"คุณกำลังจะบอกผมว่า หลักฐานชิ้นเดียวที่เชื่อมโยงถึงฆาตกร คือรอยนิ้วมือที่ไม่มีอยู่จริงบนฐานรูปปั้นนั่นงั้นหรือครับสารวัตร?"
ศรัณย์วางแฟ้มคดีลงบนโต๊ะไม้โอ๊กของรินรดา เสียงกระดาษที่กระทบพื้นผิวไม้ดังสะท้อนก้องในห้องทำงานที่เงียบสงัด เขาสบตาหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาคมกริบของเขาวูบไหวด้วยความเหนื่อยล้าผสมความโกรธเคืองที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
รินรดาพิงหลังกับพนักเก้าอี้หนัง เธอนวดขมับเบาๆ พลางถอนหายใจยาว "ฉันไม่ได้บอกว่ามันไม่มีอยู่จริงศรัณย์ แต่มันถูก 'ลบ' ออกไป... ไม่ใช่โดยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ แต่โดยวิชาที่ฉันเองก็อธิบายไม่ได้ ผลตรวจทางนิติเวชยืนยันแล้วว่า ร่างของเหยื่อทั้งสามคนมีร่องรอยการดึงวิญญาณออกไปก่อนตาย ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ระบบประมวลผลกล้องวงจรปิดรอบตึกสำนักงานใหญ่ของ 'ธนากรณ์ กรุ๊ป' เกิดอาการรวนพร้อมกันในเวลาสามทุ่มตรง"
ชื่อของธนากรณ์ กรุ๊ป ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที กลิ่นอายของอำนาจ เงินตรา และความตายที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศราวกับมีชีวิต
"ธนากรณ์... พ่อค้าอาวุธระดับประเทศที่อยู่เบื้องหลังโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วกรุงเทพฯ" ศรัณย์พึมพำ ชื่อนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย เขานึกถึงแววตาว่างเปล่าดุจหลุมศพของชายลึกลับที่ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้เมื่อคืน 'ทายาทคนสุดท้าย' คำนั้นยังคงกรีดลึกในใจเขาเหมือนใบมีดที่ขึ้นสนิม
"ศรัณย์" รินรดาโน้มตัวมาข้างหน้า แววตาของเธอเปลี่ยนจากความเหนื่อยล้าเป็นความมุ่งมั่น "ถ้าหมอนั่นคือคนที่อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี้จริง เราต้องมีแผน เราสู้ด้วยกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ และคุณเองก็ไม่สามารถใช้ไสยเวทพร่ำเพรื่อเพื่อลากคอเขามาเข้าคุกได้โดยไม่มีหลักฐานทางโลกจับต้องได้"
"คุณกำลังจะบอกให้ผมเล่นเกมของเขาเหรอครับ?" ศรัณย์แค่นยิ้มที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่เดาทางไม่ได้ "ศัตรูระดับนั้นไม่ได้สร้างความมั่งคั่งด้วยความบริสุทธิ์ใจ พวกเขาใช้คนตายเป็นบันได และถ้าผมอยากจะกระชากหน้ากากฆาตกรเงาตัวนั้น ผมต้องลงไปในหลุมศพที่เขาขุดไว้ด้วยตัวเอง"
"อย่าบ้าไปหน่อยเลย!" รินรดาตบโต๊ะเบาๆ "นั่นไม่ใช่การสืบสวน แต่มันคือการฆ่าตัวตาย"
"ความตายไม่ใช่จุดจบหรอกครับรินรดา แต่มันคือสัญญาที่พวกเราต้องชดใช้ให้แก่กัน" ศรัณย์ลุกขึ้นยืน ร่างกายเขาสูงสง่าแต่ดูโดดเดี่ยวในเงามืดของห้อง "ในเมื่อเขาเรียกผมว่า 'ทายาทคนสุดท้าย' นั่นแปลว่าเขารู้ดีว่าผมคือใคร และถ้าผมไม่เริ่มเดินหมากในเกมนี้ ความตายจะไม่จบแค่ศพที่สาม แต่จะเป็นตัวผม... และอาจจะรวมถึงคุณด้วย"
ทั้งคู่เงียบไปครู่ใหญ่ เสียงลมพัดผ่านหน้าต่างที่ปิดสนิทดังก้องเข้ามาเหมือนเสียงกระซิบของภูตผีที่หิวโหย
เวลาสามทุ่มเศษ รถสปอร์ตสีดำคันหรูของศรัณย์จอดนิ่งสนิทอยู่หน้าคฤหาสน์ธนากรณ์ คฤหาสน์หลังนี้ตั้งตระหง่านดุจป้อมปราการที่ถูกโอบล้อมด้วยปราณอาฆาตที่หนาแน่นเสียจนอากาศรอบๆ ดูจะเย็นเยียบกว่าปกติ ศรัณย์ก้าวลงจากรถ ความรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมาจากเงาไม้ทำให้เขาต้องกระชับเสื้อโค้ทแน่นขึ้น
