"คุณไม่ได้แค่รักษาสมองของฉัน อาคเนย์... คุณกำลังพยายามลบตัวตนของฉันทิ้งไปใช่ไหมคะ?"
น้ำเสียงของรินสั่นพร่าขณะที่เธอกระแทกแก้วไวน์ลงบนโต๊ะไม้โอ๊คจนเกิดเสียงดังสนั่น ของเหลวสีแดงฉานกระฉอกเปรอะเปื้อนขอบแก้วราวกับคราบเลือดที่เพิ่งผ่านการสังหาร แสงไฟจากโคมระย้าเหนือศีรษะแกว่งไกวทอดเงาบิดเบี้ยวของเขาทาบลงบนร่างของเธอ เหมือนปีศาจที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อในกรงขัง
อาคเนย์ยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลาย เขาค่อยๆ วางเอกสารปึกหนาลงบนโต๊ะ ก่อนจะขยับกายเข้าใกล้จนรินได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไอของน้ำยาฆ่าเชื้อที่ฝังลึกอยู่ในรูขุมขนของเขา
"นิยามของคำว่า 'รักษา' สำหรับคุณคืออะไรหรือริน?" เขาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่กดทับหัวใจคนฟังจนแทบหายใจไม่ออก "ถ้าความทรงจำของคนคนหนึ่งมันคือขยะที่กัดกินสมอง... การทิ้งขยะชิ้นนั้นไป เพื่อให้คนคนนั้นได้มีชีวิตใหม่ที่สะอาดหมดจด... มันคือความผิดบาป หรือมันคือความเมตตาที่วิเศษที่สุดกันแน่"
รินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเย็นเยียบ "ชีวิตใหม่? หรือร่างภาชนะใหม่สำหรับใครบางคน?"
อาคเนย์ไม่ได้หลบเลี่ยงสายตา เขาเพียงแต่ยิ้ม... ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ผมไม่เคยโกหกคุณ ริน ผมแค่เลือกที่จะเก็บความจริงบางอย่างไว้ในที่ที่ปลอดภัยกว่าสมองอันบอบบางของคุณ"
เขาหยิบรีโมทตัวเล็กขึ้นมากด สิ่งที่ฉายขึ้นบนผนังห้องไม่ใช่ภาพจำลองทางการแพทย์ทั่วไป แต่มันคือภาพสแกนสมองที่ซ้อนทับกันสองชุด ชุดหนึ่งมีรอยแหว่งโหว่ดั่งหลุมดำ อีกชุดหนึ่งกลับเต็มไปด้วยกระแสประสาทที่สว่างไสวเหมือนดวงดาวในจักรวาล
"อาการของคุณไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ" อาคเนย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเริ่มหนักแน่นและบ้าคลั่งในแบบที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน "มันคือการทดลอง... การย้ายจิตสำนึกเพื่อรักษาโรคเสื่อมถอยของสมอง ผมกำลังทำสิ่งที่โลกนี้ตราหน้าว่านอกรีต เพื่อให้เราสองคน... หรืออย่างน้อยก็ตัวตนที่แท้จริงของคุณ ได้คงอยู่ตลอดไป"
มือของรินเย็นเฉียบ เธอพยายามขยับเท้าเพื่อจะถอยห่าง แต่กลับพบว่าตนเองไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อขาได้ ราวกับว่ามีเข็มจำนวนนับไม่ถ้วนปักลงบนเส้นประสาทของเธอ นี่มันไม่ใช่การพูดคุยธรรมดา นี่คือกับดักที่เขาวางไว้ตั้งแต่วินาทีที่เธอก้าวเข้ามาในห้องนี้
"คุณ... คุณทำอะไรกับร่างกายฉัน?" เธอเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาด
"ไม่ใช่แค่ร่างกายหรอกริน" อาคเนย์ลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟจนเหลือเพียงความมืดมิดที่โอบล้อมเธอไว้ "ผมกำลังถ่ายโอน 'ริน' คนเดิมที่แตกสลาย ไปสู่ร่างสำรองที่ผมสร้างขึ้นมาอย่างประณีต เพื่อที่รินคนใหม่... คนที่จะรักผมอย่างไร้เงื่อนไข จะได้ครองร่างนี้แทนที่ตัวตนเดิมที่คอยแต่จะตั้งคำถาม"
