“หมอบลง!”
ผมคำรามลั่นพลางพุ่งตัวเข้ากระชากแขนรินรดาจนร่างของเธอเสียหลักล้มควบลงไปกับพื้นหินเย็นเยียบ ทันใดนั้นกรงเล็บแหลมคมยาวผิดมนุษย์ของสิ่งที่เคยเป็นศรัณย์ก็ตวัดผ่านอากาศเหนือศีรษะเธอไปเพียงคืบ ลมกรรโชกจากแรงเหวี่ยงหอบเอาไอเย็นจัดและกลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อเน่าเปื่อยกระจายคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“นั่นไม่ใช่ศรัณย์... ไม่ใช่เขาจริงๆ!” รินรดาตะโกนตอบโต้ขณะควักปืนพกประจำกายออกมาเล็งไปที่เงาร่างที่กำลังบิดเบี้ยว ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความสับสนและความหวาดกลัวที่พยายามสะกดไว้ภายใต้มาดตำรวจสาวผู้ยึดมั่นในเหตุผล
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ความคิดในหัวหมุนวนอย่างรวดเร็ว ผมรู้ดีว่านี่คือมายาภาพที่เกิดจากไสยเวทชั้นต่ำที่ผูกมัดด้วยแรงอาฆาต สมศักดิ์ไม่ได้สู้ด้วยกำลัง แต่เขาสู้ด้วยความกลัวที่หยั่งรากลึกในจิตใต้สำนึกของพวกเรา
ผมกัดฟันกรอด นิ้วมือข้างหนึ่งแตะลงบนรอยสักอักขระที่ต้นคอ ก่อนจะร่ายมนตร์บทสั้นๆ ที่ท่องจำขึ้นใจแต่ไม่เคยอยากใช้ “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว สิ่งลวงตาคือเถ้าธุลี... เผยร่างที่แท้จริงออกมา!”
ผมคว้าเอาเศษผงวิญญาณที่เก็บไว้ในซองผ้าดิบสาดกระจายออกไปตรงหน้า แสงสีครามวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของกรงขังหิน ร่างประหลาดที่กำลังจะพุ่งเข้ามาหยุดชะงัก มันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนจนแก้วหูแทบฉีกขาด ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อยๆ สลายกลายเป็นหมอกควันสีเทา เผยให้เห็นศรัณย์ตัวจริงที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนไสยเวทอยู่อีกฝั่งของห้อง
“คุณริน... ออกไปจากที่นี่...” ศรัณย์พึมพำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาของเขาดูเลื่อนลอยเหมือนคนกำลังดิ้นรนอยู่ในนรกขุมที่ลึกที่สุด
ผมขยับเข้าไปใกล้โซ่ตรวนเหล่านั้น กลิ่นอายของความตายที่นี่รุนแรงเกินกว่าจะเมินเฉยได้ สายตาของผมเหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬที่นั่งกอดเข่าพิงผนังหินอยู่มุมห้องข้างๆ ศรัณย์ นั่นไม่ใช่คน... แต่นั่นคือ ‘พยาน’ ที่ผมตามหา
“วิญญาณพ่อค้าคนนั้น...” ผมพึมพำกับตัวเอง
ผมละทิ้งความสนใจจากร่างที่ถูกจองจำของศรัณย์ชั่วคราว แล้วก้าวไปยังมุมมืด ร่างวิญญาณของชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตเก่าๆ ที่มีรอยเลือดแห้งกรังตรงหน้าอกกำลังตัวสั่นเทา ดวงตาของเขาว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ผมนั่งลงต่อหน้าเขาอย่างช้าๆ พยายามลดระดับความน่าเกรงขามและแสดงออกถึงความสงบให้มากที่สุด
“คุณครับ...” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและสุภาพ “ผมรู้ว่าคุณเจ็บปวด และผมรู้ว่าคุณมองเห็นทุกอย่างในคืนนั้น”
วิญญาณพ่อค้าเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ไร้แววของเขาสั่นระริก “เขา... เขาไม่ได้ตั้งใจฆ่า... แต่มันสะใจ... เขาสะใจที่เห็นผมค่อยๆ ขาดใจตาย...”
“ใครครับ? ใครคือคนที่ทำแบบนั้นกับคุณ บอกชื่อเขามา ให้ผมเป็นคนทวงคืนความยุติธรรมให้คุณเอง” ผมถามพลางขยับนิ้วทำสัญลักษณ์ผูกดวงวิญญาณ เพื่อให้เขาไม่สลายไปก่อนที่จะพูดจบ
พ่อค้าคนนั้นอ้าปากค้าง เสียงที่ออกมาไม่ใช่คำพูดปกติ แต่เป็นเสียงที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของผมโดยตรง “เขา... เขาคือคนที่สวมรอยเป็นผู้ล่า... เขาอยู่ใกล้กว่าที่คุณคิด... เขาอยู่ข้างๆ คุณเสมอ... คุณหมอผี...”
ทันใดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบงันที่น่าขนลุกเข้าปกคลุมแทนที่เสียงกรีดร้องของวิญญาณ รินรดาที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังผมเริ่มมีอาการตัวแข็งทื่อ เธอค่อยๆ ลดปืนลงเหมือนคนถูกสะกดจิต
“รินรดา? คุณเป็นอะไรไป!” ผมหันไปถามด้วยความร้อนใจ
รินรดาค่อยๆ หันกลับมามองผม ใบหน้าของเธอเรียบเฉยอย่างน่าประหลาด ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไม่ได้สะท้อนเงาของผมอยู่ภายใน แต่กลับสะท้อนภาพของเงาดำมืดมิดที่ยืนอยู่ข้างหลังผมในจังหวะที่ผมเผลอ
“ศรัณย์... เขาบอกว่าเขาอยู่ข้างๆ ฉันเสมอ” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนผมรู้สึกถึงกระดูกสันหลังที่เย็นวาบ “คุณรู้ไหมว่าคนคนนั้น... คือใคร?”
เธอยกมือขึ้นช้าๆ แล้วชี้มาที่ด้านหลังของผม ในขณะที่วิญญาณพ่อค้าตรงหน้าผมค่อยๆ สลายหายไปพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว ก่อนจะทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ว่า “เจ้าของกรงขัง... ไม่เคยจากไปไหน มันแค่เปลี่ยนร่างไปอยู่ในที่ที่เจ้าไว้ใจที่สุด”
ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดที่ต้นคอของผม พร้อมกับมือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งค่อยๆ เลื่อนมาโอบรอบลำคอของผมจากด้านหลัง!
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดครั้งนี้นะครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 14
พยานจากโลกหลังความตาย
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!