"คุณกำลังพยายามจะฆ่าฉัน หรือกำลังพยายามจะฆ่าตัวเองกันแน่คะ อาคเนย์?"
รินวางมีดปอกผลไม้ลงบนจานกระเบื้องเสียงดังเคร้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือของเธอสั่นระริกจนต้องซ่อนไว้ใต้โต๊ะ แต่สายตาของเธอกลับนิ่งสนิทดุจผิวน้ำในบึงที่ไร้ลมพัดผ่าน
อาคเนย์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ควันสีจางลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะกับใบหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัว ในห้องนั่งเล่นที่ควรจะเป็นสถานที่ปลอดภัย เสียงนาฬิกาลูกตุ้มบนผนังกลับดังผิดจังหวะ—มันเดินย้อนกลับหนึ่งวินาที ก่อนจะกระโดดไปข้างหน้าสามวินาที ราวกับกาลเวลาในห้องนี้กำลังถูกฉีกกระชาก
"ริน คุณดูตื่นตระหนกเกินไปแล้วนะ" เสียงของอาคเนย์ราบเรียบ ทว่ามีร่องรอยของความสมเพชเจือปน "เราคุยกันเรื่องทฤษฎีการซ้อนทับไปแล้วไม่ใช่เหรอ? สิ่งที่คุณเห็น... เงาในกระจกที่ดูเหมือนจะเดินเร็วกว่าคุณหนึ่งจังหวะ หรือคนในกระจกที่ไม่ได้กะพริบตาพร้อมกับคุณนั่นน่ะ มันก็แค่ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางที่กำลังเรียกร้องหาความสมดุล"
"อย่ามาเล่นตลกกับฉัน" รินลุกขึ้นพรวดจนเก้าอี้ครูดกับพื้นเสียงแสบแก้วหู "เมื่อเช้านี้ ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าตึก เธอใส่เสื้อตัวเดียวกับฉัน ทำท่าทางแบบเดียวกับฉันเป๊ะ... แต่พอมองเข้าไปในดวงตาของเธอ อาคเนย์... ฉันเห็นตัวเองในสภาพที่ตายไปแล้ว ตาของเธอเป็นสีขาวขุ่น และเธอกำลังยิ้มให้ฉันด้วยปากที่ถูกเย็บติดกัน!"
อาคเนย์วางแก้วกาแฟลงอย่างแผ่วเบา เขาลุกขึ้นช้าๆ แล้วก้าวเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอ ฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราวกับไร้น้ำหนัก "นั่นไม่ใช่โลกภายนอกที่ผิดเพี้ยนหรอกริน มันคือตัวคุณที่กำลังขยายขอบเขตออกมาต่างหาก การที่ตัวตนคู่ขนานเริ่มแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน... แปลว่ารอยแยกในกระจกนิรันดร์กำลังขยายกว้างขึ้น"
รินถอยกรูดไปจนแผ่นหลังปะทะกับผนังห้องเย็นเฉียบ เธอสังเกตเห็นความผิดปกติที่มุมห้อง—ภาพวาดสีน้ำมันที่เคยแขวนไว้ บัดนี้มันบิดเบี้ยว สีบนภาพค่อยๆ ละลายกลายเป็นของเหลวสีดำไหลหยดลงบนพื้น และที่น่ากลัวที่สุดคือ ภาพในกรอบนั้นกำลังขยับได้ มันคือภาพสะท้อนของห้องนี้ แต่ในห้องนั้นไม่มีอาคเนย์ มีเพียงเธอที่กำลังยืนร้องไห้อยู่คนเดียว
"คุณรู้อะไรมากกว่านั้นใช่ไหม?" รินเค้นเสียงถาม ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด "คุณไม่ใช่จิตแพทย์ คุณคือใครกันแน่ ทำไมในแฟ้มประวัติของคุณถึงไม่มีวันเดือนปีเกิด... ทำไมชื่อของคุณถึงถูกสลักอยู่หลังกระจกในห้องนอนฉัน!"
อาคเนย์หยุดเดิน ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของเธอ "ถ้าฉันบอกว่า ฉันคือ 'ตัวตนที่เหลือรอด' จากอีกรอยแยกหนึ่งล่ะ? ริน... โลกที่คุณอยู่ตอนนี้มันกำลังจะสลายตัว เพราะคนแบบคุณเริ่มมีมากเกินไปในมิติเดียว"
ทันใดนั้น เสียงกระจกแตกละเอียดดังก้องไปทั่วทั้งบ้าน!
