอ... สิ่งที่เป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่เหลืออยู่เพื่อยืนยันว่าเธอ 'ยังมีตัวตน'
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมนนี้ด้วยกันนะคะ
กระจกเงาต้องสาป
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 19
การสูญเสียตัวตนทีละน้อย
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!