นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 42

คำพูดจากใจรินรดา

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"ถ้าคิดจะถอยตอนนี้... ความตายของพวกท่านจะไม่มีความหมายอะไรเลยนะศรัณย์" เสียงของรินรดาไม่ได้ดัง แต่มันหนักแน่นพอที่จะตัดผ่านความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องสืบสวนร้าง กลิ่นอัปชื้นของปูนเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศแทบจะกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ยังหลงเหลือจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ ประโยคสุดท้ายจากเงามืดที่ประกาศกร้าวว่าจะมา "เก็บกวาด" ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับลิ่มเหล็กแหลมที่ตอกย้ำความล้มเหลวในอดีตของเขา ศรัณย์ยืนนิ่งไหล่ห่อเล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนความเย็นชาไว้ภายใต้กรอบแว่น ปัจจุบันกลับไหววูบราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ มือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด กำลังสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความโกรธแค้นผสมความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนาน เขากำลังคิดจะยอมแพ้ นั่นคือสิ่งที่รินรดาอ่านออก จากแผ่นหลังที่เคยผึ่งผายของชายหนุ่มผู้สืบสายเลือดหมอผีโบราณ ในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ผู้หญิงที่เขาร่วมฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกัน สัญชาตญาณดิบของการปกป้องได้ผลักดันให้ศรัณย์อยากจะผลักไสเธอออกไป อยากจะจบเกมทั้งหมดด้วยการยอมจำนนต่อเงาอดีต เพื่อแลกกับการไม่ต้องเห็นใครต้องมาสังเวยชีวิตให้กับความอาฆาตที่ตระกูลของเขาก่อขึ้น "คุณไม่เข้าใจหรอก รินรดา..." ศรัณย์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "มันไม่ใช่แค่เรื่องคดีฆาตกรรม หรือวิญญาณเร่ร่อนที่เราเคยเจอ สิ่งที่เรากำลังสู้ด้วย... มันคือคำสาปที่ถูกส่งต่อผ่านสายเลือด พ่อกับแม่พยายามหนีมันมาตลอดชีวิต สุดท้ายพวกท่านก็ได้อะไรล่ะ? ความตายที่แสนอนาถไงล่ะ!" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ ช้าๆ แต่หนักแน่น รองเท้าคอมแบตของเธอส่งเสียงกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อน เธอยกมือขึ้นจับไหล่กว้างนั้นเบาๆ แรงกดเพียงน้อยนิดแต่มันกลับทำให้ศรัณย์สะดุ้งราวกับถูกไฟลวก ชายหนุ่มหันมามองเธอ แววตาแข็งกร้าวพยายามสร้างกำแพงป้องกันตัว แต่ในนั้นกลับฉายแววความเปราะบางที่ผู้หญิงตรงหน้าไม่เคยเห็นมาก่อน "ฉันอาจจะไม่เข้าใจพิธีกรรมไสยเวท หรืออาคมโบราณที่คุณแบกไว้บนบ่าหรอกนะศรัณย์..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเขาโดยไม่หลบเลี่ยง "แต่ฉันเข้าใจเรื่องของ 'ความยุติธรรม' และที่สำคัญที่สุด... ฉันเข้าใจว่าการวิ่งหนีอดีตมันรู้สึกอย่างไร" ศรัณย์ชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ "คุณคิดว่าถ้าคุณยอมให้มันฆ่า หรือยอมจำนนตามที่มันต้องการ แล้วเรื่องทั้งหมดจะจบลงงั้นเหรอ?" รินรดาตั้งคำถาม น้ำเสียงของเธอเริ่มเข้มขึ้น "เปล่าเลย... มันจะยิ่งทำให้ความตายของพ่อแม่คุณไร้ค่า