นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 25

สำรวจป่าต้องห้าม

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"อย่าก้าวเท้าซ้าย... ถ้าไม่อยากให้วิญญาณป่านี้จดจำกลิ่นสาบมนุษย์ของคุณ" เสียงทุ้มต่ำของศรัณย์แทรกผ่านความเงียบงันที่กดทับผืนป่าชั้นใน รินรดาชะงักปลายรองเท้าบูทที่กำลังจะแตะลงบนรากไม้สีดำสนิท เธอขมวดคิ้วแน่น มือขวากระชับปืนพกประจำกายโดยสัญชาตญาณ แม้สมองส่วนเหตุผลจะพยายามบอกว่านี่คือเรื่องงมงาย แต่ความเย็นเยียบที่แล่นปราดขึ้นมาจากพื้นดินกลับทำให้เธอเลือกที่จะเชื่อชายข้างกายมากกว่า ศรัณย์ไม่แม้แต่จะหันมามอง เขาปักเทียนเล่มเล็กที่พันด้วยด้ายสายสิญจน์ลงบนโคนต้นไทรใหญ่ แสงไฟสลัวจากเทียนเต้นระบำในความมืดมิดของพงไพร แผ่ขยายอาณาเขตคุ้มครองชั่วคราวให้คนทั้งคู่ "คุณกำลังจะบอกว่า กฎฟิสิกส์ที่ฉันเรียนมา ใช้ไม่ได้กับป่าผืนนี้งั้นเหรอ?" รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อย "ฟิสิกส์วัดได้แค่แรงที่มองเห็น รินรดา แต่ที่นี่... แรงอาฆาตมันเปลี่ยนสถานะสสารให้กลายเป็นกับดัก" ศรัณย์ก้มลงมองรอยแยกบนพื้นดิน รอยแยกนั้นมิได้เกิดจากความแห้งแล้ง แต่เกิดจากร่องรอยการ ‘กรีด’ ของมีคมบางอย่างที่ผ่านการลงอาคม เขาส่องไฟฉายไปรอบๆ แสงสีขาวนวลกระทบเข้ากับบางสิ่ง นั่นไม่ใช่ซากสัตว์ แต่มันคือโครงกระดูกของรูปปั้นนางรำที่ถูกทุบจนแหลกละเอียด เศษดินปั้นสีแดงชาดกระจายตัวเรียงรายเป็นวงกลมล้อมรอบพื้นที่รัศมีสิบเมตร กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นดอกราตรีโชยมาแตะจมูก ทั้งที่ในป่าดิบชื้นเช่นนี้ไม่ควรมีดอกไม้ชนิดนั้นบานอยู่ "นี่มันอะไรกัน..." รินรดาเดินเข้ามาใกล้ พลางยกกล้องถ่ายรูปขึ้นบันทึกภาพ เธอพยายามตั้งสติกับสิ่งที่เห็น "ศพ? หรือแค่การทำลายทรัพย์สิน?" "นี่คือ 'พิธีเบิกเนตรศพไร้ญาติ'" ศรัณย์ตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่เก็บงำไว้ "คนพวกนี้ต้องการกักขังดวงวิญญาณไม่ให้ไปเกิด แต่ใช้ร่างของพวกเขาสร้าง 'ตาข่าย' ดักจับสิ่งชั่วร้ายไว้ในป่า เพื่อเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นเขตกักกันอาคม... ใครก็ตามที่ทำเรื่องนี้ ไม่ได้แค่ฆ่าคน แต่มันกำลังดึงนรกมาไว้บนดิน" รินรดาใจหายวาบ เธอเดินตามศรัณย์ไปตามรอยเท้าที่ถูกกลบเกลื่อนด้วยใบไม้แห้ง จนกระทั่งมาถึงใจกลางของลานกว้าง เบื้องหน้าของทั้งคู่ คือแท่นหินเก่าแก่ที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์สีดำสนิท บนนั้นมีรอยเลือดแห้งกรังจางๆ เป็นตัวอักษรขอมโบราณที่ดูเหมือนจะดิ้นได้เมื่อแสงไฟฉายส่องกระทบ และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด คือซากพวงมาลัยดอกไม้ที่ยังสดอยู่... ราวกับเพิ่งมีใครบางคนมาวางไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน "ถ้ามีคนมาวางไว้เมื่อกี้..." รินรดาหันรีหันขวาง มือคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมา แต่คลื่นสัญญาณกลับมีเพียงเสียงซ่าที่ฟังดูคล้ายเสียงคนกระซิบด่าทอ ศรัณย์ไม่ได้ฟังเสียงจากวิทยุ เขากำลังจ้องมองเงาดำที่พุ่งผ่านพุ่มไม้ไปอย่างรวดเร็ว เขารีบก้าวเท้าตามไปอย่างไม่รอช้า โดยมีรินรดาที่จำต้องกัดฟันวิ่งตามไปในความมืดที่ไร้ทางออก ทั้งคู่หยุดลงที่หน้ากระท่อมร้างกลางป่า สภาพมันดูทรุดโทรมจนแทบไม่น่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจ คือ 'กลิ่นหอมของกำยาน' ที่ลอยออกมาจากช่องหน้าต่างไม้ที่ผุพัง ศรัณย์ยกมือห้ามรินรดาไว้ เขาหยิบเศษผ้ายันต์เก่าๆ ออกจากกระเป๋าเสื้อ ผูกมันไว้ที่ข้อมือของเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหู "อย่าส่งเสียง... และห้ามปล่อยมือจากเศษผ้านี้เด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงพ่อแม่ของคุณเรียก หรือเห็นใครที่ตายไปแล้วเดินออกมาจากห้องนั้น" ศรัณย์ค่อยๆ ผลักประตูไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังบาดลึกเข้าไปข้างใน ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือร่างของคนสามคนในชุดสีขาวโพลน กำลังนั่งล้อมวงรอบหุ่นไม้แกะสลักที่มีใบหน้าคล้ายกับ 'รินรดา' อย่างไม่มีผิดเพี้ยน! มือของพวกมันกำลังถือมีดอาคมจ่อที่คอหอยของตุ๊กตาตัวนั้น พร้อมกับสวดมนต์ด้วยภาษาที่ฟังดูไม่ใช่มนุษย์ ขณะที่ร่างหนึ่งในสามคนค่อยๆ หันขวับมามองทางประตูด้วยดวงตาที่ไม่มีลูกตาดำ... มีเพียงความมืดมิดที่ไหลรินออกมาดั่งน้ำตา "ยินดีต้อนรับ... ผู้ที่มาตามหาความจริงในหลุมศพของตัวเอง" เสียงแหบพร่าดังออกมาจากปากของมัน พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนถึงใบหู ขอบพระคุณที่ร่วมเผชิญความมืดมิดและไขปริศนาป่าต้องห้ามไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%