เสียงคัดค่างของเครื่องทอผ้าไอน้ำลอตแรกดังสนั่นก้องกังวาน ประสานกับเสียงฟันเฟืองเหล็กกล้าที่ขบเข้าหากันอย่างแม่นยำ ราวกับเสียงหัวใจเต้นระรัวของยุคสมัยใหม่ที่กำลังอุบัติขึ้นท่ามกลางหุบเขาอันทุรกันดาร
หลินจื่อเวยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กที่นางเพิ่งริเริ่มสร้างสรรค์ขึ้น อาภรณ์ผ้าไหมปักลายเมฆสีนิลขับเน้นให้ร่างระหงของนางดูน่าเกรงขามและสง่างามในคราเดียวกัน ศرษะประดับปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์บินสะท้อนแสงไฟจากเตาหลอมเหล็กวับวาม ดวงตาคู่คมกวาดมองฝูงชนนับร้อยที่กำลังยืนอัดแน่นอยู่ลานกว้างเบื้องล่าง ทุกคู่สายตาต่างจับจ้องมาที่นาง—มิใช่ด้วยความหวาดระแวงดังเช่นวันวาน หากแต่เปี่ยมด้วยความศรัทธาอันล้ำลึกและหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน
"ใต้เท้าหลิน... ผ้าทอผืนนี้ ทนทานกว่าผ้าไหมจากเมืองหลวงถึงสามส่วน แถมต้นทุนยังต่ำลงครึ่งต่อครึ่ง!" หัวหน้าช่างเฒ่าผู้เคยคัดค้านนางหัวชนฝาในวันแรก ก้าวออกมาคุกเข่าลงเบื้องหน้า สองมือประคองม้วนผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดดุจแพรไหมส่งให้ด้วยอาการมือไม้สั่นเทา
จื่อเวยมิได้รีบรับไว้ นางก้าวเข้าไปใกล้ ชายกระโปรงยาวลากพื้นกวาดผ่านฝุ่นดินอย่างไม่แยแส นางย่อกายลงพยุงชายชราให้ลุกขึ้นด้วยกิริยาอ่อนโยนแต่มั่นคง
"สิ่งที่พวกท่านควรคารวะ มิใช่ตัวข้า... แต่คือ 'ปัญญา' และ 'สองมือ' ของพวกท่านเองค่ะ" สุ้มเสียงหวานกังวานทว่าทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ "ข้าเพียงแต่นำฟันเฟืองและกฎเกณฑ์แห่งโลกใหม่มาวางไว้เบื้องหน้า แต่ผู้ที่หมุนมันให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า... คือพวกท่านทุกคน"
เสียงฮือฮาด้วยความแซ่ซ้องระงมไปทั่ว ไพร่พลและชาวบ้านต่างพากันคุกเข่าลงคำนับสตรีตรงหน้าพร้อมเพรียงกัน เสียงกราบกรานดังสะท้อนก้องดั่งคลื่นสมุทร อำนาจที่แท้จริงมิได้มาจากราชโองการหรือปลายดาบ หากแต่ได้มาจากความกินดีอยู่ดีที่นางหยิบยื่นให้ด้วยมันสมองและสองมือของตนเอง
ในมุมมืดของซุ้มประตูไม้สักทอง สวี่เฟิงยืนกอดอกพิงเสา สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวทอดมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะหาคำ
ใดมาบรรยาย บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเยือกเย็นดุร้ายและไร้ความปรานีต่อศัตรูในยุทธภพ บัดนี้กลับยอมสยบราบคาบให้กับรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความเฉลียวฉลาดของสตรีผู้นี้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้มต่ำระคนความชื่นชม
"เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า... จื่อเวย หญิงงามทั่วหล้าล้วนใช้หยาดน้ำตาและเรือนร่างเพื่อกุมอำนาจในเรือนหลัง แต่เจ้า... กลับใช้ฟันเฟืองเหล็กกล้าและกฎแห่งเศรษฐกิจเพื่อสั่นคลอนราชบัลลังก์"
จื่อเวยหันกลับมาสบตาคมกริบของท่านอ๋องหนุ่ม มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน นางยกมือขึ้นจัดคอเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทีสนิทสนมที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อยศถาบรรดาศักดิ์ ยิ่งขับให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองลึกซึ้งเกินกว่าคำว่านายบ่าว
"อำนาจที่ได้มาด้วยกำลัง ย่อมเสื่อมสลายไปตามกาลเวลาเพคะท่านอ๋อง..." จื่อเวยกระซิบแผ่วเบา ทว่าถ้อยคำกลับเฉียบคมบาดลึก "แต่ปัญญาและความเป็นอยู่ที่ดีของราษฎร์... คือรากฐานที่ต่อให้โอรสสวรรค์ก็มิอาจโค่นล้มได้โดยง่าย"
สวี่เฟิงแค่นหัวเราะในลำคออย่างพึงใจ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวนุ่มที่กำลังจัดเสื้อให้เขาไว้แน่น ฝ่ามือที่ผ่านการจับกระบี่มาโชกโชนกุมมือของกุนซือสาวไว้อย่างมั่นคง ราวกับจะประกาศกร้าวให้โลกรู้ว่าสตรีผู้นี้คืออาวุธที่อันตรายและล้ำค่าที่สุดในกำมือของเขา
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและชัยชนะอันงดงาม เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็แหวกม่านอากาศเข้ามาคั่นจังหวะ ร่างในชุดดำสนิทคุกเข่าลงหอบหายใจสะท้าน พร้อมกับชูหีบไม้สนทาสีชาดขนาดเล็กที่ประทับตราประทับลับสุดยอดด้วยครั่งสีทองอร่าม
"ท่านอ๋อง! ใต้เท้าหลิน! มีม้าเร็วส่งส่วนด่วนมาจากเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ..." เสียงองครักษ์สั่นเครือด้วยความตื่นตระหนก "พระราชโองการลับฉบับใหม่... สั่งปลดท่านอ๋องจากตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์ชายแดน และมีรับสั่งให้จับกุมตัวใต้เท้าหลินในข้อหากบฏต่อแผ่นดิน!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของสวี่เฟิงหายวับไปในพริบตา ดวงตาคู่นคมืดมนลงดุจรัตติกาลไร้เดือนดาว บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าหลินจื่อเวยกลับมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีรัตติกาลของนางหรี่ลงเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด ก่อนจะยื่นมือเรียวออกไปรับหีบไม้สนนั้นมาถือไว้ด้วยท่าทีนิ่งสงบดั่งผืนน้ำในบึงลึก
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรมรุ่งโรจน์•ตอนที่ 10
อำนาจที่ได้มาด้วยปัญญา
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรมรุ่งโรจน์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!