และมันจะทำให้คนที่คุณรัก—รวมถึงตัวฉัน—กลายเป็นเป้าหมายต่อไปโดยที่คุณปกป้องใครไม่ได้เลยสักคน" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดน้ำจากท่อประปาชำรุดที่ดัง ติ๋ง... ติ๋ง... เป็นระยะ คล้ายเสียงนาฬิกานับถอยหลังของชีวิต ศรัณย์มองใบหน้าของตำรวจสาว ที่แม้จะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและคราบเขม่าดินปืนเปื้อนอยู่บนแก้ม แต่แววตากลับสุกสกาวด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่หาไม่ได้จากใคร รินรดาไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแอที่ต้องรอให้ใครมาปกป้อง เธอคือคู่คิด คือคนที่พร้อมจะยืนเคบยข้างเขาแม้ในยามที่นรกกำลังอ้าแขนรับ ภาพเหตุการณ์ในอดีต—วันที่พ่อและแม่ของเขาถูกลากหายไปในความมืดโดยเงาปริศนาแวบเข้ามาในหัว เสียงกรีดร้องและความสิ้นหวังในคืนนั้นเคยทำให้ศรัทธาในวิชาอาคมของตระกูลพังทลาย เขาสสาบانว่าจะไม่แตะต้องมันอีก แต่ในวันนี้... คำพูดของรินรดากลับทำหน้าที่เหมือนกุญแจดอกสำคัญ ที่ไขประตูห้องลับในจิตใจ ปลุกถ่านไฟเก่าที่มอดไหม้ให้กลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง มือที่สั่นเทาคลายออกทีละน้อย ศรัณย์สูดหายใจเข้าลึก and ปิดเปลือกตาลงชั่วครู่ เพื่อรวบรวมเศษซากความมั่นใจที่กระจัดกระจายให้กลับเข้าที่ เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความลังเลระคนหวาดกลัวได้มลายหายไป เหลือเพียงแววตานิ่งสงบแต่ลุ่มลึกราวกับห้วงมหาสมุทร ซึ่งเป็นแววตาของทายาทหมอผีผู้ถือครอง "นัยน์ตามรณะ" อย่างแท้จริง "คุณนี่มันดื้อรั้นเป็นบ้าเลยนะ รินรดา" ศรัณย์พูดออกมาด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ครั้งแรกในรอบหลายวัน "แต่... ขอบคุณครับ ที่ไม่ยอมให้ผมเลือกทางที่โง่เง่าที่สุดในชีวิต" รินรดายิ้มรับ คำพูดนั้นทำให้ความตึงเครียดในบรรยากาศคลี่คลายลงไปได้บ้าง "ยินดีค่ะ—เอ๊ย... ยินดีครับ" เธอกะSทบกระ원เล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำติดปาก จนศรัณย์ต้องหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศชวนขนหัวลุก แต่เสียงหัวเราะของพวกเขาก็ต้องสะดุดกึก เมื่อเงาดำทึบสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านหน้าต่างกระจกที่แตกละเอียดด้านหลังรินรดาอย่างรวดเร็วดั่งสายลมพายุ! ฉับพลัน... อุณหภูมิภายในห้องสืบสวนลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวออกจากปาก กลิ่นธูปโบราณและซากศพโชยตีตลบอบอวลจนน่าคลื่นไส้ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าหลายร้อยเสียงที่ดังระงมมาจากทุกทิศทุกทาง รอบตัวพวกเขามืดสนิทลงในพริบตา ราวกับแสงไฟทั้งหมดถูกดูดกลืนหายไปในความเวิ้งว้าง ก่อนที่ศรัณย์จะทันได้ชักยันต์คาถาป้องกันตัว ร่างของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากเงามืดตรงมุมห้อง—ร่างนั้นสวมชุดโบราณชุ่มโชกไปด้วยเลือด และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ใบหน้าของมันเป็นใบหน้าเดียวกับศรัณย์เองอย่างไร้ผิดเพี้ยน! "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ตัวฉัน" เงาร่างนั้นเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%