"รอยหมึกบนกระดาษสาจากมณฑลเจียงหนานแผ่นนี้... ช่างแห้งเร็วกว่าโลหิตที่หลั่งรินจากคอของสารถีผู้นั้นเสียอีกนะคะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องลับใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของดินโคลนผสมผสานกับกลิ่นฉุนกึกของน้ำมันก๊าดและถ่านหินอุตสาหกรรมลอยอบอวล หลินจื่อเวย ในอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีชาดคลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีนิลสนิท นางก무ตัวลงเล็กน้อยเพื่อใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหญ้าคาแตะสัมผัสรอยประทับตราครั่งสีชาดบนม้วนกระดาษ แสงตะเกียงทองเหลืองวับแวมสะท้อนดวงตาคู่คมที่ฉายแววเฉียบคมดั่งคมดาบ
เบื้องหน้าของนางคือหีบไม้สักทองขนาดใหญ่ที่เปิดอ้าซ่า ภายในอัดแน่นไปด้วยเฟืองจักรกลเหล็กกล้า เครื่องยนต์ไอน้ำขนาดจิ๋วที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมาย และดินประสิวบริสุทธิ์เกรดสูงที่ใช้สำหรับอุตสาหกรรมทางทหาร—สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า เส้นทางการค้าระหว่างประเทศที่ควรจะถูกปิดตายภายใต้กฎเหล็กแห่งราชสำนัก กำลังถูกเปิดช่องโหว่โดยฝีมือของผู้มีอำนาจระดับสูงในราชตระกูล
สวี่เฟิง ที่ยืนอารักขาอยู่เบื้องหลังเงาอัคคีจากตะเกียง ขยับกายเข้ามาช้าๆ สรรพเสียงจากภายนอกถูกตัดขาดด้วยผนังหินหนาเตอะ ทว่าแววตาดุดันของนายทหารหนุ่มกลับจับจ้องไปยังทางเข้าอุโมงค์มืดมิดเบื้องหน้าไม่วางตา มือหนากำด้ามกระบี่ประจำกายแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"สายข่าวของเรามารายงานว่า ขบวนสินค้าล็อตนี้ไม่ได้ผ่านด่านภาษีศุลกากรหลวงค่ะท่านกุนซือ" สวี่เฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก แฝงความกังวลไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว "พวกมันใช้ 'เส้นทางลับใต้เงาป่า' ทางทิศเหนือ ซึ่งอยู่ในเขตอารักขาของกองกำลังพิทักษ์ประตูเมือง... หากไม่ใช่เพราะมีแม่ทัพใหญ่หนุนหลัง ขบวนรถม้าบรรทุกเหล็กกล้าและเครื่องจักรกลนับร้อยคันย่อมไม่มีทางผ่านพ้นสายตาของหน่วยสอดแนมไปได้"
จื่อเวยมิได้เอ่ยวาจาทันที นางหยิบชิ้นส่วนเฟืองจักรกลขึ้นมาพิจารณาอย่างพินิจพิเคราะห์ ปลายนิ้วสัมผัสร่องรอยการหล่อโลหะที่ประณีตเกินกว่าฝีมือช่างชาวบ้านทั่วไป ช่างเป็นงานอุตสาหกรรมที่ก้าวล้ำยุคสมัยเสียจริง... ยุค 70-80 แห่งการปฏิรูปจักรกลที่กำลังคืบคลานเข้ามาในคราบของความทันสมัย แท้จริงแล้วกลับเป็นเครื่องมือฟอกเงินและสะสมแสนยานุภาพนอกกฎหมายของพวกขุนนางกังฉิน
"น่าสนใจยิ่งนัก..." มุมปากบางเฉียบยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่น "ผู้ใดจะคาดคิดเล่าคะ ว่าเสนาบดีหลี่ผู้เคร่งครัดในศีลธรรม จะใช้ห้องใต้ดินของโรงงานทอผ้าหลวงเป็นฉากหน้าในการลักลอบนำเข้าเทคโนโลยีเครื่องจักรไอน้ำจากต่างแดน เพื่อแลกกับการแอบหลอมอาวุธยุทโธปกรณ์ส่งให้กองกำลังส่วนตัว"