รินหันขวับไปมอง หน้าต่างบานใหญ่ที่เคยปิดสนิทแตกกระจายออก แต่ไม่มีเศษแก้วร่วงลงพื้นแม้แต่ชิ้นเดียว สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาแทนคือ 'เงา' ของผู้คนนับสิบที่ค่อยๆ หลุดออกมาจากรอยแยกของอากาศ พวกเขามีใบหน้าเหมือนรินทุกคน แต่ละคนมีสีหน้าแตกต่างกันไป ทั้งโกรธแค้น หวาดกลัว สิ้นหวัง และบางคน... ก็กำลังถือมีดเล่มเดียวกับที่รินเพิ่งวางไปเมื่อครู่
"พวกเขาคือใคร!" รินกรีดร้อง
"พวกเขาคือคุณ" อาคเนย์กระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความรื่นรมย์ "และตอนนี้ พวกเขากำลังรอให้คุณตัดสินใจว่าจะสละร่างนี้ให้ใคร... หรือจะถูกกลืนกินไปพร้อมกับพวกเขาในกระจกเงาที่กำลังจะดับสูญ"
รินมองเห็นฝ่ามือของหญิงสาวที่ดูเหมือนเธอทุกประการยื่นออกมาจากรอยแยกของอากาศ มันไม่ได้มีความโกรธแค้น แต่มันคือความกระหายที่ต้องการจะ 'ดำรงอยู่' ในโลกความเป็นจริงแทนที่เธอ
เธอคว้ามีดปอกผลไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุด ตัดสินใจพุ่งเข้าใส่อาคเนย์หวังจะหยุดยั้งความบ้าคลั่งนี้ แต่เมื่อปลายมีดปะทะกับร่างของเขา ร่างของอาคเนย์กลับสลายกลายเป็นละอองสีดำคล้ายเขม่าไฟ ก่อนจะควบแน่นกลับมาใหม่ในมุมห้องด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าขนลุก
"ช้าไปแล้วริน ดูที่แขนคุณสิ"
รินก้มลงมองที่ต้นแขนของตัวเอง ผิวหนังที่เคยขาวเนียนบัดนี้เริ่มมีรอยร้าวเหมือนแก้วที่กำลังถูกแรงดันมหาศาลบีบอัด ลวดลายรอยร้าวนั้นไม่ได้ปรากฏเพียงแค่บนผิว แต่ดูเหมือนมันกำลังแทรกซึมเข้าไปถึงชั้นกระดูก และใต้รอยร้าวนั้น... เธอมองเห็นดวงตาสีอำพันที่กำลังลืมตาขึ้นจ้องมองเธอจากภายในเนื้อเยื่อของตัวเอง!
เธอไม่ใช่รินคนเดิมอีกต่อไปแล้ว รอยแยกได้แทรกซึมเข้ามาถึงตัวเธอเสียจนไม่อาจแยกออกจากกันได้อีก
"เรามาเริ่มเล่นเกมสลับร่างกันเถอะ" อาคเนย์พูดขึ้นพร้อมกับที่ห้องทั้งห้องเริ่มพลิกคว่ำ พื้นกลายเป็นเพดาน เพดานกลายเป็นหน้าผาที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง "รินคนปัจจุบัน... คุณพร้อมจะกลายเป็นเพียง 'เงา' ที่ติดอยู่ในกระจกแล้วหรือยัง?"
กระจกเงาทุกบานในบ้านพร้อมใจกันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ สะท้อนภาพรินนับร้อยคนในอิริยาบถที่ต่างกัน และในวินาทีที่กระจกบานใหญ่ที่สุดตรงหน้าเธอแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย รินก็พบว่าเงาของเธอที่ควรจะทอดอยู่บนพื้น กลับลุกขึ้นยืนเองและเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้เธอไร้ซึ่งเงา... ไร้ซึ่งตัวตนที่จะยืนยันว่าเธอคือ 'คนจริง' อีกต่อไป
รินสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นเข้าสู่หัวใจ เมื่อพบว่าเสียงที่กรีดร้องออกมานั้นไม่ใช่เสียงของเธอ แต่เป็นเสียงของอาคเนย์ที่กำลังหัวเราะเยาะอยู่ในร่างของเธอเอง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างรินในความบิดเบี้ยวนี้ แล้วพบกันในบทถัดไปนะคะ กระจกเงาต้องสาปค่ะ
เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 24
มิติลวงตาที่ซ้อนทับ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!