ความกลัวแล่นปราดไปทั่วร่าง เมื่อรินเห็นเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ฝั่งตรงข้าม ไม่ใช่แค่เธอที่กำลังสั่นไหว แต่ในเงาสะท้อนนั้น... เธอเห็นใบหน้าของใครอีกคนที่ไม่ใช่ตัวเอง ใบหน้าที่ซีดเผือดและดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวแบบเดียวกัน แต่ทว่ากลับดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
เธอมองเห็นตัวเอง... อีกคนหนึ่ง... ที่กำลังยืนร้องไห้อยู่หลังแผ่นกระจกนั้น
"คุณไม่ได้รักษาสมองของฉัน" รินกระซิบ น้ำตาไหลพราก "คุณกำลังขังฉันไว้ในกระจก แล้วดึงเอาสิ่งแปลกปลอมเข้ามาแทนที่"
อาคเนย์ยิ้มละไม มือหนาเอื้อมมาลูบแก้มของเธออย่างอ่อนโยน ทว่าสัมผัสนั้นกลับเย็นเยียบเหมือนศพที่ไร้วิญญาณ "คุณเข้าใจผิดไปหน่อยคนดี... ผมไม่ได้ขังคุณไว้ในกระจก แต่ผมกำลังจะทำลายกระจกบานนั้นทิ้ง เพื่อให้เงาของคุณกับตัวตนของคุณหลอมรวมเป็นหนึ่ง... ในร่างที่ไม่มีวันทรยศผมอีกต่อไป"
เขากดปุ่มบนแผงควบคุมที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับพรึบ เหลือเพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากเครื่องจักรที่ตั้งอยู่มุมห้อง เสียงเครื่องยนต์ครางต่ำดังสนั่นก้องอยู่ในโสตประสาท รินรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านในสมอง ราวกับมีกระแสไฟฟ้าหมื่นโวลต์กำลังฉีกทึ้งความทรงจำของเธอออกเป็นชิ้นๆ
ในวินาทีที่สติของเธอเริ่มเลือนหายไป รินเหลือบไปเห็นบางอย่างบนโต๊ะทำงานของอาคเนย์... มันคือแฟ้มประวัติผู้ป่วยที่มีชื่อของเธอแปะอยู่ แต่ทว่าในหน้าถัดไป... กลับมีภาพถ่ายของผู้หญิงอีกสิบคนที่มีใบหน้าเหมือนกับเธอราวกับพิมพ์เดียวกัน พร้อมกับวันที่และเวลาที่พวกเธอเหล่านั้น 'เสียชีวิต'
และบรรทัดสุดท้ายที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของอาคเนย์คือ... *'ตัวอย่างที่ 11: สมบูรณ์แบบที่สุด'*
รินพยายามตะโกน แต่เสียงของเธอกลับหายไปในลำคอ เมื่อเธอเห็นเงาของตัวเองในกระจกค่อยๆ ก้าวทะลุผ่านออกมาจากผิวแก้วด้วยท่าทางที่บิดเบี้ยว ดวงตาของร่างนั้นจ้องมองมาที่เธอด้วยความโหยหา พร้อมกับนิ้วเรียวยาวที่ค่อยๆ บีบลงบนลำคอของเธอเองจากอีกฝั่งหนึ่งของมิติ
อาคเนย์เดินเข้ามาใกล้กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดในชีวิต "ไม่ต้องกลัวนะ... เพราะนับจากวินาทีนี้ไป คุณจะไม่ต้องมีความทรงจำที่น่ารังเกียจพวกนั้นอีกแล้ว เพราะคุณจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่... ในฐานะของฉัน"
หวังว่าความจริงที่เผยออกมาในบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนแทบหยุดหายใจนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับกระจกเงาต้องสาปค่ะ
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 18
กับดักของคนรัก
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!