จื่อเวยหันกลับมาเผชิญหน้ากับสวี่เฟิง ดวงตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ในห้วงเวลานี้ ความรักความผูกพันที่พวกเขามีให้กันมิได้ถูกเอื้อMนผ่านคำหวาน หากแต่ถูกหล่อหลอมด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งและการเดิมพันด้วยลมหายใจ
สวี่เฟิงก้าวเข้ามาประชิดตัวนางโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎเกณฑ์ธรรมเนียมประเพณี กลิ่นอายบุรุษเพศที่เข้มข้นเจือจางด้วยกลิ่นอายสนามรบโอบล้อมร่างระหงของหญิงสาวไว้ มือใหญ่วางทับลงบนหลังมือที่ถือเอกสารลับของนางอย่างมั่นคงและหนักแน่น ราวกับจะบอกว่าไม่ว่าเบื้องหน้าจะมีอุปสรรคขวากหนามเพียงใด เขากจะยืนหยัดเคียงข้างนางดั่งขุนเขา
"ข้าจะนำกำลังพลเข้าทลายรังโจรนี้เสียในคืนนี้เลยดีหรือไม่" สวี่เฟิงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าด้วยความกรุ่นโกรธแทนหญิงสาว "ปล่อยให้พวกมันชดใช้ด้วยโลหิต"
"ช้าก่อนค่ะท่านแม่ทัพ..." จื่อเวยยกมือขึ้นแตะริมฝีปากหนาของชายหนุ่มเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ดวงตาดอกท้อทอประกายระยับด้วยแผนการร้ายกาจ "การใช้กำลังทหารบุกเข้าจับกุมตอนนี้ รังแต่จะทำให้ปลาใหญ่ตื่นตูมและทำลายหลักฐานสำคัญ... อีกทั้ง เสนาบดีหลี่ผู้นั้นย่อมมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิด การจะโค่นต้นไม้ใหญ่ที่มีรากแก้วหยกลึกถึงในวังหลังได้ เรามิอาจใช้เพียงขวานบิ่นฟันลงไปโต้งๆ หรอกนะคะ"
นางดึงม้วนกระดาษลับเก็บใส่แขนเสื้ออย่างเชื่องช้า ทว่าสง่างาม ก่อนจะก้าวเดินลึกเข้าไปในความมืดของอุโมงค์ โดยมีแสงไฟจากคบเพลิงที่สวี่เฟิงถือส่องนำทาง ท่ามกลางหยดน้ำที่เกาะตามผนังหินร่วงหล่นลงมาเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่วันชี้ชะตา
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวพ้นทางโค้งสุดท้ายของอุโมงค์ลับเพื่อมุ่งสู่ปากทางออก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตก็ดังสะท้อนก้องมาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
*แกร๊ก...*
เสียงกลไกประตูหินหนักอึ้งทางด้านนอกเลื่อนปิดลงอย่างรวดเร็วจนเกิดประกายไฟแล่บแปลบ ความมืดมิดเข้าโอบล้อมพวกเขาทั้งสองในทันที ขณะที่เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหลังคบเพลิงที่ริบหรี่ พร้อมกับเสียงทุ้มกังวานที่เอ่ยทักทายราวกับรอคอยเวลานี้มานานแสนนาน
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่ข้าเตรียมไว้ให้... ท่านกุนซือผู้ปราดเปรื่อง และท่านแม่ทัพผู้โง่งอมืดบอดในความรัก"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรมรุ่งโรจน์•ตอนที่ 14
ความลับใต้เงาป่า
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรมรุ่งโรจน์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!