“ถ้าคุณจะเอาปืนพกใส่กระเป๋าเดินทางแทนเสื้อกันหนาว ผมแนะนำให้คุณเลิกทำอาชีพตำรวจแล้วไปสมัครเป็นทหารรับจ้างจะดีกว่านะครับรินรดา”
ศรัณย์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากถนนลูกรังที่ขรุขระราวกับผิวดวงจันทร์ เบื้องหน้าคือทางคดเคี้ยวเลาะไหล่เขาในจังหวัดน่านที่หมอกหนาจัดจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า ชายหนุ่มหมุนพวงมาลัยรถออฟฟิสคู่ใจอย่างใจเย็น มืออีกข้างวางพักอยู่บนเกียร์ แม้ใบหน้าจะดูเรียบเฉยตามนิสัย แต่นัยน์ตาคมกริบนั้นฉายแวววิตกเล็กน้อยเมื่อมองกระจกหลัง เห็นรินรดากำลังตรวจสอบซองปืนของเธอเป็นรอบที่สาม
รินรดาขยับตัวนั่งตัวตรง สายตาของเธอไม่ได้มองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่มองผ่านความมืดมิดของหุบเขาที่เหมือนจะกลืนกินทุกสิ่ง “คดีที่หัวหน้าส่งมาให้อ่าน... สภาพศพมันไม่เหมือนฆาตกรรมทั่วไปนะคะศรัณย์ ข้อมูลระบุว่าผู้ตายไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีบาดแผล แต่ร่างกายแห้งกรังเหมือนคนที่ขาดน้ำมาเป็นเดือน ทั้งที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมเสียงต่ำ “ฉันไม่ได้เชื่อเรื่องคำสาปที่ชาวบ้านร่ำลือ แต่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ว่าคนเราจะกลายเป็นศพแห้งในพริบตาได้อย่างไร”
“บางทีโลกนี้ก็ไม่ได้มีแค่เหตุและผลที่คุณต้องการจะพิสูจน์หรอกครับ” ศรัณย์ตอบสั้นๆ เสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความหมายที่ทำให้บรรยากาศในรถเงียบลงไปถนัดตา
บรรยากาศในรถบีบคั้นขึ้นทันทีเมื่อรถเคลื่อนผ่านป้ายไม้เก่าคร่ำคร่าที่เขียนว่า ‘หมู่บ้านห้วยผีหลอก’ ชื่อของมันฟังดูไร้สาระสำหรับคนเมือง แต่สำหรับศรัณย์แล้ว เขารู้สึกได้ถึงไอเย็นเยือกที่ปะทะเข้ามาผ่านหน้าต่างที่ปิดสนิท กลิ่นดินเปียกชื้นผสมกับกลิ่นดอกไม้ป่าที่หอมจนน่าสะอิดสะเอียนลอยฟุ้งเข้ามาในความรู้สึก
“ทำไมคุณถึงดูประหม่าขนาดนั้น?” รินรดาถามพลางเหลือบมองชายหนุ่ม “ปกติคุณไม่เคยตื่นตระหนกกับคดีไหน”
“ผมไม่ได้ตื่นตระหนก” ศรัณย์หยุดรถกะทันหันเมื่อเห็นเงาร่างคนยืนขวางอยู่กลางถนนเบื้องหน้า “ผมแค่รู้สึกว่า… เราไม่ได้รับเชิญให้มาที่นี่”
เงาร่างนั้นคือชายชราในชุดม่อฮ่อมขาดวิ่น ร่างกายผอมโซจนเห็นกระดูกซี่โครงชัดเจน ดวงตาของเขาว่างเปล่าราวกับจ้องมองทะลุตัวรถไปถึงวิญญาณข้างใน ศรัณย์ดับเครื่องยนต์ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทันที ไม่ใช่ความเงียบของป่าเขา แต่เป็นความเงียบที่ไร้เสียงนกเสียงแมลง ราวกับธรรมชาติกำลังกลั้นหายใจ
“อยู่เฉยๆ อย่าเพิ่งลงไป” ศรัณย์สั่งเสียงเข้มก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าจี้ห้อยคอที่เป็นโลหะเก่าคร่ำขึ้นมากำไว้แน่น
“นั่นคนหรืออะไรคะ?” รินรดาคว้าปืนข้างตัวโดยสัญชาตญาณ มือของเธอสั่นเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน
ชายชราคนนั้นค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้กระจกฝั่งคนขับ มือที่เหี่ยวย่นและดำคล้ำยกขึ้นเคาะกระจกอย่างเชื่องช้า... *ปึก... ปึก... ปึก* จังหวะการเคาะนั้นดูเหมือนจะดังก้องเข้าไปในหัวใจของทั้งสองคนมากกว่าจะเป็นเสียงภายนอกรถ
ศรัณย์ลดกระจกลงเพียงเล็กน้อย ควันสีเทาจางๆ ลอยพุ่งเข้ามาในรถทันที เขารีบกั้นหายใจแล้วเอ่ยถาม “เราไม่ใช่ศัตรู ท่านมาขวางทางพวกเราด้วยเหตุผลอะไร?”
