นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 24

คำสาปผีตายโหง

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“ศพที่สี่ในรอบสัปดาห์... คุณจะบอกว่ามันเป็นแค่โรคระบาดตามธรรมชาติจริงๆ น่ะหรือ รินรดา?” ศรัณย์วางแฟ้มคดีลงบนโต๊ะไม้เก่าที่สั่นไหวในสถานีอนามัยประจำหมู่บ้าน แสงไฟนีออนเหนือหัวกะพริบถี่จนเกิดเสียงครางหึ่งๆ ในความเงียบ เขามองผ่านเลนส์ตาที่เริ่มสั่นไหวด้วยความเหนื่อยล้าไปยังร่างไร้วิญญาณบนเตียงเหล็ก ที่นั่น... หญิงชราคนหนึ่งนอนสงบนิ่ง ทว่ารอยช้ำสีม่วงคล้ำที่ลามจากลำคอไปจนถึงปลายนิ้วมือกลับบอกเล่าเรื่องราวที่ต่างออกไป ร.ต.อ.หญิง รินรดา ขยับแว่นสายตา กอดอกแน่นจนเห็นรอยย่นของเสื้อเชิ้ตสีขาว ดวงตาที่เคยแน่วแน่ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ของเธอเริ่มมีความกังวลพาดผ่าน “ผลชันสูตรเบื้องต้นจากโรงพยาบาลศูนย์ระบุว่า ระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่มีสารพิษ ไม่มีเชื้อโรคแปลกปลอมที่ระบุชนิดได้ แต่ศรัณย์... นายดูเล็บของแกสิ” ศรัณย์ก้มลงมองใกล้ๆ เล็บของหญิงชราที่ควรจะซีดเผือด กลับมีคราบดินสีแดงเข้มเหมือนก้อนเลือดแทรกอยู่ตามซอกเล็บ กลิ่นสาบสางที่โชยออกมาไม่ใช่กลิ่นเน่าเปื่อยของศพ แต่เป็นกลิ่นของความชื้นแฉะในสุสานที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่ “ดินอาถรรพ์” ศรัณย์พึมพำ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเย็นเยียบ “มีคนพยายามกักขังวิญญาณคนตายไม่ให้ไปผุดไปเกิด แล้วเปลี่ยนพวกเขากลายเป็น ‘อาวุธ’ เพื่อดึงเอาพลังชีวิตของคนในหมู่บ้านนี้ไปต่อลมหายใจให้สิ่งที่ชั่วร้ายกว่า” “นั่นมันเรื่องเหลวไหล” รินรดาสวนกลับทันควัน แม้ว่าน้ำเสียงของเธอจะขาดความมั่นใจไปมากกว่าครึ่ง “ฉันเป็นตำรวจ หน้าที่ของฉันคือหาตัวฆาตกรที่ใช้สารเคมี หรือเครื่องมือแพทย์ที่ผิดกฎหมายมาสังหารชาวบ้าน ไม่ใช่มานั่งฟังนิทานปรัมปราเรื่องผีตายโหง!” “รินรดา มองไปที่หน้าต่างนั่นสิ” ศรัณย์ชี้ไปทางกระจกฝ้าที่มืดสนิท “เธอเห็นไหมว่าทำไมชาวบ้านถึงปิดหน้าต่างด้วยกิ่งไม้แห้งทุกบาน นั่นไม่ใช่ความเชื่อ แต่มันคือสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดจากสิ่งที่มองไม่เห็น... สิ่งที่กำลังหิวโหย” ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังแว่วมาจากภายนอก เสียงนั้นไม่ได้มาจากคน แต่เป็นเสียงโหยหวนที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก รินรดาคว้าปืนพกประจำกายออกมาจากซองโดยสัญชาตญาณ เธอรีบวิ่งไปที่หน้าต่างแล้วกระชากม่านออก แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เธอต้องชะงักงัน ท่ามกลางความมืดมิดของลานวัด ร่างของชายวัยกลางคนที่เคยมีสุขภาพดี วิ่งโซเซออกมาจากพุ่มไม้ ร่างกายของเขาสั่นกระตุกอย่างรุนแรง ผิวหนังที่เคยสีน้ำตาลเข้มบัดนี้กลับซีดเผือดจนเห็นเส้นเลือดดำปูดโปน รอยช้ำสีม่วงคล้ำกำลังลามจากหน้าอกขึ้นสู่ใบหน้าอย่างรวดเร็ว “ช่วย... ด้วย...” ชายคนนั้นพยายามเอื้อมมือมาหาแสงไฟจากสถานีอนามัย