กลิ่นอายความอับชื้นผสมกลิ่นยาฆ่าเชื้อโชยปะทะนาสิก ทันทีที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของอาคเนย์แตะลงบนท่อนแขนของเธอ รินสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านเส้นประสาท ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดแล่นพล่านขึ้นมาจากสันหลังจนขนลุกชัน เธอชักแขนกลับตามสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความหวาดระแวงระคนหวาดกลัว ทว่าลึก ๆ ในใจกลับมีเสียงกระซิบอันเลือนรางที่เธอพยายามกลบฝังมาเนิ่นนานร่ำร้องหาความปลอดภัยจากเขา คนที่เธอกำลังสงสัยว่าเป็นผู้พรากอดีตของเธอไป
"อย่าเข้ามานะ!" รินถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเยียบ ความมืดสลัวในห้องทำงานของอาคเนย์มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงายาวทาบทับใบหน้าครึ่งซีกของเขา ทำให้รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูบิดเบี้ยวและยากจะคาดเดาความหมาย
แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงบนแฟ้มประวัติสีเทาที่เปิดคาไว้ เผยให้เห็นรอยหมึกปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินที่เขียนทับชื่อของเธอเองทับแล้วทับเล่าจนกระดาษเปื่อยยุ่ย รินจำลายมือนี้ได้แม่นยำ มันคือลายมือเดียวกับสมุดบันทึกที่เธอพบในลิ้นชักลับเมื่อคืนนี้ สมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความทรงจำของเธอเอง... หรืออาจจะเป็นภาพหลอนที่ใครบางคนจงใจสร้างขึ้นมาครอบงำเธอกันแน่?
"ริน..." เสียงของอาคเนย์ทุ้มนุ่มและทุ้มลึก ทว่าทุกลมหายใจที่เปล่งออกมากลับแฝงไปด้วยความกดดันที่เธอแทบหายใจไม่ออก เขาก้าวเข้ามาใกล้ชิดอีกก้าวหนึ่ง รองเท้าหนังกระทบพื้นห้องทําเสียงก้องกังวานในความเงียบงัน "เธอหนีความจริงไปไม่ได้ตลอดหรอกนะ ความจริงที่เธอพยายามตามหา... แท้จริงแล้วมันอาจจะเป็นสิ่งที่เธอเป็นคนทำลายมันด้วยมือของเธอเองต่างหาก"
หัวใจของรินเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เลือดในกายสูบฉีดจนหูอื้ออึง เธออยากจะปฏิเสธ อยากจะกรีดร้องบอกปัดความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ทว่าภาพความทรงจำที่ขาดวิ่นในหัวกลับเริ่มปะติดปะต่อกันอย่างช้าๆ ภาพของห้องผ่าตัดที่หนาวเหน็บ กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง และเสียงกรีดร้องที่เธอคุ้นเคยเหลือเกิน... เสียงกรีดร้องของตัวเธอเองในอดีต
ทว่า ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะจมดิ่งลงไปในความมืดมิดของห้วงความทรงจำนั้น เสียงกริ่งประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะ ทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดในห้องลงอย่างเฉียบพลัน เสียงนั้นแหลมคมและดังก้องกังวาน ราวกับเสียงเตือนภัยจากโลกแห่งความจริงที่พยายามดึงเธอกลับขึ้นมาจากห้วงเหวแห่งความบ้าคลั่ง
อาคเนย์ชะงักฝีเท้า ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและความท้าทายกลับฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมอย่างรวดเร็ว เขายื่นมือออกไปหยิบแฟ้มลับนั้นปิดลงอย่างเบามือ แล้วหันไปมองที่ประตูห้องสลับกับรินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ดูเหมือนว่า... แขกที่เราไม่ได้เชิญจะมาถึงเร็วกว่าที่คิดนะ" อาคเนย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสายตาคมกริบกลับจับจ้องไปที่ประตูไม้บานหนาไม่วางตา "เธอคิดว่าใครกันล่ะที่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่... ในเวลานี้?"
รินยืนตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความสับสนและหวาดระแวงที่มีอยู่เต็มอก ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว หรือว่า... คนที่ยืนอยู่หลังประตูบานนั้น จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขปริศนาทั้งหมด หรือจะเป็นอีกหนึ่งตัวละครในเกมทายใจที่แสนอันตรายนี้กันแน่?
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง สามครั้งซ้อน ช้าๆ แต่มั่นคง ก้องกังวานไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นั้น และก่อนที่ใครสักคนจะทันได้เอ่ยปากทักท้วง ลูกบิดประตูก็เริ่มหมุนช้าๆ จากด้านนอก...
หวังว่าตอนนี้นักอ่านทุกท่านจะตื่นเต้นและลุ้นไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้านะคะ
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 17
เมื่อกระจกกลายเป็นประตู
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!