เขาไม่ได้มาในฐานะตำรวจหรือนักสืบ เขามาในฐานะทายาทหมอผีที่ตระกูลต้องถูกกวาดล้างด้วยน้ำมือของใครบางคนที่อยู่เบื้องหลังอาณาจักรนี้
ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าใกล้ประตูเหล็กดัดขนาดใหญ่ บานประตูที่ปิดสนิทกลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างเชื่องช้า ไม่มีเสียงกลไก ไม่มีเสียงยามเฝ้าประตู มีเพียงความมืดมิดที่รอคอยอยู่เบื้องหลังราวกับอ้าปากรอรับเหยื่อที่เดินเข้าหา
"เข้ามาสิ... ศรัณย์" เสียงที่ดังก้องอยู่ในหัวของเขาไม่ใช่เสียงมนุษย์ มันแหบพร่าและซ้อนทับกันราวกับเสียงของคนนับร้อยที่ตายไปพร้อมกัน
ศรัณย์สูดหายใจลึก ก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป ทันใดนั้นประตูเหล็กกล้าก็ปิดสนิทลงด้วยแรงกระแทกมหาศาล ความมืดเข้าปกคลุมประสาทสัมผัสจนเขามองไม่เห็นสิ่งใด นอกเหนือจากแสงสีฟ้าจางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา—ยันต์ดวงตาที่สามที่เริ่มสั่นไหวและเรืองแสงขึ้นมาเอง
ที่ปลายสุดของโถงทางเดินขนาดใหญ่ ชายในชุดสูทสีเข้มยืนหันหลังให้เขา เขามีร่างกายกำยำ ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ในเงามืด แต่สิ่งที่ทำให้ศรัณย์ต้องชะงักคือกลิ่นหอมของดอกไม้จันทน์ที่รุนแรงจนเวียนหัว
"เจ้ามาช้าไปหนึ่งก้าว" ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบสนิทแต่ทรงพลัง "หลักฐานที่เจ้าพยายามตามหาในแฟ้มคดีของตำรวจสาวนั่น... มันไม่มีอยู่จริงหรอก เพราะเจ้าของรอยนิ้วมือนั้น ไม่ได้อยู่บนโลกนี้มานานกว่าสามสิบปีแล้ว"
ศรัณย์คว้ามีดอาคมที่ซ่อนไว้ในเสื้อโค้ท "คุณเป็นใคร? และทำไมต้องใช้ความตายของคนบริสุทธิ์เพื่อรักษาอำนาจของคุณ?"
ชายคนนั้นค่อยๆ หันกลับมา แสงไฟจากโถงทางเดินที่สว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง ศรัณย์แทบหยุดหายใจ ใบหน้านั้น... มันคือใบหน้าของพ่อของเขาคนที่ตายไปเมื่อยี่สิบปีก่อน พ่อคนที่เขาเคยเห็นศพด้วยตาตัวเองในงานศพที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและกลิ่นธูปควันไฟ
"เจ้าสงสัยไหมศรัณย์... ว่าทำไมวิญญาณของพ่อเจ้าถึงไม่เคยไปเกิด?" ชายคนนั้นแสยะยิ้มที่ทำให้หัวใจของศรัณย์หล่นวูบ "เพราะเขายังมี 'สัญญา' ที่ต้องทำหน้าที่ให้ข้า... ในฐานะของขวัญชิ้นสุดท้ายแด่ลูกชายผู้โง่เขลา"
ก่อนที่ศรัณย์จะทันได้ขยับตัว ชายคนนั้นก็ก้าวผ่านเงาและปรากฏกายขึ้นตรงหน้าเขาเพียงไม่กี่นิ้ว มือเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งเอื้อมมาแตะที่หน้าผากของศรัณย์ แรงอัดของพลังงานไสยเวทมหาศาลพุ่งเข้าสู่กระแสเลือดของเขา ทำให้ภาพในหัวของศรัณย์บิดเบี้ยวไปอย่างฉับพลัน
ในวินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังแว่วมาไกลๆ ก็ถูกตัดขาดด้วยเสียงหัวเราะเยาะที่ก้องอยู่ในความว่างเปล่า ศรัณย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของชายตรงหน้า—มันไม่ใช่เงาของเขา แต่เป็นภาพของรินรดาที่กำลังนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นห้องทำงานของเธอเองในขณะนี้!
"ฆาตกรเงาไม่ได้มีแค่คนเดียวศรัณย์..." ชายตรงหน้ากระซิบชิดใบหู "และคนต่อไปที่วิญญาณจะถูกพรากไป... คือผู้หญิงที่เจ้าให้ความสำคัญที่สุด"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมไขปริศนาไปกับผมนะครับ
นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 11
ฆาตกรเงา
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!