แต่แล้วเขาก็ล้มฟุบลงไปเหมือนหุ่นเชิดที่สายชักขาดผึง ศรัณย์ไม่รอช้า เขาคว้าถุงย่ามหนังใบเก่าแล้วพุ่งตัวออกไปที่หน้าประตูทันที “อย่าตามออกมา!” เขาสั่งเสียงเข้มทว่าแฝงความห่วงใย “ถ้าเธอเห็นสิ่งที่ฉันเห็น เธอจะไม่มีวันมองโลกใบเดิมได้อีก” รินรดาไม่ได้ฟัง เธอวิ่งตามออกไป มือของเธอกำปืนแน่น หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอเห็นศรัณย์นั่งคุกเข่าลงข้างศพชายคนนั้น เขาไม่ได้หยิบเครื่องมือแพทย์ขึ้นมา แต่เขากลับนำนิ้วหัวแม่มือแตะลงที่กลางหน้าผากของร่างที่ไร้ลมหายใจ ทันใดนั้น บรรยากาศโดยรอบก็เย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอ ศรัณย์เบิกตากว้าง นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตาขาว ชั่วพริบตานั้นเอง ศพชายคนนั้นก็ลืมตาขึ้น... แต่มันไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ มันคือดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง “พวกมึง... เอาคืนไป...” เสียงแหบพร่าแห้งผากหลุดออกมาจากลำคอของศพ ศรัณย์ถอยกรูดออกมาอย่างรวดเร็ว เขาคว้าแขนรินรดาแล้วดึงเธอกลับเข้าสู่ความปลอดภัยในห้องสี่เหลี่ยม “มันไม่ใช่การฆาตกรรมธรรมดา รินรดา! นี่คือ ‘ค่ายกลอาฆาต’ ใครบางคนกำลังเปลี่ยนหมู่บ้านนี้ให้กลายเป็นสุสานส่วนตัว” รินรดาตัวสั่นเทา เธอไม่ได้กลัวปืนหรือนักเลงหัวไม้ แต่สิ่งที่เธอเห็นเมื่อครู่กำลังทำลายกำแพงแห่งเหตุผลของเธอจนพังทลาย “ถ้านี่คือเรื่องไสยเวท... เราจะหยุดมันยังไง” ศรัณย์เงยหน้าขึ้นมองเพดานไม้ที่เริ่มมีเสียงเคาะเป็นจังหวะเหมือนคนพยายามพังเข้ามา “เราไม่ได้กำลังสู้กับคน แต่เรากำลังสู้กับความโกรธแค้นที่ถูกปลุกให้ตื่น และคนบงการ... อาจจะเป็นคนที่เธอคาดไม่ถึงมากที่สุดในหมู่บ้านนี้” ในจังหวะที่ศรัณย์พูดจบ เสียงเคาะบนเพดานก็หยุดลงแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องของผู้หญิงที่ดังมาจากใต้พื้นกระดานไม้ที่พวกเขาเหยียบอยู่ รินรดาก้มลงมองช่องว่างระหว่างไม้ที่ผุพัง แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นดวงตานับสิบคู่จ้องมองขึ้นมาจากความมืดมิดใต้ดิน... ดวงตาที่แสดงความอาฆาตแค้นราวกับรอคอยเวลาที่จะลากพวกเขาทั้งสองคนลงไปสู่ขุมนรกพร้อมกัน ศรัณย์คว้าสร้อยคอที่ทำจากกระดูกสัตว์ขึ้นมา กัดนิ้วชี้จนเลือดซิบแล้วปาดลงบนสร้อยนั้น “รินรดา อย่าขยับไปไหนเด็ดขาด ต่อให้มีใครเรียกชื่อเธอจากใต้ดิน ก็ห้ามตอบรับเด็ดขาด!” ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันหนักอึ้งกว่าครั้งไหนๆ เมื่อประตูไม้หน้าสถานีอนามัยถูกใครบางคนผลักเข้ามาเบาๆ พร้อมกับกลิ่นดินสาบสางที่อบอวลไปทั่วห้อง และร่างเงาสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูนั้น ก็คือคนที่พวกเขาทั้งคู่เพิ่งไปสอบปากคำในฐานะพยานสำคัญเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา... ผู้ใหญ่บ้านผู้ซึ่งเพิ่ง ‘เสียชีวิต’ จากอุบัติเหตุไปเมื่อสามวันก่อน! ขอบพระคุณที่ร่วมเผชิญความมืดมิดไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%