“คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ครับ ผู้กอง?”
เสียงของ พันตำรวจเอกสมศักดิ์ เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่ขุดขึ้นมาจากหลุมศพในคืนเดือนดับ เขาวางแฟ้มเอกสารปกสีน้ำตาลเข้มลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เสียงกระทบของมันดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบราคาแพงและไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ
รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแต่ประสานสายตาที่ดุดันของชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างไม่ลดละ มือเรียวภายใต้ถุงมือผ้าสีดำกำแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอเพิ่งกลับมาจากสถานที่เกิดเหตุ—โกดังร้างย่านชานเมือง ที่ซึ่งเธอได้เห็น ‘รอยนิ้วมือสีเลือด’ ปรากฏขึ้นบนกำแพงที่ควรจะว่างเปล่า มันไม่ใช่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้ แต่มันคือคำพิพากษาจากโลกหลังความตายที่เธอกำลังพยายามรวบรวม
“ผมถามว่าคุณกำลังทำอะไร รินรดา” เขาเน้นย้ำทีละคำ แรงกดดันมหาศาลจากยศถาบรรดาศักดิ์ถาโถมเข้าใส่หญิงสาวราวกับพายุ “รายงานการสืบสวนที่คุณส่งเข้ามามันมีแต่เรื่องไร้สาระ ข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนผู้ต้องสงสัยได้ อ้างถึงเพียงแค่ความรู้สึกและภาพหลอน... คุณลืมไปแล้วหรือว่าที่นี่คือกรมตำรวจ ไม่ใช่สำนักทรงเจ้าเข้าผี!”
“ดิฉันไม่ได้อ้างเรื่องผีสางค่ะท่าน” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความโกรธที่พุ่งพล่าน “ดิฉันอ้างถึงความผิดปกติของข้อมูลในคดีนี้... ทำไมบันทึกประจำวันของเหยื่อรายที่สามถึงถูกลบทิ้ง? ทำไมรายงานการชันสูตรพลิกศพในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรอยไหม้รูปอักขระถึงถูกแก้ไขให้เป็นเพียง ‘แผลพุพองจากสารเคมี’? ท่านกำลังปกป้องใคร หรือกำลังปกป้องอะไรกันแน่?”
สมศักดิ์หัวเราะหึในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและน่าขนลุก เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไม้เลื่อนถอยหลังส่งเสียงครืดคราดบาดหู ชายร่างท้วมเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นซิการ์รุนแรงจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ
“โลกนี้มันกว้างกว่าที่คุณคิด รินรดา...” เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายที่ดูผิดปกติ “บางเรื่องถ้าอยากจะมีชีวิตอยู่ให้ถึงวัยเกษียณ คุณก็ต้องรู้จักหลับตาข้างหนึ่ง เรื่องราวที่ศรัณย์พยายามยัดเยียดให้คุณน่ะ มันคือยาพิษที่พร้อมจะฉีกกระชากชีวิตของคุณให้เป็นชิ้นๆ คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าอยากจะกระโจนลงไปในนรกขุมนั้นด้วยตัวคนเดียว?”
รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหัวหน้าหน่วย เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในแววตาที่ว่างเปล่าของเขา แต่มันมีบางอย่างที่ผิดปกติ... ในม่านตาของสมศักดิ์ มันดูเหมือนมี ‘อะไรบางอย่าง’ เคลื่อนไหวอยู่ข้างใน เงาดำที่บิดเบี้ยวราวกับกำลังแหวกว่ายอยู่ในของเหลวขุ่นมัว
นั่นไม่ใช่สายตามนุษย์
“ศรัณย์ไม่ได้ยัดเยียดอะไรให้ดิฉัน” รินรดาสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่ทั้งหมด “เขาแค่ทำให้ดิฉันเห็นในสิ่งที่ท่านพยายามซ่อนไว้... ความจริงที่ว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของคนเหล่านั้น”
สมศักดิ์หยุดนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันที่เรียงตัวกันผิดธรรมชาติ “งั้นก็ดีครับ... ในเมื่อคุณอยากรู้ความจริงนัก ผมก็จะพาไปดู”
เขากดปุ่มที่รีโมทข้างเอว ทันใดนั้นผนังห้องที่เคยเป็นตู้หนังสือทึบก็เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดลึกลงไปใต้ดิน ความมืดมิดที่พุ่งออกมาจากช่องว่างนั้นหนาวเหน็บจนรินรดาตัวสั่นสะท้าน เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและเสียงกระซิบแผ่วเบานับพันที่กรีดร้องอยู่ในอากาศ
“เชิญครับ ผู้กอง... ก้าวแรกของคุณสู่ความจริงที่ไม่มีวันย้อนกลับ” สมศักดิ์ผายมือด้วยท่าทางสุภาพผิดปกติ
รินรดาหยิบไฟฉายคู่ใจออกมาจากเอว ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่อแสงจากไฟฉายส่องลงไปกระทบบางสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง มันไม่ใช่ห้องใต้ดินเก็บเอกสารอย่างที่เธอคิด แต่มันคือ ‘ห้องประกอบพิธีกรรม’ ที่มีร่างของชายคนหนึ่งถูกล่ามโซ่ด้วยอักขระอาคมที่เปล่งแสงสีแดงฉาน
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นจากเงามืด เมื่อแสงไฟฉายตกกระทบใบหน้าของเขา รินรดาก็ถึงกับเข่าอ่อนจนเกือบทรุดลงกับพื้น
ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นลึก และดวงตาที่จ้องมองมาด้วยความเจ็บปวดทรมานนั้น... คือใบหน้าของศรัณย์ที่หายตัวไปเมื่อสามวันก่อน
แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบที่ข้างหูของรินรดาก็ดังขึ้น ราวกับเสียงของศรัณย์อีกคนหนึ่งที่ยืนประชิดตัวเธออยู่ด้านหลัง
“อย่าเดินเข้าไปรินรดา... คนที่อยู่ในนั้นไม่ใช่ผม แต่มันคือ ‘เงา’ ที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อล่อลวงคุณไปสู่กับดัก”
รินรดาชะงักงัน เธอหันขวับกลับไปด้านหลัง ทว่าความว่างเปล่าคือสิ่งที่รอเธออยู่ พร้อมกับเสียงประตูหินที่ปิดกระแทกลงมาขังเธอไว้ในความมืดสนิทเพียงลำพัง
“ยินดีต้อนรับสู่กรงขังที่เจ้าสร้างขึ้นเอง...” เสียงของสมศักดิ์ดังสะท้อนมาจากทั่วทุกทิศทาง พร้อมกับร่างของศรัณย์ที่ถูกล่ามไว้ตรงหน้าค่อยๆ บิดเบี้ยว กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีแขนขางอกยาวออกมาจนผิดรูป ร่างนั้นก้าวเข้ามาหารินรดาด้วยความเร็วที่ไม่ใช่มนุษย์ พร้อมกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกจองจำในกำแพงหินเริ่มดังระงมขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
เข็มทิศมองวิญญาณหวังว่าทุกท่านจะติดตามตอนต่อไปเพื่อร่วมไขปริศนาความจริงที่ดำมืดที่สุดนี้ไปพร้อมกันนะครับ ขอบพระคุณครับ
นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 13
ความจริงหลังม่าน
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!