กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรมรุ่งโรจน์•ตอนที่ 8

โรงงานนรกที่ต้องปฏิรูป

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอับชื้นของถ่านหินผสมคราบน้ำมันเครื่องคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว เสียงเครื่องจักรไอน้ำรุ่นเก่าส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับสัตว์อสูรบาดเจ็บ แผ่นเหล็กขึ้นสนิมสีแดงฉานสั่นสะเทือนตามจังหวะการทำงานที่ไร้ระเบียบ นี่คือ "โรงงานนรก" ประจำหมู่บ้านเขตชายไถ่—สถานที่ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นหลุมฝังศพแรงงานยุคอุตสาหกรรมรุ่งโรจน์ หญิงสาวในชุดกี่เพ้าผ้าไหมปักลายเหมันต์สีครามเข้มก้าวผ่านประตูเหล็กหนาเข้ามาอย่างไม่ลังเล ชายกระโปรงยาวลากผ่านพื้นสกปรกเปื้อนคราบเขม่า แต่ทว่าท่วงท่าการเดินกลับสง่างามมั่นคงราวกับฮองเฮาเสด็จประพาสอุทยานหลวง มิใช่ผู้ตรวจการที่กำลังก้าวเข้าสู่แดนมิคสยอง "ท่านกุนซือ... โรงงานแห่งนี้คนงานตายไปสามคนในรอบเดือนแล้ว เครื่องจักรระเบิดจนแขนขาดกระเด็น ทางการท้องถิ่นรับสินบนจนปิดตาข้างหนึ่ง ท่านแน่ใจหรือว่าจะรื้อโครงสร้างใหม่ทั้งหมดที่นี่?" เสียงกระซิบอย่างหวาดหวั่นของเฒ่าแก่โรงงานสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ หลินจื่อเวยมิได้เหลียวแลสายตาหวาดกลัวนั้น ดวงตาดำขลับดั่งห้วงสมุทรลึกกวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างพินิจพิจารณา นางเห็นเด็กชายอายุไม่เกินสิบขวบกำลังมุดเข้าไปใต้สายพานจักรเพื่อเขี่ยเศษเหล็กโดยไม่มีเครื่องป้องกันใดๆ แววตาของเด็กน้อยคู่นั้นว่างเปล่าไร้ประกายชีวิต ราวกับพวกเขามิใช่คน หากแต่เป็นเพียงฟันเฟืองชิ้นหนึ่งที่รอวันสึกหรอและถูกโยนทิ้ง จื่อเวยหยิบพัดหยกขาวขึ้นเคาะฝ่ามือเบาๆ สองครั้ง เสียงนั้นกังวานใสตัดผ่านความอึกทึกของโรงงานได้อย่างน่าประหลาด ทุกสายตาของกรรมกรนับร้อยชีวิตหยุดชะงักลง พวกเขาหันมามองสตรีสูงศักดิ์ผู้ไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้ด้วยความหวาดระแวงและสิ้นหวัง "ฟันเฟืองที่หมุนผิดทิศทาง ย่อมบดขยี้แม้กระทั่งมือของผู้สร้างมันเอง" จื่อเวยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานทรงอำนาจจนทุกคนต้องเงี่ยหูฟัง "พวกท่านคิดว่าความยากจนบีบคั้นให้ต้องยอมจำนนต่อความตายในโรงงานเถื่อนเช่นนี้กระนั้นหรือ? หาใช่ไม่... เป็นเพราะพวกท่านยินยอมให้ความไร้ระเบียบกลืนกินจิตวิญญาณต่างหาก" ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุม ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าแพรสีดำสนิทของสวี่เฟิงก็ก้าวตามเข้ามา รัศมีเยือกเย็นดุร้ายแผ่ซ่านออกจากตัวท่านอ๋องหนุ่มจนอุณหภูมิในโรงงานลดฮวบลงทันที มือหนากำด้ามกระบี่ข้างกายแน่น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองกลุ่มหัวหน้าคนงานที่หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวอำนาจมืดที่แท้จริง "ใครก็ตามที่ขัดขวางการปฏิรูปโครงสร้างในครั้งนี้... ถือเป็นกบฏนอกรีต มีโทษประหารสถานเดียว" สวี่เฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดั่งอสุนีบาต จื่อเวยหันไปสบตากับชายหนุ่ม ชั่วขณะนั้นความอ่อนโยนฉายชัดขึ้นในแววตาดุจน้ำแข็งของนาง นางรู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงโรงงานเล็กๆ แห่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของกลไกอุตสาหกรรม แต่มันคือการถอนรากถอนโคนอำนาจเก่าของขุนนางท้องถิ่นที่สูบเลือดเนื้อประชาชน นางคลี่กระดาษไขแผ่นใหญ่ออกบนโต๊ะทำงานเก่าๆ เผยให้เห็นพิมพ์เขียวระบบระบายความร้อนใหม่และการจัดผังโรงงานตามหลักยศาสตร์ที่ล้ำยุคเกินกว่าใครจะจินตนาการ "สวี่เฟิง ข้าต้องการให้ท่านคุมกำลังทหารปิดล้อมทางเข้าออกทั้งหมด ห้ามผู้ใดเข้าออกจนกว่าการปรับผังโรงงานจะเสร็จสิ้น และ..." จื่อเวยหยุดชะงักเล็กน้อย รอยยิ้มเยnเยือกปรากฏที่มุมปาก "ตรวจสอบบัญชีการเงินย้อนหลังสามปีของโรงงานนี้ ข้าพนันว่าเราจะเจอเบาะแสของกลุ่มอำนาจลึกลับที่เชื่อมโยงกับราชสำนักฝ่ายใต้" ในขณะที่ทั้งสองกำลังร่วมกันวางหมากตานี้อย่างรัดกุม ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านนอก ขันทีเฒ่าหน้าตาตื่นตระหนกผู้หนึ่งฝ่าวงล้อมทหารเข้ามาด้วยความทุรลีทุรัง ในมือชูหีบไม้ประทับตรามังกรทองขึ้นสูงด้วยความสั่นเทา "พระราชโองการด่วนที่สุดจากเมืองหลวง! ส่งตรงถึงท่านอ๋องและท่านกุนซือ!" สวี่เฟิงรับหีบไม้มาเปิดออกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อกางม้วนกระดาษสีเหลืองทองออกอ่าน นัยน์ตาคมกริบก็หรี่ลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก จื่อเวยโน้มตัวเข้าไปอ่านข้อความเบื้องหน้า ก่อนที่เรียวคิ้วงามจะได้ขมวดเข้าหากันด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าพระราชโองการลับฉบับนี้มิได้สั่งการเรื่องราชกิจ แต่กลับระบุชื่อของนางและสวี่เฟิงในฐานะ "นักโทษข้อหากบฏ" ที่ต้องถูกเนรเทศทันทีโดยไม่มีสิทธิ์แก้ต่าง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรมรุ่งโรจน์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%