นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 34

เบาะแสจากนิมิต

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"อย่ามองเข้าไปในดวงตาของมัน ถ้าคุณไม่อยากให้วิญญาณตัวเองแตกสลายไปพร้อมกับนิมิตนั้น" เสียงของศรัณย์แหบพร่าและสั่นเครือ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าคร่ำในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปไม้กฤษณา มือทั้งสองข้างที่กุมขมับสั่นระริกราวกับกำลังต่อสู้กับแรงดึงดูดมหาศาลจากโลกที่มองไม่เห็น ตรงหน้าเขามีรินรดายืนพิงโต๊ะไม้เนื้อแข็ง ใบหน้าของตำรวจสาวเคร่งเครียด ดวงตาของเธอฉายแววกังวลแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่พยายามหาเหตุผลมาหักล้างสิ่งที่เธอกำลังเผชิญ "ศรัณย์... นายบอกว่าเห็นหน้าคนบงการแล้ว แต่กลับปฏิเสธที่จะเอ่ยชื่อเขาออกมา" รินรดาขยับเข้าไปใกล้ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นโทนอ่อนโยนแต่หนักแน่น "หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุล่าสุดเริ่มเชื่อมโยงไปถึงตระกูลที่นายพยายามเลี่ยงที่จะพูดถึง นายกำลังปกป้องใครอยู่ หรือนายกำลังกลัวอะไรกันแน่?" ศรัณย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำ เส้นเลือดฝอยในตาดำขยายตัวจนเกือบกลายเป็นสีหมึกดำสนิท เขามองผ่านรินรดาไปราวกับเห็นบางสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังแผ่นหลังของเธอ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงหัวใจที่เต้นรัวใกล้จะขาดใจ "ผมไม่ได้ปกป้องเขา รินรดา" ศรัณย์เค้นเสียงออกมา ลมหายใจเขาติดขัด "ผมกำลังพยายามทำใจยอมรับความจริงที่ว่า... สิ่งที่ฆ่าพ่อแม่ผมเมื่อยี่สิบปีก่อน ไม่ใช่ปีศาจที่ไหน แต่มันคือความเป็นมนุษย์ที่หิวกระหายอำนาจจนยอมขายวิญญาณให้กับศาสตร์มืด" ศรัณย์หยิบเศษจานกระเบื้องแตกที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมรายล่าสุดขึ้นมาวางบนโต๊ะ ทันทีที่ปลายนิ้วเขาสัมผัสกับรอยเลือดที่แห้งกรัง นิมิตสีเทาหม่นก็พุ่งเข้าใส่โสตประสาทของเขาราวกับคลื่นสึนามิ ภาพนิมิตปรากฏขึ้นในหัว... เขาเห็นตรอกมืดหลังวัดเก่าในคืนที่ฝนตกหนัก ร่างเงาของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของร่างวิญญาณที่ถูกพันธนาการด้วยอักขระสีเลือด ชายผู้นั้นสวมชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ ผิดกับบรรยากาศลี้ลับรอบกาย เขากำลังถือเครื่องรางโบราณชิ้นเดียวกับที่ศรัณย์เคยเห็นในสมุดบันทึกของพ่อ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของศรัณย์แทบหยุดเต้น คือใบหน้าของชายผู้นั้น... ใบหน้าที่เขามองผ่านกระจกเงาทุกเช้ามาตลอดชีวิต มันคือ 'คุณอา' ของเขาเอง... ชายผู้ที่ศรัณย์เคารพเสมือนพ่อแท้ๆ หลังจากการสูญเสียครั้งใหญ่ "ศรัณย์! นายเป็นอะไรไป!" รินรดาปรี่เข้ามาประคองร่างของศรัณย์ที่ทรุดลงกับพื้น ลมหายใจของเขาขาดช่วง มือเขายังคงกำเศษกระเบื้องแน่นจนเลือดซึมออกมา ร่างกายเขาเย็นเฉียบดั่งศพ "เขาไม่ใช่แค่ศัตรูทางธุรกิจของตระกูลเรา รินรดา" ศรัณย์คว้าข้อมือของตำรวจสาวแน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้เธอรู้สึกเจ็บ "เขาคือ 'กุญแจ' ที่ปิดผนึกวิญญาณพ่อแม่ผมไว้ และเขากำลังรอ... รอให้ผมเดินเข้าไปในกับดักที่เขาวางไว้ตั้งแต่วันที่ผมเริ่มสืบคดีนี้" รินรดานิ่งงัน คำพูดของศรัณย์ทำลายกรอบเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่เธอสร้างขึ้นจนหมดสิ้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะแจ้งหน่วยสนับสนุน แต่ศรัณย์กลับปัดมันทิ้งด้วยสายตาที่เย็นชาและดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "อย่าคิดจะใช้กำลังเข้าแลกกับสิ่งที่มองไม่เห็น