“ริน... คุณรู้ไหมว่าทำไมกระจกถึงไม่มีความทรงจำ?”
เสียงของอาคเนย์ราบเรียบราวกับผิวน้ำนิ่งสนิท ทว่าในความนิ่งนั้นกลับมีความเย็นเยียบที่กัดกินเข้าไปถึงกระดูก รินนั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้ไม้บุนวมหนาในห้องทำงานของเขา แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาของอาคเนย์ให้ดูยืดยาวและผิดสัดส่วนบนผนังห้อง ราวกับว่ามีสัตว์ร้ายบางอย่างกำลังเงื้อเงาของมันทาบทับร่างของเธออยู่
รินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่จ้องมองไปยัง ‘กระจกเงา’ บานใหญ่ที่ถูกคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำสนิทมุมห้อง กระจกบานที่เขาห้ามเธอเข้าใกล้เป็นอันขาดนับตั้งแต่เริ่มการรักษา
“เพราะมันรอคอยที่จะกลืนกิน ‘ความจริง’ จากคนมองไงคะ” รินตอบพลางแค่นยิ้ม เสียงของเธอสั่นพร่าแต่แฝงด้วยความประชดประชัน “คุณพยายามจะลบอดีตของฉันทิ้ง เพื่อให้ฉันกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่า แล้วคุณก็จะเอาตัวตนของคุณ... หรือบางสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนกว่านั้น ใส่ลงไปแทนที่ ใช่ไหมคะคุณหมอ?”
อาคเนย์วางปากกาในมือลง เขาโน้มตัวมาข้างหน้าจนรินได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อ เขายิ้ม—รอยยิ้มที่ทำให้รินรู้สึกเหมือนกำลังถูกผ่าตัดทางจิตวิญญาณโดยไม่ใช้ยาสลบ
“คำว่า ‘ใส่ลงไป’ ฟังดูหยาบคายไปหน่อยนะครับริน ผมเรียกมันว่า ‘การแบ่งปันความเป็นนิรันดร์’” เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย “คุณสงสัยไหมว่าทำไมทุกครั้งที่คุณส่องกระจก คุณถึงไม่เคยเห็น ‘เงา’ ของตัวเองในมุมที่ควรจะเป็น? ทำไมคุณถึงรู้สึกว่าคนที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่คุณ... แต่เป็น ‘ใครบางคน’ ที่กำลังจ้องมองคุณกลับมาจากอีกฟากหนึ่ง?”
รินลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น เสียงดังโครมในห้องที่เงียบสงัดทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอถอยหลังไปจนแผ่นหลังชิดกับผนัง ลมหายใจหอบถี่ของเธอถูกอาคเนย์จ้องมองราวกับนักล่าที่กำลังเพลิดเพลินกับอาการดิ้นรนของเหยื่อ
“คุณต้องการให้ฉันเป็นภาชนะ” รินเค้นเสียงลอดไรฟัน “คุณต้องการกระจกที่มีชีวิต กระจกที่บันทึกความบิดเบี้ยวของคุณเอาไว้ แล้วโยนความทรงจำที่เน่าเฟะของคุณมาให้ฉันแบกรับแทน!”
“คุณเข้าใจผิดไปถนัดตาเลยริน” อาคเนย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสูงใหญ่จนบดบังแสงไฟจนหมดสิ้น “ไม่ใช่ภาชนะ... แต่เป็น ‘คู่ขนาน’ หากผมเป็นกระจกเงา คุณก็คือภาพสะท้อนที่เพ้อฝันว่าตัวเองมีตัวตน แต่ในความเป็นจริง... เราทั้งคู่ต่างก็ติดอยู่ในรอยแยกนี้มานานเกินกว่าจะนับได้ว่าใครคือต้นฉบับ”
อาคเนย์เดินตรงมาหาเธอช้าๆ ทุกย่างก้าวเหมือนเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ รินพยายามมองหาทางหนี แต่ประตูห้องถูกล็อกตายตั้งแต่เมื่อไหร่เธอก็ไม่แน่ใจ สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้น แต่มันมีความกระหายที่น่ากลัวกว่านั้น กระหายที่จะได้เห็นเธอสูญเสียตัวตนไปอย่างสมบูรณ์
“ถ้าฉันเป็นกระจกให้คุณ...” รินพยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้น “แล้วคุณล่ะ จะเป็นอะไรให้ฉัน? เศษซากความทรงจำที่แตกสลายของฉันที่อยู่ในมือคุณ... คุณจะทำอย่างไรกับมัน?”
“ฉันจะถนอมมันไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด” เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอเพียงไม่กี่คืบ นิ้วเรียวยาวของเขาเชยคางเธอขึ้นให้สบตากับดวงตาที่ว่างเปล่าของเขา “ฉันจะขังมันไว้ในรอยแยกของกระจกบานนั้น บานที่ไม่มีวันจะแตกสลาย และเมื่อคุณกลายเป็นกระจก... คุณจะเห็นความจริงที่ว่า ไม่เคยมีผู้หญิงที่ชื่อรินอยู่ตั้งแต่ต้น”
เขายื่นมือไปจับชายผ้ากำมะหยี่ที่คลุมกระจกบานใหญ่ไว้ รินหัวใจหยุดเต้น มือของเขาค่อยๆ ดึงผ้าลงช้าๆ เผยให้เห็นผิวหน้ากระจกที่แปลกประหลาด มันไม่ได้สะท้อนภาพห้องทำงานของอาคเนย์ แต่มันสะท้อนภาพบ้านที่ถูกไฟไหม้ในอดีตของเธอ—บ้านที่เธอกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวในความทรงจำที่เลือนหาย
ทว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่ในเงากระจกนั้นกลับไม่ใช่รินคนเดิมที่ร้องไห้ แต่มันคือ ‘อาคเนย์’ ที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอในกระจกบานนั้น ทั้งที่ในความเป็นจริง... อาคเนย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ กลับไม่มีเงาสะท้อนอยู่ในกระจกบานนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว!
รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นมือของอาคเนย์ในกระจกค่อยๆ เอื้อมมาบีบคอของ ‘รินในกระจก’ อย่างแรง จนภาพในกระจกนั้นเริ่มแตกร้าวเป็นทางยาว เลือดสีดำไหลซึมออกมาจากรอยแยกของกระจกราวกับว่ามันคือผิวหนังของมนุษย์จริงๆ
“ยังไม่จบแค่นี้หรอกริน” เสียงกระซิบของอาคเนย์ดังอยู่ข้างหูเธอ ในขณะที่ภาพในกระจกกำลังเริ่มดึงร่างของเธอเข้าไป “เพราะความทรงจำที่แท้จริงของคุณ... มันถูกขังไว้ในกระจกที่ผมเพิ่งจะทุบให้แตกเมื่อครู่นี้เอง”
เสียงแก้วแตกดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก รินหันกลับไปมองสิ่งที่ควรจะเป็นกระจก แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นช่องว่างของมิติที่มืดมิดและไร้ก้นบึ้ง และที่นั่น... เธอเห็นร่างของตัวเองอีกคนหนึ่งที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่ในกรงขังแห่งความจำที่อาคเนย์สร้างขึ้น พร้อมกับเงาของคนคนหนึ่งที่ยืนถือมีดผ่าตัดยืนอยู่ข้างหลังร่างนั้น... เงาที่สวมชุดกราวน์สีขาวเหมือนอาคเนย์ไม่มีผิดเพี้ยน!
ความหวังสุดท้ายของรินพังทลายลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังออกมาจากกระจกบานที่ว่างเปล่า บานนั้นไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป แต่มันเริ่มสะท้อนใบหน้าของเธอที่ดูบิดเบี้ยวและกำลังยิ้มออกมา... ยิ้มอย่างน่าสยดสยองที่เธอไม่ได้เป็นคนทำด้วยตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านรอยแยกของกระจกไปพร้อมกับรินนะคะ กระจกเงาต้องสาปค่ะ
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 25
แผนการของอาคเนย์
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!