"กระสุนอาคมเหลือนัดสุดท้าย... คุณแน่ใจนะรินรดาว่าวิถีของมันจะตรงกับสิ่งที่มองไม่เห็นนั่น"
ศรัณย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น หากในแววตากลับฉายแววกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาพิงร่างติดกับกำแพงปูนเก่าผุพังของโกดังร้าง กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นธูปไหม้คละคลุ้งอยู่ในอากาศจนน่าสะอิดสะเอียน เสียงกรีดร้องโหยหวนที่บาดลึกถึงแก้วหูดังสะท้อนไปมา มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันคือเสียงของความแค้นที่สั่งสมมานานนับทศวรรษ
รินรดาไม่ได้ตอบในทันที เธอหอบหายใจถี่ มือที่กุมปืนพกกระบอกพิเศษซึ่งบรรจุกระสุนลงอักขระไว้สั่นเทาเล็กน้อย เธอเป็นตำรวจที่เชื่อในหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มาตลอดชีวิต การตัดสินใจในวินาทีนี้ไม่ใช่แค่การเล็งปืนใส่คนร้าย แต่มันคือการยอมรับว่า 'โลกที่เธอไม่รู้จัก' มีอยู่จริง และมันกำลังจะพรากชีวิตเธอไป
"ฉันไม่ได้หวังผลเรื่องความแม่นยำตามหลักการยิงปืนหรอกค่ะศรัณย์" เธอเว้นวรรค ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังเงามืดที่กำลังคืบคลานเข้าหา "แต่ถ้าศรัทธาของคนเป็น... มันจะยิงทะลุหัวใจของสิ่งที่ไม่มีตัวตนได้ ฉันก็ขอเป็นคนเหนี่ยวไกนั้นเอง"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานที่ตกลงกระทบพื้นคอนกรีตดัง 'ติ๋ง... ติ๋ง...' เป็นจังหวะเหมือนเสียงหัวใจที่เต้นรัว วิญญาณอาฆาตในชุดสีดำสนิทพุ่งตัวออกมาจากมุมมืด ร่างของมันบิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยเป็นสีขาวขุ่นบัดนี้กลายเป็นหลุมลึกที่ดำมืดราวกับหลุมศพ
ศรัณย์ขยับกายเตรียมจะพุ่งเข้าไปขวาง แต่รินรดากลับยื่นมือมาขวางไว้แน่น
"ถอยไป" เธอสั่งเสียงเข้ม "คดีนี้... ฉันต้องเป็นคนปิดมันด้วยมือของฉันเอง"
เธอยกปืนขึ้น เล็งไปที่กลุ่มก้อนพลังงานสีดำที่กำลังรวมตัวกันเป็นรูปร่างมนุษย์ที่ผิดเพี้ยน เธอปิดตาลงข้างหนึ่ง สูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ทิ้งความคิดเรื่องหลักฐาน ทิ้งเรื่องของกฎหมาย และทิ้งความกลัวทั้งหมดลงในห้วงลึกของหัวใจ เธอไม่ได้เล็งด้วยสายตา แต่เธอเล็งด้วย 'สัญชาตญาณ' ที่ถูกปลุกเร้าด้วยความปรารถนาที่จะปกป้อง
*ปัง!*
เสียงปืนดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วโกดัง หัวกระสุนที่หล่อจากตะกั่วศักดิ์สิทธิ์และจารึกอักขระโบราณพุ่งแหวกอากาศออกไป มันไม่ได้เป็นเพียงโลหะธรรมดา แต่เกิดเป็นแสงสีทองจางๆ ล้อมรอบวิถีกระสุน มันพุ่งทะลุเข้ากลางอกของวิญญาณอาฆาตอย่างจัง
แรงปะทะทำให้ร่างของวิญญาณนั้นชะงัก มันกรีดร้องด้วยเสียงที่แหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ก่อนที่ร่างจะเริ่มสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำปลิวว่อนไปในอากาศ รินรดาทรุดลงกับพื้นทันทีที่กระสุนนัดนั้นสัมผัสเป้าหมาย เธอรู้สึกเหมือนแรงทั้งหมดในร่างกายถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น
ศรัณย์รีบปราดเข้าไปประคองร่างหญิงสาวไว้ก่อนที่เธอจะกระแทกพื้น เขาเห็นรอยจ้ำสีม่วงคล้ำปรากฏขึ้นที่ข้อมือของเธอ ซึ่งเป็นร่องรอยของการโดนกัดกินจากอาถรรพ์
"คุณทำบ้าอะไรลงไป รินรดา... นั่นมันไม่ใช่ปืนตำรวจ แต่มันคือการแลกเปลี่ยนด้วยอายุขัย" ศรัณย์กัดฟันกรอด น้ำเสียงที่เคยเย็นชาสั่นเครืออย่างปิดไม่มิด
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอยิ้มออกมาบางๆ แม้ใบหน้าจะซีดเผือด "ถ้าการแลกเปลี่ยนนี้... จะทำให้คดีจบลงและไม่มีใครต้องตายเพราะวิญญาณร้ายนั่นอีก ฉันก็ถือว่าคุ้มค่าค่ะ"
ทว่าท่ามกลางความเงียบที่เริ่มกลับคืนมา ศรัณย์กลับสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลังของเขาเอง มันไม่ใช่ไอเย็นจากวิญญาณที่เพิ่งสลายไป แต่มันคือความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด... ความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นในวันที่พ่อและแม่ของเขาถูกพรากไปจากโลกนี้
เขาค่อยๆ หันกลับไปมองเบื้องหลัง สิ่งที่เห็นไม่ใช่เถ้าถ่านที่ควรจะจบสิ้นลง แต่เป็นเงาร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่สวมสูทสีเทาเรียบกริบ เขายืนกอดอกมองทั้งสองคนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูที่น่าขนลุก ชายคนนั้นยกนิ้วขึ้นแตะที่ริมฝีปากเป็นเชิงให้เงียบเสียง
"ยังไม่จบหรอกศรัณย์..." เสียงชายคนนั้นกระซิบเบาๆ แต่ดังก้องอยู่ในหัวของศรัณย์ราวกับเสียงประกาศิต "กระสุนนัดนั้นไม่ได้ฆ่าคนตาย... แต่มันไป 'เปิดประตู' ให้สิ่งที่ใหญ่กว่าได้ก้าวเข้ามาในเมืองนี้แล้ว"
ศรัณย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นชายคนนั้นค่อยๆ เลือนหายไปในความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เดินเข้ามาในโกดังนับสิบคน... ฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะของหน่วยงานลับที่เขาไม่เคยต้องการพบเจอ
ขอบคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและเผชิญหน้ากับความมืดมิดไปกับผมนะครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 27
การตัดสินใจของรินรดา
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!