ชายชราคนนั้นไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนศรัณย์เห็นว่าดวงตาของชายชราไม่มีตาดำ มีเพียงสีขาวขุ่นมัวที่เต้นระริกเหมือนปรอท รินรดาที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับกลั้นหายใจ ลมหายใจเย็นยะเยือกของคนตรงหน้าปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอจนเธอรู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งกรีดที่ผิวหนัง
“เจ้า... ไม่ใช่หมอผีตระกูลนั้น...” ชายชราเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งที่ฟังดูเหมือนใบไม้แห้งเสียดสีกัน “แต่นัยน์ตาสีเทาของเจ้า... กำลังนำพาความตายมาสู่หมู่บ้านนี้อีกครั้ง”
ทันใดนั้น ชายชราก็คว้าข้อมือของศรัณย์เอาไว้แน่น ผิวหนังที่เย็นจัดของชายชราทำให้ศรัณย์ต้องกัดฟันแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวดที่วิ่งพล่านไปทั่วแขน รินรดาเห็นดังนั้นจึงกระชากประตูรถออกและเล็งปืนไปที่ชายชราทันที “ปล่อยมือเขานะ!”
แต่ภาพที่ปรากฏต่อสายตาเธอคือความว่างเปล่า ชายชราหายวับไปราวกับหมอกควันที่ถูกลมพัดหาย เหลือเพียงศรัณย์ที่นั่งหอบหายใจอยู่ข้างๆ ที่นั่งคนขับ ข้อมือของเขามีรอยไหม้เป็นรูปยันต์โบราณที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นเด่นชัด
“ศรัณย์! คุณเป็นอะไรไหม!” รินรดารีบเก็บปืนแล้วคว้าข้อมือเขามาดู สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ศรัณย์มองรอยไหม้นั้นด้วยแววตาที่สั่นไหว เขาไม่ได้ตอบคำถามของเธอในทันที แต่กวาดสายตามองไปรอบหมู่บ้านที่ค่อยๆ ปรากฏร่างชาวบ้านหลายสิบคนยืนเรียงรายอยู่ตามริมถนน ทุกคนจ้องมองมาที่รถของพวกเขาด้วยแววตาชนิดเดียวกัน... แววตาที่ไร้ตาดำ แววตาที่หิวโหย
“เราไม่ได้มาเพื่อทำคดีแล้วรินรดา” ศรัณย์หันมามองเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเย็นชา กลายเป็นความหวาดหวั่นที่เธอมองไม่ออกว่ามันคืออะไร
“หมายความว่ายังไง?”
“เรามาเพื่อเป็นเครื่องบูชายันต์ครั้งใหม่ของหมู่บ้านนี้ต่างหาก” ศรัณย์พูดจบพลางกดล็อกประตูรถแน่น ทว่าเสียงเคาะกระจกรอบคันรถกลับดังระงมขึ้นพร้อมกันราวกับเสียงกลองศึกที่เตรียมตัวจะพังรถเข้ามาในวินาทีนี้
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางที่ไม่อาจย้อนกลับของศรัณย์และรินรดานะครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 22
คดีใหม่ในหมู่บ้านห่างไกล
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!