เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 9

ความลับในที่ทำงาน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"เธอกำลังเล่นตลกอะไรอยู่คะ ริน?" น้ำเสียงของพี่กานต์ หัวหน้าแผนกบัญชีไม่ได้ดัง แต่กลับสั่นประสาทจนรินรู้สึกเหมือนถูกเข็มเย็บผ้าพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่กลางหลัง รินวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะทำงานด้วยมือที่สั่นเทา กลิ่นอายของความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในออฟฟิศช่วงบ่ายวันจันทร์ดูจะผิดปกติไปกว่าทุกวัน รินเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาที่ฉายแววเคลือบแคลงของพี่กานต์ "รินไม่เข้าใจค่ะ... รินเพิ่งกลับมาจากการลาป่วยเมื่อวานนี้เองนะคะ" "อย่ามาทำเป็นไขสือหน่อยเลย" พี่กานต์ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกมะลิจางๆ ที่คุ้นเคยกลับดูสะอิดสะเอียนในความรู้สึกของริน "เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว... วันที่เธอแจ้งว่าลาป่วยน่ะ ฉันเห็นเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนี้ ตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงห้าโมงเย็น แถมยังตอบอีเมลลูกค้าด้วยอีเมลส่วนตัวของเธอเองด้วย" หัวใจของรินกระตุกวูบ ความทรงจำสีเทาหม่นในหัวสมองพยายามเรียงร้อยภาพเหตุการณ์ แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงช่องว่างอันมืดมิด วันศุกร์... เธอจำได้ว่าเธอนอนขดตัวอยู่ในห้องมืดๆ ราวกับคนตายซาก เธอไม่ได้ไปไหน ไม่ได้แตะต้องแล็ปท็อปด้วยซ้ำ "พี่กานต์... รินไม่ได้มานะคะ พี่อาจจะจำผิด..." "ฉันไม่ได้ตาฝาด!" พี่กานต์แค่นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้ง "เธอยังหันมาสบตาฉันตอนเที่ยงวัน แถมยังยิ้ม... ยิ้มแบบที่ฉันไม่เคยเห็นเธอทำมาก่อน มันเป็นรอยยิ้มที่... เหมือนคนกำลังสาแก่ใจอะไรบางอย่าง" รินนิ่งงัน ลมหายใจเริ่มติดขัด เธอพยายามนึกถึงภาพตัวเองยิ้ม แต่สิ่งที่ปรากฏในหัวกลับเป็นเพียงใบหน้าของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้ากระจกเงาในห้องน้ำที่มืดสลัว เธอไม่ได้อยู่คนเดียวในร่างนี้ใช่ไหม? หรือว่าอาการความจำเสื่อมของเธอมันร้ายแรงกว่าที่อาคเนย์เคยบอกไว้? เมื่อพักเที่ยงมาถึง รินปลีกตัวออกมายังห้องเก็บเอกสารที่เงียบเชียบ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูบันทึกประวัติการใช้งานอีเมลด้วยนิ้วที่สั่นเทา รายการส่งอีเมลเมื่อวันศุกร์ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ—ข้อความฉบับยาวเหยียดที่ถูกส่งถึงฝ่ายบริหาร โดยมีลายเซ็นลงท้ายเป็นชื่อของเธอ *‘ดิฉันได้รวบรวมหลักฐานความผิดปกติของแผนกไว้ทั้งหมดแล้ว... เพื่อความยุติธรรม’* รินทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องเก็บเอกสาร ความเย็นจากแผ่นพื้นกระเบื้องซึมผ่านกางเกงสแล็คเข้ามาถึงกระดูก เธอไม่เคยเขียนอีเมลฉบับนี้ เธอไม่เคยคิดจะแฉใคร... แล้ว 'เงา' ของเธอคนนั้นกำลังวางแผนอะไรกันแน่? ประตูห้องเก็บเอกสารแง้มออกเบาๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดังจังหวะสม่ำเสมอ รินเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่คุ้นตา อาคเนย์ยืนอยู่ตรงนั้น สวมชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาที่ดูตัดกับบรรยากาศมืดมัวของห้องเก็บเอกสาร ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับดูเหมือนกำลังขบขันกับความพินาศตรงหน้า "หมอ... หมอทำอะไรกับฉัน" รินเค้นเสียงถาม ทั้งหวาดกลัวและโกรธเคือง อาคเนย์เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ เขาย่อตัวลงในระดับสายตา ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะคางของเธอเบาๆ สัมผัสนั้นเย็นจัดจนรินสะดุ้ง "ผมไม่ได้ทำอะไรเลยริน... แต่ดูเหมือนว่า 'คนใหม่' ของคุณจะเริ่มหิวโหยขึ้นมาแล้วนะ" "เธอไม่ใช่คนใหม่! เธอเป็นฉัน!" "ถ้าเธอเป็นคุณ แล้วคุณคือใครล่ะ?" อาคเนย์เอียงคอถาม รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากดูเหมือนหน้ากากที่สวมทับใบหน้าจริงๆ ของเขาไว้ "คุณจำเหตุการณ์ในวัยเด็กไม่ได้ จำไม่ได้ว่าทำไมเราถึงต้องพบกัน แต่เธอน่ะ... เธอจำได้ทุกอย่างเลยนะ โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าคุณน่ะ 'ฆ่า' ใครไปบ้าง" ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น รินรู้สึกเหมือนสมองถูกกรีดด้วยมีดผ่าตัด ความทรงจำที่ขาดหายไปพยายามจะเชื่อมต่อกันอย่างรุนแรง เธอเห็นภาพตัวเองถือเศษกระจกแหลมคม เห็นหยดเลือดสีแดงสดหยดลงบนผืนพรมสีขาว... แต่เธอยังไม่ได้ทำอะไรผิดนี่! "อย่าโกหกนะ!" รินผลักอกเขาออกเต็มแรงแล้ววิ่งหนีออกจากห้องเก็บเอกสาร เธอต้องหาทางพิสูจน์ความจริง เธอต้องกลับไปดูในอพาร์ทเมนท์ที่เธอคิดว่าเธออยู่คนเดียวมาตลอด รินไขกุญแจห้องพักด้วยความเร็วแสง เสียงหายใจหอบถี่ของเธอเป็นเพียงเสียงเดียวในห้องที่เงียบสนิท เธอตรงไปที่กระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว พยายามส่องมองตัวเองเพื่อหาความผิดปกติ แต่ทันใดนั้น เธอก็สังเกตเห็นบางอย่างบนกระจก... ตรงมุมกระจกที่เธอเคยเช็ดทำความสะอาดตลอดเวลา มีรอยนิ้วมือที่ไม่ได้มาจากเธอประทับอยู่—มันเป็นรอยนิ้วมือที่เต็มไปด้วยคราบสีแดงเข้มที่ยังไม่แห้งสนิท เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นเป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่ระบุตัวตน เมื่อรินกดเปิดอ่าน หัวใจของเธอก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ *‘ขอบคุณที่กลับมานะคะ... ร่างกายนี้อุ่นจังเลยว่าไหม?’* และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เงาที่สะท้อนอยู่ในกระจกก็ไม่ได้ทำท่าทางตามเธออีกต่อไป มันยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ หันมามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระหาย และประตูห้องน้ำที่ควรจะปิดสนิท ก็ค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนเธอทุกกระเบียดนิ้วก้าวออกมาจากเงามืดนั้น ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในรอยแยกของเงาและตัวตนกับดิฉันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในความจริงที่เริ่มบิดเบี้ยวมากกว่าเดิมค่ะ - กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%