คุณจะทำได้เพียงแค่ไปส่งตัวเองให้เขาเชือดเท่านั้น" ศรัณย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ร่างกายจะยังอ่อนแรง "คืนนี้... เขาจะมาที่นี่ เขาไม่ได้มาเพื่อฆ่าผม แต่เขามาเพื่อทวงคืน 'นัยน์ตา' ที่เขายังขโมยไปไม่สำเร็จ" เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ มันเป็นจังหวะที่ฟังดูผิดธรรมชาติ เหมือนเสียงกระดูกกระทบกัน ความมืดรอบห้องดูจะหนาแน่นขึ้นจนแทบจะมองไม่เห็นมือตัวเอง ไฟในห้องกระพริบถี่จนดับวูบลง รินรดาดึงปืนพกประจำกายออกมา มือของเธอไม่สั่นแม้ความกลัวจะเกาะกินไปถึงขั้วหัวใจ เธอเป็นตำรวจ และเธอไม่ยอมให้ปีศาจตนไหนมาพรากคู่คิดของเธอไปได้ ศรัณย์ยืนบังหน้าเธอไว้ มือข้างหนึ่งคว้าเอาอาคมที่เหลือเพียงน้อยนิดเตรียมไว้รับมือ ประตูไม้ที่ล็อคไว้อย่างแน่นหนาค่อยๆ แง้มออกเองช้าๆ ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านผิวหนังจนรู้สึกแสบไปทั้งร่าง ชายในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบปรากฏตัวขึ้นในความมืด เขาไม่ได้เดินเข้ามา แต่เหมือนเขากำลังลอยอยู่เหนือพื้นดินเพียงเล็กน้อย ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตานั้นกลับว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง เขายิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้ศรัณย์รู้สึกว่านรกได้เปิดออกต้อนรับเขาแล้ว "หลานรัก... นึกว่านายจะใช้เวลานานกว่านี้เสียอีกในการตามหาผม" เสียงของชายผู้นั้นแหบพร่าแต่นุ่มนวลเหมือนเสียงกระซิบจากหลุมศพ เขาขยับก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะหันไปสบตารินรดา "และคุณตำรวจ... น่าเสียดายนะที่คุณพยายามจะใช้กฎหมายมาตัดสินเรื่องของ 'เทพเจ้า'" เขายกมือขึ้นปลายนิ้วมีหมอกควันสีดำพวยพุ่งออกมา ศรัณย์รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาบนบ่าจนเขาต้องคุกเข่าลงอีกครั้ง ทว่าในจังหวะที่ชายชุดสูทจะลงมือสังหาร สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น จากเงาในมุมห้อง ร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งที่มีดวงตาเป็นสีขาวโพลนค่อยๆ คลานออกมา เธอคือวิญญาณที่ศรัณย์เคยช่วยไว้จากคดีแรก เธอไม่ได้พุ่งเข้าหาศรัณย์ แต่เธอกลับกระโจนเข้าใส่ชายชุดสูทผู้นั้นด้วยความแค้นที่สั่งสมมานานนับปี เสียงกรีดร้องของวิญญาณดังสะท้านไปทั้งตึก ทำให้รินรดาต้องปิดหูด้วยความเจ็บปวด "ศรัณย์! ถอยไป!" รินรดาตะโกนสั่ง แต่ศรัณย์กลับก้าวเข้าไปหาชายชุดสูทท่ามกลางความโกลาหล เขาไม่ได้มองที่ชายคนนั้น แต่มองไปที่มือของเขาที่กำลังกำสร้อยคอเงินชิ้นหนึ่งไว้... สร้อยคอที่มีรอยเลือดพ่อของเขาติดอยู่ ชายชุดสูทหัวเราะร่าท่ามกลางเสียงกรีดร้อง "คิดว่านั่นคือทั้งหมดแล้วหรือ? นายยังไม่รู้อะไรเลยศรัณย์ ว่าจริงๆ แล้ว... ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังวิญญาณร้ายทั้งหมดที่นายตามล่ามาตลอด!" ชายชุดสูทโยนสร้อยคอลงพื้น ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายกลายเป็นฝูงอีกาบินว่อนไปทั่วห้อง ทิ้งให้ศรัณย์ยืนนิ่งท่ามกลางความสับสน เมื่อแสงไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง รินรดาก็พบว่าศรัณย์ไม่ได้มองที่สร้อยคอ แต่เขากำลังมองไปที่แผ่นหลังของเธอ... ที่ซึ่งมีรอยประทับสีแดงฉานค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนเสื้อของเธออย่างช้าๆ ศรัณย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยประทับนั้น มันไม่ใช่รอยเลือด แต่มันคือตราอาคมที่ใช้ 'กักขังวิญญาณ' และคนที่จะทำตรานี้ได้... ต้องเป็นคนที่เขไว้ใจที่สุดเท่านั้น ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดที่กำลังจะมาถึงนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%