นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 30

บาดแผลที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"อย่ามองเข้าไปในดวงตาของมัน... ริน ถอยออกมา!" เสียงตะโกนของผมแหบพร่าและสั่นสะท้าน มันไม่ใช่ความกลัวในเชิงกายภาพ แต่มันคือความรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่างเมื่อสัมผัสกับไอเย็นยะเยือกที่พุ่งเข้าใส่หน้าอก เบื้องหน้าของผม ร่างไร้วิญญาณในชุดไทยโบราณที่บิดเบี้ยวผิดรูป กำลังแผ่ขยายมวลพลังงานสีดำสนิทออกมาเป็นสายธาร ศรัณย์คนนี้เคยคิดว่าตนเองรับมือกับอาถรรพ์มามากพอแล้ว แต่ทว่าสิ่งที่เผชิญอยู่ตอนนี้มันเกินกว่าวิชาอาคมที่ตระกูลผมเคยสั่งสอนมา "ศรัณย์! คุณเป็นอะไรไป หน้าคุณ... ทำไมมันถึงซีดขนาดนั้น!" รินรดาถลาเข้ามาประคองผมไว้ น้ำเสียงของเธอเปี่ยมด้วยความตระหนก มือที่จับต้นแขนผมสั่นเทา ผมพยายามจะแค่นยิ้มปลอบใจ แต่มันกลับกลายเป็นการสำลักเลือดสีดำข้นออกมาแทน กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นสาบสางของมวลอาถรรพ์คละคลุ้งไปทั่วห้องปิดตายแห่งนี้ "ผม... ผมไม่เป็นไร" ผมเค้นเสียงผ่านไรฟัน แม้ความจริงจะสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ในห้วงสำนึกของผมตอนนี้ ราวกับมีนับพันเข็มเล่มเล็กๆ กำลังทิ่มแทงเข้าไปในแก่นวิญญาณ จิตใต้สำนึกที่เคยนิ่งสงบกลับปั่นป่วนเหมือนพายุคลั่ง นี่ไม่ใช่แค่บาดแผลทางกาย แต่มันคือบาดแผลที่ไม่มีหยดยาใดจะรักษาได้ "โกหก! คุณเลือดออกทางจมูก แล้วดูมือคุณสิ มันเริ่มโปร่งแสง... ศรัณย์! ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น!" รินรดาตวาดด้วยความร้อนรน นัยน์ตาของเธอที่ปกติจะเด็ดเดี่ยวและไร้ความกลัว บัดนี้กลับคลอไปด้วยน้ำตา ผมหันไปมองเธอ สายตาเริ่มพร่าเลือน ภาพตรงหน้าซ้อนทับกันไปมา ระหว่างใบหน้าของรินรดา กับภาพความทรงจำในคืนที่พ่อกับแม่จากไป... คืนที่บ้านทั้งหลังถูกปกคลุมด้วยพลังมืดแบบนี้ไม่มีผิดเพี้ยน "มันไม่ใช่แค่ฆาตกรธรรมดา ริน..." ผมพยายามพยุงตัวขึ้นโดยมีเธอกอดประคองไว้แน่น "มันคือ 'รอยแยก'... สัมผัสของมันเหมือนต้องการจะลบตัวตนของผมทิ้งไปจากโลกใบนี้ ถ้าผมตายที่นี่ ไม่ใช่แค่ร่างกายที่ดับสูญ แต่ความจำทุกอย่างเกี่ยวกับคดีนี้ เกี่ยวกับสิ่งที่พ่อแม่ผมทิ้งไว้... มันจะหายไปตลอดกาล" "ฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น! คุณต้องสู้สิ! ไหนบอกว่าคุณเป็นทายาทตระกูลหมอผีไม่ใช่เหรอ! ใช้พลังของคุณสิ!" "ผมทำไม่ได้..." ผมหลับตาลงแน่น พลังวิญญาณในตัวผมเหมือนน้ำที่ไหลออกจากรอยรั่ว มันกำลังเหือดแห้งเพราะแรงสะท้อนจากอาคมของฝ่ายตรงข้าม "มันรู้จุดอ่อนผม มันใช้ 'ความกลัว' ของผมเป็นอาวุธ" ในขณะที่ผมกำลังตกอยู่ในห้วงวิกฤต บรรยากาศรอบห้องกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน อุณหภูมิที่เคยหนาวเหน็บจนเกือบถึงจุดเยือกแข็งกลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด รินรดาชะงัก เธอผละออกจากตัวผมแล้วหันไปมองที่ประตูห้องที่ปิดตายอยู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาข้างใน—ช้าๆ ทว่ามั่นคง เสียงนั้นไม่ได้เหยียบลงบนพื้นไม้ หากแต่เป็นเสียงคล้ายการลากวัตถุโลหะไปกับพื้น "ดูเหมือนว่า... ข้าจะมาไม่ทันเห็นนาทีสุดท้ายของเจ้าสินะ ศรัณย์" เสียงนั้นทุ้มต่ำและกังวานด้วยอำนาจ ผมลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น ชายชราในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ ผิวหนังซีดเผือดจนเกือบเป็นสีขาวนวล ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ เขากำลังถือร่มคันยาวสีดำสนิทไว้ในมือข้างหนึ่ง รินรดาลุกขึ้นยืนขวางผมไว้ทันที มือขวาเลื่อนไปแตะที่ซองปืนข้างเอวตามสัญชาตญาณตำรวจ "คุณเป็นใคร? เข้ามาในนี้ได้ยังไง!" ชายชราคนนั้นไม่ตอบ เขาเพียงแค่ปรายตามองรินรดาด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะหันมาสบตาผม สายตาของเขาเหมือนกับจะมองทะลุผ่านผิวหนัง เข้าไปถึงรอยแผลที่ถูกกัดกินอยู่ในจิตวิญญาณของผม "ความตายที่ไม่ได้ตั้งตัว... ช่างเป็นอะไรที่น่าสมเพชเสียจริง" เขากล่าวพลางเดินตรงเข้ามาหาผม "ในฐานะคนที่เคยเป็น 'คู่ปรับ' กับพ่อของเจ้า ข้าไม่อาจปล่อยให้ตระกูลที่ข้าหมายตาเอาไว้ต้องจบสิ้นลงด้วยมือของวิญญาณชั้นต่ำเช่นนี้" เขายื่นมือมาข้างหน้า ฝ่ามือของเขามีอักขระสีทองอร่ามที่เรืองแสงวาบขึ้นมาในความมืด รินรดาเตรียมจะชักปืนออกมา แต่ผมกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยแรงเฮือกสุดท้าย "อย่า... ริน" ผมกระซิบ "เขา... เขาไม่ใช่ศัตรู" "คุณรู้จักเขาหรือ?" รินรดาถามด้วยเสียงสั่นเครือ ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพราะความเจ็บปวดในหน้าอกตีตื้นขึ้นมาจนผมแทบอาเจียนเป็นเลือดอีกครั้ง ชายชราคนนั้นแตะฝ่ามือลงบนหน้าผากของผมทันทีที่ผมเงยหน้าขึ้น ความร้อนมหาศาลไหลบ่าเข้ามาในร่างราวกับถูกแผดเผาด้วยไฟจากขุมนรก แต่ทว่ามันกลับช่วยปิดรอยรั่วของพลังวิญญาณผมไว้ได้ชั่วคราว "ข้าให้เวลาเจ้าอีกสามวัน" เขาถอนมือออกแล้วมองผมด้วยสายตาที่ซับซ้อน "ภายในสามวัน ถ้าเจ้ายังไม่สามารถหา 'กุญแจ' ที่พ่อเจ้าซ่อนไว้ได้ เจ้าจะไม่ได้ตายเพียงแค่คนเดียว" เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่รินรดา "...แต่เจ้าจะมีเพื่อนร่วมทางที่ต้องทนทุกข์ทรมานไปกับเจ้าในนรกด้วย" ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ร่างของชายชราก็เลือนหายไปกับไอหมอกสีดำที่ก่อตัวขึ้นใหม่ ทิ้งให้ผมและรินรดาอยู่ท่ามกลางความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว ผมหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พลางมองไปที่รอยสักอักขระสีทองที่ปรากฏขึ้นบนข้อมือของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว รินรดาหันมามองผม แววตาของเธอเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความกังวลเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันคือความหวาดกลัวที่ปนเปไปกับความสงสัยที่รุนแรงกว่าเดิม "ศรัณย์... อักขระนั่นมันคืออะไร? และทำไม... ทำไมฉันถึงเห็นเขายืนอยู่ข้างหลังคุณ ในขณะที่เขายืนอยู่ตรงหน้าคุณด้วยล่ะ?" ผมมองตามสายตาเธอไปที่กระจกเงาบานใหญ่ในห้อง—ภาพสะท้อนในกระจกแสดงให้เห็นว่า ข้างหลังผมไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่า แต่มันคือร่างของชายชราคนเดิม ที่กำลังก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูผม... ในขณะที่ร่างของเขาที่ยืนอยู่หน้ากระจกกำลังแยกเขี้ยวฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู ผมเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนั้น... ว่าสิ่งที่ผมเพิ่งทำลงไป คือการทำสัญญากับสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าวิญญาณอาฆาตตัวไหนๆ ที่ผมเคยพบมา ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและร่วมเป็นสักขีพยานให้กับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงของศรัณย์ในครั้งนี้นะครับ ครั้งหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป ฝากติดตามด้วยนะครับ เข็มทิศมองวิญญาณครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%