เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์•ตอนที่ 28

รอยแยกที่กว้างขึ้น

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
รสชาติของสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก รินไม่แน่ใจว่าเธอเผลอกลืนเลือดของตัวเองลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที ปลายลิ้นก็สัมผัสได้ถึงรสชาติฝาดเฝื่อนที่ชวนคลื่นไส้ ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่ห้องนอนสีขาวสะอาดตาที่เธอคุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว ผนังห้องฝั่งทิศตะวันตกกำลังบิดเบี้ยว ย้อยหยุ่นราวกับหยดน้ำตาเทียนที่ถูกความร้อนลน ลวดลายวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ค่อยๆ ลอกหลุดออก เผยให้เห็นช่องว่างสีดำสนิทเบื้องหลัง ที่ซึ่งเงาสีเทานับร้อยกำลังดิ้นพล่านและกรีดร้องไร้เสียง "คุณกำลังพยายามปฏิเสธความจริงที่สมบูรณ์แบบที่สุดอยู่หรือเปล่าคะ ริน" เสียงของอาคเนย์ดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล ทั้งที่ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มนั้นยืนอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงก้าว ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นโลหะไม่ได้สะท้อนภาพของเธออีกต่อไปแล้ว หากแต่สะท้อนภาพของหญิงสาวอีกคน—คนที่สวมชุดคลุมโรงพยาบาลเปื้อนคราบเลือด คนที่กำลังจ้องมองกลับมาด้วยแววตาว่างเปล่าไร้จิตวิญญาณจากอีกฟากหนึ่งของกระจกเงา รินขยับถอยหลัง ส้นเท้าของเธอชนเข้ากับความว่างเปล่า พื้นไม้ปาร์เกต์ใต้ฝ่าเท้าไม่ได้แข็งและมั่นคงอีกต่อไป แต่มันยวบยาบราวกับเหยียบบนผิวน้ำที่กำลังจะปริแตก เสียง ‘เปรี๊ยะ’ ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับกระจกบานยักษ์ทั่วทั้งจักรวาลกำลังแตกร้าวพร้อมกันในเสี้ยววินาทีเดียว "นี่ไม่ใช่ความจริง..." รินพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ มือเรียวบาวยกขึ้นกุมขมับเมื่ออาการปวดหัวแปลบปราบแล่นริ้วขึ้นมาในสมอง ความทรงจำที่กระจัดกระจายพยายามประกอบเข้าหากัน แต่มันกลับยิ่งกรีดแทะจิตใจให้แหลกสลาย ภาพของห้องผ่าตัด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และเสียงหัวเราะเยาะเยือนที่ดังวนเวียนอยู่ในหัว อาคเนย์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นโคโลญจ์ราคาแพงเจือจางด้วยกลิ่นอายความตายที่โชยมาจากรอยแยกบนผนัง เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ นิ้วเรียวยาวเอื้อมออกมาราวกับจะแตะต้องแก้มของเธอ แต่แล้วก็ชะงักค้างกลางอากาศ "ความจริงคืออะไรหรือคะ ริน? สิ่งที่คุณเห็น หรือสิ่งที่คุณถูกฝังกลบเอาไว้ใต้ความทรงจำที่พังทลายพวกนั้น" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเยียบเย็นเสียดกระดูก "คุณคิดว่าคุณหนีพ้นมาได้ตลอดทางงั้นเหรอคะ? ทุกครั้งที่คุณก้าวผ่านกระจกเงา คุณไม่ได้ก้าวไปสู่อีกโลก... คุณแค่กำลังเดินวนกลับมาหาศพของตัวเองในห้องทดลองใต้ดินนั้นต่างหาก" ลมหายใจของรินสะดุดกึก หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ภาพสะท้อนบนผนังที่กำลังละลายเริ่มเคลื่อนไหวไม่ตรงกับท่าทางของเธอ หญิงสาวในเงากระจกไม่ได้ถอยหนีอีกต่อไปแล้ว หล่อนกำลังแย้มยิ้ม—รอยยิ้มกว้างจนฉีกถึงใบหู มือเรียวยาวข้างหนึ่งยื่นทะลุกรอบกระจกออกมาสัมผัสกับอากาศว่างเปล่าในโลกความเป็นจริง และปลายนิ้วเย็นเฉียบราวน้ำแข็งนั้นก็แตะเข้าที่ต้นคอของรินอย่างแผ่วเบา รินสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปมอง แต่เบื้องหลังเธอมีเพียงผนังห้องที่บิดเบี้ยวและรอยแยกสีดำที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เสียงคำรามต่ำๆ ลอดออกมาจากรอยแยกนั้น เสียงที่เหมือนเสียงกระซิบของคนนับพันกำลังพูดคำเดียวกันซ้ำๆ—*‘กลับมา... กลับมารวมกันเสียที’* "คุณสร้างเขาขึ้นมา... หรือเขาเป็นคนสร้างคุณกันแน่คะ อาคเนย์?" รินเค้นเสียงถามผ่านไรฟัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดระแวง เธอจ้องมองจิตแพทย์หนุ่มราวกับสัตว์ป่าที่จนมุม "เรื่องราวทั้งหมดในสมุดบันทึกเล่มนั้น... การทดลองประสาทสัมผัสคู่ขนาน... มันไม่ใช่การรักษาอาการความจำเสื่อม แต่มันคือการพยายามดึงตัวตนอีกฝั่งให้ข้ามมาแทนที่ฉัน ใช่ไหมคะ?" อาคเนย์ไม่ได้ปฏิเสธ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ดวงตาหลังกรอบแว่นพราวระยับด้วยประกายความคลุ้มคลั่งที่ถูกเก็บซ่อนไว้มานาน "ความจำเสื่อมของคุณไม่ใช่โรคค่ะ ริน... มันคือกลไกการป้องกันตัวของสมองที่พยายามกักขัง 'ปีศาจ' ไม่ให้ตื่นขึ้นมาต่างหาก แต่คุณดันอยากรู้อยากเห็นเอง... คุณเป็นคนเปิดประตูบานนั้นด้วยมือของคุณเองนะ" สิ้นคำพูดของเขา พื้นห้องใต้ฝ่าเท้าของรินก็ยุบตัวลงไปครึ่งหนึ่ง! ร่างของเธор่วงหล่นลงสู่ความมืดเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่สะท้อนก้อง อาคเนย์ไม่ได้คว้าตัวเธอไว้ เขายืนมองเธอดิ่งลงไปพร้อมกับรอยยิ้มเรียบเฉย ขณะที่รอยแยกบนผนังระเบิดออก เศษกระจกนับล้านชิ้นพุ่งเข้าใส่ร่างของเธอราวกับห่าฝน ทว่าไม่มีรอยแผลใดๆ เกิดขึ้น มีเพียงความรู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ รินหลับตาลงรับความเจ็บปวด ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอกลับพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนพื้นห้องสีขาวสนิท—ห้องเดิม บรรยากาศเดิม... แต่ไม่มีรอยแยก ไม่มีผนังที่บิดเบี้ยว มีเพียงกระจกเงาบานใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้าเธอ บานกระจกที่ไม่มีเงาสะท้อนของเธออยู่เลย... ยกเว้นเงาของใครอีกคนกำลังเขียนข้อความด้วยเลือดสดๆ ลงบนกระจกฝั่งตรงข้ามทีละตัวอักษร *‘ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉัน’* และก่อนที่รินจะทันได้กรีดร้อง มือคู่หนึ่งก็ยื่นทะลุกระจกออกมาจากด้านใน จับข้อศอกทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังชิดริมหูจากความว่างเปล่า—*“ถึงเวลาเปลี่ยนที่กันแล้วค่ะ”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความบิดเบี้ยวของมิติคู่ขนานนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเงา: รอยแยกในกระจกนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%