นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 43

จุดเปลี่ยนของชะตา

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นไอสนิมเหล็กและกลิ่นสาบสางของซากศพเก่าแก่คละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของศรัณย์สะดุด ไม่ใช่กลิ่นกายภาพเหล่านั้น หากเป็นความหนาแน่นของไออาคมสีนิลที่กำลังพวยพุ่งออกมาจากร่างเงาสะท้อนตรงหน้า *“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ตัวฉัน”* เงาร่างนั้นเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู ดวงตาทั้งสองข้างไม่ได้มีนัยน์ตาปกติ แต่เป็นหลุมดำสนิทที่หมุนวนราวกับหลุมศพไร้ก้นบึ้ง ใบหน้าของมันพิมพ์เดียวกับเขา ยศถาบรรดาศักดิ์ทางจิตวิญญาณและความมืดมนที่ศรัณย์พยายามกดขี่ ขับไส และปฏิเสธมาตลอดชีวิต บัดนี้มันกำลังยืนยิ้มเยาะเย้ยเขาอยู่กลางมิติซ้อนทับภายในโกดังร้างแห่งนี้ ศรัณย์ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า มือขวากำด้ามมีดหมอโบราณจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวซีด "แกไม่ใช่ฉัน..." เสียงของศรัณย์แหบพร่า แฝงความสั่นเครือที่เขาเกลียดชังตัวเองยามเมื่อมันหลุดออกมา "ฉันคือศรัณย์ ผู้ปัดเป่าวิญญาณ ไม่ใช่อมนุษย์เดรัจฉานวิชาอย่างแก" "ปัดเป่า?" เงาร่างนั้นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหบแห้งราวกิ่งไม้แห้งหักกลางป่าช้า มันก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ ทุกย่างก้าวที่มันเคลื่อนไหว พื้นปูนซีเมนต์เบื้องล่างกลับแตกร้าวและผุกر่อนกลายเป็นเถ้าธุลี "นายพยายามหลับตาลง ปฏิเสธสายเลือด ปฏิเสธคำสาปของตระกูล แต่นายคิดจริงๆ หรือว่าการหนีไปบวช หรือไปเป็นนักสืบพเนจร จะล้างคราบเลือดบนมือคู่นี้ได้หมด?" เงายืดตัวสูงขึ้น แขนเรียวยาวพุ่งพรวดเข้ามาคว้าคอเสื้อของศรัณย์ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ แรงปะทะทำให้ร่างของชายหนุ่มลอยหวือกระแทกกับเสาคอนกรีตอย่างแรง จนรสคาวเลือดซ่านขึ้นมาติดปลายลิ้น "อึก..." ศรัณย์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วแผ่นหลัง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือพลังงานมืดที่กำลังกัดกินวิญญาณของเขาจากภายใน มันไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพ แต่มันคือการพยายาม 'กลืนกินตัวตน' ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ภาพความทรงจำในอดีตก็ไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ภาพวันที่พ่อกับแม่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับร้อยที่เขาเคยเมินเฉย และความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายปี ความมืดมนเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกกักเก็บไว้ในมุมมืดที่ลึกที่สุดของจิตใต้สำนึก และบัดนี้ มันกำลังเรียกร้องหาบ้าน "ปล่อย..." ศรัณย์พึมพำ ดวงตาคมกริบเริ่มเปลี่ยนสี นัยน์ตาสสีดำสนิทข้างหนึ่งค่อยๆ แผ่ไอสีชาดออกมาทีละน้อย "ทำไมต้องปล่อย ในเมื่อเราคือคนเดียวกัน?" เงายิ้มเยาะ "ปล่อยให้ฉันควบคุมสิ... แล้วนายจะได้แก้แค้นไอ้พวกสารเลวที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตนายได้อย่างสาสม พลังนี้... เป็นของพวกเราแต่กำเนิด!" ในขณะเดียวกัน ที่ด้านนอกของโกดังร้าง ร.ต.อ.หญิง รินรดา กำลังวิ่งกระหืดกระหอบฝ่าความมืดเข้ามาพร้อมกับกำลังเสริม มือบางถือปืนพกสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงคำรามต่ำๆ ที่ดังสะเทือนมาจากด้านใน "ศรัณย์!" รินรดาตะโกนสุดเสียง ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกยามเมื่อเห็นประตูเหล็กบานใหญ่ถูกพลังงานประหลาดกดทับจนบิดเบี้ยว เธอกำลังจะพังประตูเข้าไป แต่เบื้องหน้าของเธอกลับปรากฏม่านพลังสีดำทึบที่แผ่ไอเย็นเยียบจนขนลุกซู่ ราวกับประตูนรกได้เปิดอ้าต้อนรับผู้มาเยือน *นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...* รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก วิทยาศาสตร์และหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เธอเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต พังทลายลงต่อหน้าต่อตาในค่ำคืนนี้ ตัดกลับมาภายในมิติที่บิดเบี้ยว ศรัณย์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายของเขาร้อนรุ่มราถูกไฟแผดเผา พลังงานไสยเวทมืดมิดกำลังจะเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะส่วนสุดท้าย เงาร่างตรงหน้าโน้มตัวลงมา ใบหน้าแนบชิดติดใบหูของเขา กระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ายวนราวกับเสียงจากซาตาน "ยอมจำนนซะเถอะ... ศรัณย์" ศรัณย์หลับตาลง ลมหายใจขาดห้วง ความมืดเข้าปกคลุมวิสัยทัศน์เกือบทั้งหมด แต่ทว่า... ในความมืดมิดนั้นเอง เขากลับมองเห็นประกายแสงสีทองจางๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้เศษเสี้ยวความทรงจำอันเจ็บปวด มันคือภาพรอยยิ้มสุดท้ายของแม่ ภาพคำสอนของพ่อที่บอกให้ใช้พลังเพื่อปกป้อง ไม่ใช่เพื่อทำลาย และที่สำคัญที่สุด... ภาพใบหน้าของรินรดาที่กำลังเสี่ยงตายเพื่อมาช่วยเขาข้างนอกนั่น ดวงตาที่เคยเกือบจะมืดบอดสนิทพลաբเบิกโพล่งขึ้นอีกครั้ง! ประกายแสงสีชาดในนัยน์ตาของศรัณย์ไม่ได้ถูกกลืนกิน แต่มันกลับระเบิดแสงสว่างวาบราวกับเปลวเพลิงแห่งนรกภูมิที่ลุกโชนด้วยเจตจำนงอันแน่วแน่ "แกเข้าใจผิดแล้ว..." ศรัณย์เงยหน้าขึ้น มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเยือกเย็นดุจพญายมราช "ความมืดพวกนี้... ไม่ใช่ของแก แต่มันเป็นของฉันต่างหาก" สิ้นคำพูดของเขา มีดหมอโบราณในมือก็เปล่งแสงสีทองคำขาวผสมกับออร่าสีดำสนิทออกมาอย่างรุนแรง พลังงานสองขั้วที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง บัดนี้กลับถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันภายใต้จิตวิญญาณที่ตื่นรู้ของทายาทหมอผีผู้แท้จริง ศรัณย์สะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว คลื่นพลังมหาศาลก็ซัดเข้าใส่เงาร่างจำแลงจนกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับผนังโกดัง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับภูตผีปีศาจที่ต้องธรณีสาร เงาร่างนั้นดิ้นรนอย่างทรมาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองศรัณย์ด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก เมื่อตระหนักว่าเหยื่อที่มันพยายามครอบงำ บัดนี้ได้กลายเป็นนายเหนือหัวของมันเสียแล้ว "แก... แกทำได้อย่างไร?" เงาร่างละล่ำละลักถาม น้ำเสียงสั่นเทา ศรัณย์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ออร่าพลังวิญญาณแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยเมตร ลมพายุหมุนวนรอบตัวเขา เส้นผมปลิวไสว นัยน์ตาสองสีทอประกายคมกริบราวกระบี่โบราณที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก "เพราะฉันยอมรับความมืดในตัวฉันได้ทั้งหมดแล้วยังไงล่ะ" ศรัณย์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานลึก บาดลึกถึงขั้ววิญญาณ "และตอนนี้... ได้เวลาชำระบัญชีหนี้เก่ากันเสียที" เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเงาร่างนั้นทีละก้าวอย่างมั่นคง ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ลงมือจัดการกับเงาจำแลงของตนเองเพื่อปิดฉากเกมนี้ พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำขนาดใหญ่ผุดขึ้นกลางโกดัง พร้อมกับกลิ่นอายของวิญญาณระดับบรรพกาลที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสลิลหรือเงาร่างใดๆ ที่เขาเคยเจอ และจากรอยแยกนั้นเอง... รองเท้าหนังสีดำขัดมันอย่างดีก็ก้าวเหยียบลงมาบนพื้นปูน พร้อมกับเงาร่างของชายชราในชุดสูทโบราณที่กางร่มสีดำสนิท แม้ฝนจะไม่ได้ตกก็ตาม "เก่งมาก... หลานรัก เจ้านี่เติบโตขึ้นเร็วกว่าที่ปู่คิดเสียอีกนะ" เสียงแหบแห้งแต่ทรงอำนาจเอ่ยทักขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของศรัณย์ที่เบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง เพราะชายชราผู้นั้น... ควรจะเสียชีวิตและถูกฝังอยู่ในหลุมศพเมื่อยี่สิบปีก่อนแล้ว! โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ **- เข็มทิศมองวิญญาณ -**
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%