เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 3

ความทรงจำที่หายไปในยามหลับ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่หรือเปล่า ริน?” เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันที่แสนเปราะบาง รินสะดุ้งสุดตัวขณะพยายามยันกายลุกขึ้นจากเตียง หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บแปลบไปถึงแผ่นหลัง บรรยากาศภายในห้องนอนที่ควรจะคุ้นเคยกลับดูผิดเพี้ยนไป—กลิ่นอับชื้นของกาลเวลาปะปนกับกลิ่นไอของโลหะจางๆ ที่เธอยังหาต้นตอไม่ได้ รินหอบหายใจถี่ สายตาของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ เหตุการณ์สุดท้ายที่จำได้คือความมืดมิดที่ฉุดกระชากเธอเข้าไปในกระจก แรงมหาศาลนั้นยังคงรู้สึกได้ที่ข้อมือ แต่เมื่อเธอก้มลงมอง… สิ่งที่พบกลับไม่ใช่ความมืด แต่เป็นรอยแผลเป็นทางยาวสามขีดขวางอยู่บนท่อนแขนซ้าย มันดูสดใหม่ ราวกับเพิ่งถูกกรีดด้วยคมมีดเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา “ฉันไม่ได้ทำ…” เสียงของเธอแหบพร่า สั่นเครือจนน่าสมเพช อาคเนย์นั่งอยู่บนเก้าอี้อาร์มแชร์มุมห้อง เขาไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้นจ้องมองรอยแผลบนแขนเธอด้วยความสนใจที่เกินพอดี ราวกับกำลังประเมินคุณภาพของผลงานศิลปะชิ้นเอก “รอยแผลนั่น... มันไม่ได้เกิดขึ้นจากเงาในกระจกหรอกริน มันเกิดขึ้นจากฝีมือคุณเองในตอนที่คุณกำลังหลับใหล หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ในตอนที่ ‘อีกคน’ ของคุณกำลังออกมาเริงร่า” รินรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง เธอเม้มปากแน่นจนห้อเลือด “คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่มีใครอื่น ฉันก็คือฉัน!” “งั้นรอยเปื้อนสีดำนั่นล่ะ?” อาคเนย์ชี้ไปที่มุมห้อง ใกล้กับกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ รินหันไปมองตามสัญชาตญาณ—กระจกเงาบานนั้นบัดนี้มีรอยร้าวเป็นเส้นใยแมงมุมใจกลางบาน และมีคราบสีดำคล้ายถ่านเปรอะเปื้อนอยู่ตรงจุดที่มือของเธอเคยสัมผัสเมื่อคืน เธอลุกขึ้นเดินไปหาหน้ากระจกอย่างเชื่องช้า ขาของเธอสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ เมื่อเงาสะท้อนในกระจกปรากฏขึ้น รินก็ต้องผงะถอยหลัง—เงาในกระจกไม่ได้ลอกเลียนท่าทางของเธอในทันที แต่มันยืนนิ่ง ดวงตาของมันหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังเยาะเย้ย และที่สำคัญที่สุด... ที่ต้นคอของเงานั้น มีรอยแผลแบบเดียวกับที่เธอมีอยู่บนแขน! “เห็นไหม?” เสียงอาคเนย์ใกล้เข้ามา เขายืนอยู่ข้างหลังเธอในกระจก ทว่าในความจริง... เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม “กระจกไม่ได้โกหกคุณ ริน แต่มันกำลังแสดงภาพที่ควรจะเป็น ความจริงที่ถูกซ่อนไว้หลังม่านความจำที่หายไปของคุณ” “หยุดพูดเสียที!” รินตวาดลั่น เธอหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะข้างๆ ขว้างใส่กระจกจนแตกกระจาย เสียงแก้วแตกดังสนั่นหวั่นไหว เศษกระจกคมกริบบาดเข้าที่ฝ่ามือของเธอจนเลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมา แต่น่าแปลก... ที่เธอกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย เธอจ้องมองเลือดที่หยดลงบนพื้น มันไม่ได้ไหลเป็นทาง แต่ค่อยๆ ซึมเข้าสู่รอยแยกของเศษกระจกราวกับมีชีวิต รินก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นว่าอาคเนย์ที่นั่งอยู่ในห้องได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่า และเสียงกระซิบที่ดังมาจากภายในหัวของเธอเอง *‘รอยแยกในกระจกไม่ได้มีไว้เพื่อให้คุณมองเห็นตัวเอง... แต่มีไว้เพื่อให้สิ่งที่อยู่ข้างในคลานออกมาต่างหาก’* รินทรุดตัวลงกับพื้น พยายามกุมข้อมือที่เลือดไหลไม่หยุด ความสับสนวุ่นวายถาโถมเข้ามาในหัวสมองของเธอราวกับพายุ ทันใดนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ใต้เตียง มันเป็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่ถูกทับด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังไปแล้ว รินเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา หน้าปกที่ลอกออกเผยให้เห็นลายมือที่เธอจำได้แม่นยำ—ลายมือของเธอเอง เธอกรีดเปิดหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกนั้น ในนั้นมีข้อความเพียงประโยคเดียวที่เขียนไว้ด้วยน้ำหมึกสีแดงเข้มซ้ำไปซ้ำมาหลายสิบรอบจนกระดาษขาดวิ่น: ‘อย่าเชื่ออาคเนย์ เพราะในกระจกไม่มีเงาของเขา... และฉัน... ก็ไม่ใช่ริน’ ในวินาทีนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องนอนที่ล็อคสนิท เสียงกลอนประตูถูกปลดออกอย่างเชื่องช้าพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่คุ้นเคย แต่ทว่าทุ้มต่ำและบิดเบี้ยวเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ รินเงยหน้าขึ้นมองที่ประตูด้วยความสิ้นหวัง แล้วเธอก็ต้องพบกับความจริงที่โหดร้ายที่สุด... เมื่อคนตรงหน้าค่อยๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับกระจกบานเล็กในมือ ที่สะท้อนภาพของเธอ... ในสภาพที่ไร้ใบหน้า ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความมืดมิดในใจของรินนะคะ ไว้พบกันตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%