นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 44

ร่องรอยจากอดีต

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นอับของกระดาษโบราณและคราบฝุ่นละอองที่สะสมมานานนับทศวรรษคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บเอกสารใต้ถุนสถานีตำรวจเก่า เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงครางฮือราวกับจะขาดใจตายในอีกไม่กี่อึดใจ ร.ต.อ.หญิง รินรดา วางแฟ้มคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสิบห้าปีก่อนลงบนโต๊ะไม้สักจนเกิดเสียงทึบหนักหน่วง เธอถอนหายใจยาว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ฝั่งตรงข้าม ศรัณย์ยังคงไม่ขยับเขยื้อน ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาแตะอยู่บนกรอบรูปไม้สีเข้มที่เพิ่งปัดฝุ่นออกเมื่อครู่ แววตาของทายาทตระกูลหมอผีไหวระริกอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเย็นชาอย่างที่เขามักจะแสดงออกเพื่อสร้างกำแพงกั้นโลกภายนอก แต่เป็นความเจ็บปวดล้ำลึกที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ผืนน้ำอันนิ่งสงบมาเนิ่นนาน "คุณศรัณย์ครับ..." รินรดาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัด "เอกสารกองนี้ระบุชัดเจนว่าคดีของพ่อคุณถูกปิดลงด้วยคำว่า 'อุบัติเหตุ' แต่ภาพที่คุณเพิ่งเจอในสมุดบันทึกของสารวัตรปandit... มันบอกเล่าเรื่องราวอีกแบบหนึ่งอย่างสิ้นเชิง" ศรัณย์ยังคงไม่ตอบ เขายังคงมองภาพถ่ายขาวดำใบเล็กที่ซ่อนอยู่หลังปกหน้าของสมุดบันทึกเก่าคร่ำครึ ภาพนั้นถูกถ่ายด้วยกล้องฟิล์มคุณภาพต่ำ แสงเง่าและเม็ดเกรนหยาบๆ ทำให้เห็นใบหน้าของบุคคลในภาพไม่ชัดเจนนัก แต่สำหรับศรัณย์แล้ว ต่อให้เวลาผ่านไปอีกสักกี่สิบปี หรือต่อให้ดวงตาคู่นี้บอดสนิท เขาก็ไม่มีวันลืมใบหน้าของผู้ชายที่ยืนเคียงข้างพ่อของเขาในวันนั้น ผู้ชายคนเดียวกันกับที่ทิ้งรอยสักยันต์อาคมประหลาดไว้บนศพเหยื่อในคดีปัจจุบัน "ท่านอาจารย์ศิวะ..." ศรัณย์พึมพำออกมาเบาหวิว เสียงของเขาแหบพร่าราวกับลมลอดผ่านซี่กรงไม้ "ผมคิดมาตลอดว่าพ่อตายเพราะความดื้อรั้นในการฝืนทำพิธีกรรมเกินขีดจำกัดของร่างกาย แต่เปล่าเลย... พ่อไม่ได้พลาดท่าให้แก่ภูตผีปีศาจ พ่อถูก 'ฆ่า' โดยคนที่ไว้ใจที่สุด" รินรดานิ่วหน้าเล็กน้อย ขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น "คุณหมายความว่า อาจารย์ศิวะคนนี้... ที่ในประวัติระบุว่าเป็นอาจารย์ฆราวาสชื่อดังในยุคเก้าศูนย์ คือคนเดียวกับฆาตกรต่อเนื่องที่เรากำลังตามล่าอยู่ตอนนี้อย่างนั้นหรือครับ? แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริง... เขาควรจะมีอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบหรือเจ็ดสิบปีแล้วนะ ทำไมสภาพศพเหยื่อที่เราพบในคดีล่าสุดถึงยังบ่งบอกถึงความหนุ่มแน่นและความเชี่ยวชาญในไสยเวทระดับสูงที่ต้องใช้พลังชีวิตมหาศาลขนาดนั้น?" "ไสยดำสายล่างไม่ได้ใช้แค่พลังชีวิตของตัวเองหรอกครับผู้กอง" ศรัณย์เงยหน้าขึ้นสบตา รินรดาผงะไปเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายแสงสีเทาหม่นในนัยน์ตาของเขา มันเป็นแววตาที่สะท้อนความตายและความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ "มันคือวิชา 'ต่ออายุขัยด้วยวิญญาณอาฆาต' คนพวกนั้น... สามารถยืมร่างของทายาทหรือคนใกล้ตัวเพื่อสืบทอดสังขารได้ ถ้าอาจารย์ศิวะยังไม่ตายจริง สิ่งที่เขาทำกับพ่อผมในอดีต ก็คงเป็นเพียงบันไดขั้นแรกของการบรรลุมรรคผลแห่งความมืดที่เขากำลังทำอยู่ในตอนนี้" บรรยากาศในห้องใต้ดินเยียบเย็นลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ เปลวไฟจากหลอดT8 บนเพดานกะพริบถี่ๆ รินรดารู้สึกได้ถึงขนลุกชันที่ต้นคอ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อสิ่งลี้ลับที่เธอเริ่มคุ้นชิน แต่เป็นเพราะความรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมองจากมุมมืดของห้อง "คุณสัมผัสอะไรได้ใช่ไหม?" รินรดากระซิบ มือเรียวเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวตามสัญชาตญาณ ศรัณย์ไม่ตอบ เขาหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสมาธิ ในมิติที่คนธรรมดามองไม่เห็น ผนังห้องปูนเปลือยเก่าๆ กำลังบิดเบี้ยว รอยร้าวบนกำแพงเริ่มมีของเหลวสีดำข้นคลัชไหลซึมออกมา ส่งกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพและธูปที่มอดไหม้ เสียงกระซิบแหบพร่านับร้อยเสียงดังระงมขึ้นในโสตประสาท เสียงเหล่านั้นไม่ใช่เสียงของภูตผีเร่ร่อนทั่วไป แต่เป็นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานของดวงวิญญาณที่ถูกกักขังไว้ในอาคม *...มึง... หนี... ไม่... พ้น... ศรัณย์...* เสียงหนึ่งดังชัดเจนขึ้นเหนือเสียงอื่นๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เสียงที่ศรัณย์เคยได้ยินในความทรงจำวัยเด็ก วันที่ร่างของพ่อของเขาร่วงหล่นลงมาจากระเบียงบ้านพักในคืนเดือนมืด ศรัณย์ลืมตาโพรงขึ้น นัยน์ตาสีเข้มฉายแวววาวด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาคว้าภาพถ่ายใบนั้นขึ้นมาพลิดูด้านหลัง ท่ามกลางคราบเหลืองของกาวเก่า มีลายมือหวัดๆ ที่เขาจำได้แม่นยำเขียนไว้ด้วยหมึกปากกาซึมสีน้ำเงิน *'หากเจ้าพบข้อความนี้... แปลว่าข้าได้ทำลายมันไม่สำเร็จ จงระวังเงาของตัวเจ้าเอง เพราะมันไม่ใช่เงาของเจ้าอีกต่อไป'* "ผู้กองครับ" ศรัณย์หันไปมองตำรวจสาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "เราไม่ได้กำลังตามล่าฆาตกรธรรมดา และเราก็ไม่ได้กำลังไขคดีฆาตกรรมเพื่อความยุติธรรมอีกต่อไปแล้ว..." ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากซักถาม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่บันไดทางลงจากชั้นบน เสียงนั้นก้าวช้าๆ แต่มั่นคง หนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนโลงศพ ทุกก้าวที่ขยับเข้าใกล้ ทำให้แสงไฟในห้องกระพริบแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด ในความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กใต้ดิน ร่างของใครคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ที่ประตูทางเข้า เงาร่างนั้นทอดยาวทับร่างของศรัณย์และรินรดาจนมิด กลิ่นอายของไสยเวทอันชั่วร้ายแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่รินรดายกขึ้นส่องสั่นเทา เผยให้เห็นใบหน้าของผู้ที่ยืนขวางทางหนีเอาไว้ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้ม ดวงตาของเขาพราวระยับด้วยประกายสีเพลิงประหลาด "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนามืดดำนี้ไปด้วยกันนะครับ — เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%