เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 22

ความจริงที่น่าสะพรึงกลัว

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"คำพูดเมื่อครู่... คุณหมายความว่าอย่างไรคะ อาคเนย์?" รินถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับผนังห้องทำงานที่เย็นเฉียบ กระจกเงาบานใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังสะท้อนภาพเธอกำลังสั่นเทา ทว่าในเงาสะท้อนนั้น ดวงตาของเธอกลับไม่ได้มีแววตื่นตระหนกแบบที่เธอรู้สึกอยู่ภายใน อาคเนย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากบันทึกในมือ เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวเก่า เสียงปากกาหมึกซึมที่ขีดเขียนลงบนกระดาษดังครืดคราดบาดหู เหมือนเสียงเล็บกรีดลงบนกระดานดำ "ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด ไม่ใช่การที่มนุษย์เราต้องตายไปจากโลกนี้ริน" อาคเนย์วางปากกาลงช้าๆ นัยน์ตาของเขาเรียบเฉยจนน่าขนลุก "แต่คือการที่ต้องตระหนักว่า... 'ตัวตน' ของเรา ไม่เคยเป็นเจ้าของร่างนี้แต่แรก" เขาลุกขึ้นยืน ก้าวเข้ามาใกล้ช้าๆ จังหวะเท้าของเขาหนักแน่นและมั่นคง ต่างจากหัวใจของรินที่กำลังเต้นเร่าจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอพยายามรวบรวมสติ สูดหายใจเข้าลึกจนได้กลิ่นไอของน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นกระดาษเก่าๆ ที่อวลอยู่ในห้องนี้ "คุณกำลังจะบอกว่า... ฉันคือใคร?" รินเค้นเสียงถาม มือที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวเย็นจัด "คุณคือคนที่สิบเจ็ดค่ะ ริน" คำตอบนั้นสั้น กระชับ และทุบทำลายทุกความเชื่อที่เธอพยายามประคองไว้ อาคเนย์ยื่นมือมาแตะที่ขอบกระจกเงาข้างตัวเธอ ปลายนิ้วของเขาไม่ได้สัมผัสกับพื้นผิวแก้ว แต่กลับจมลงไปในเนื้อกระจกราวกับมันเป็นเพียงผิวน้ำที่สั่นไหว รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่หลังกระจกบานนั้น มันไม่ใช่ภาพสะท้อนของห้องทำงาน แต่มันคือภาพของ 'ริน' อีกคน... คนที่สวมชุดคนไข้สีขาวซีด กำลังนั่งกอดเข่าอยู่ในกรงขังมืดมิด "สิบเจ็ดคน... ที่ถูกย้ายมา" รินพึมพำ ขาของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น "นี่ไม่ใช่การรักษาสมองเสื่อม แต่นี่คือการ 'สลับร่าง' เพื่อคัดเลือกภาชนะที่สมบูรณ์แบบที่สุดอย่างนั้นหรือคะ?" "การทดลองนี้ต้องการความทรงจำที่บริสุทธิ์ แต่เมื่อใดที่ภาชนะเริ่มตระหนักถึงความผิดปกติ รอยแยกก็จะเริ่มปรากฏ" อาคเนย์ขยับเข้ามาใกล้จนรินได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขา กลิ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนดินชื้นหลังฝนตก "รินคนก่อนหน้านี้... พวกเธอเหล่านั้นล้วนแต่แตกสลายไปเพราะรับความจริงไม่ได้ แต่คุณ... คุณดูเหมือนจะพิเศษกว่าใครเพื่อน" รินมองไปที่เงาสะท้อนในกระจกอีกครั้ง เธอกำลังเห็นใบหน้าของตัวเอง... แต่ทว่าแววตาที่จ้องมองกลับมานั้นไม่ใช่ของเธอ มันเป็นแววตาของหญิงสาวคนอื่นที่เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาต และในจังหวะนั้นเอง รินก็สังเกตเห็นรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หลังมือของเงาสะท้อนนั้น รอยแผลเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนมือของเธอในตอนนี้ ความทรงจำที่หล่นหายเหมือนจิ๊กซอว์ที่ถูกจับวางลงในตำแหน่งที่ถูกต้อง ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากวิญญาณซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล่นเข้ามาในหัวราวกับถูกเข็มพิษทิ่มแทง เธอยื่นมือที่สั่นเทาไปสัมผัสรอยแผลนั้น ความจริงไม่ได้น่าสะพรึงกลัวเพียงเพราะเธอไม่ใช่คนแรก แต่น่าสะพรึงกลัวเพราะเธอเพิ่งเข้าใจว่าทำไมรอยแยกในกระจกถึงได้ขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ... ทุกครั้งที่เธอถามคำถามเดิมซ้ำๆ เธอไม่ได้กำลังสูญเสียความจำ แต่เธอกำลัง 'ถูกแทนที่' ด้วยส่วนเสี้ยวของความทรงจำจากหญิงสาวทั้งสิบหกคนที่ดับสูญไปก่อนหน้า "ฉันไม่ใช่ริน..." เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ "เก่งมากค่ะ" อาคเนย์ยิ้ม ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "และตอนนี้ ร่างนี้ก็ถึงเวลา 'หมดอายุ' แล้วล่ะค่ะ" ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับวูบลงเหลือเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่าน กระจกเงาบานใหญ่ที่เคยเป็นภาพสะท้อนกลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เงาสะท้อนหญิงสาวในกรงขังเริ่มก้าวออกมาจากผิวกระจก มือของมันเอื้อมผ่านกระจกออกมาคว้าคอเสื้อของรินไว้แน่น แรงดึงมหาศาลพยายามลากร่างของเธอเข้าไปในโลกหลังกระจกที่มืดมิด รินคว้าขอบโต๊ะไว้สุดแรงเกิด หันไปมองอาคเนย์ที่ยืนกอดอกดูโศกนาฏกรรมครั้งนี้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย "คุณไม่ได้ทำคนเดียวใช่ไหม... อาคเนย์? ใครคือคนบงการที่แท้จริง?" รินเค้นเสียงถามในขณะที่ร่างกายครึ่งหนึ่งเริ่มจมหายเข้าไปในพื้นผิวกระจกที่เหนียวหนืด อาคเนย์ก้มลงมากระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "หันไปมองสิคะ... คนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณนั่นไง" รินค่อยๆ หันไปตามสัญชาตญาณที่สั่นเตือนภัยสูงสุด เธอไม่ได้พบกับผีร้ายหรือสัตว์ประหลาดอย่างที่คิด แต่เธอกลับพบกับ... ร่างของ 'ริน' อีกร่างหนึ่งที่สวมชุดเดียวกันเป๊ะ ยืนถือมีดผ่าตัดเล่มเล็กๆ วางทาบลงบนลำคอของตัวเอง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงของเธอเอง... เสียงของรินที่แหบพร่าและเย็นชาที่สุดเท่าที่เคยได้ยิน "ขอบคุณที่อยู่แทนฉันมาได้นานขนาดนี้นะ... แต่ตอนนี้ ถึงเวลาที่ 'ตัวจริง' ต้องกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองเสียที" รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นหญิงสาวคนนั้นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะกรีดมีดลงบนคอของตัวเอง... และในจังหวะที่เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมา ความเจ็บปวดมหาศาลก็แล่นเข้าสู่ลำคอของรินทันที ทั้งที่เธอไม่มีรอยแผลใดๆ บนร่างกาย ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่รอยแยกของความเป็นจริงไปกับรินในบทนี้ด้วยกันนะคะ กระจกเงาต้องสาปจะรอคุณอยู่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%