นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 37

งานเลี้ยงฉลองความตาย

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“คุณกำลังเต้นรำอยู่กับความตาย คุณศรัณย์... และที่แย่กว่านั้นคือ คุณดูเหมือนจะหลงรักจังหวะของมันเสียด้วย” เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างใบหู ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงคลอในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดโช ศรัณย์ไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียงทันที เขายังคงประคองแก้วคริสตัลบรรจุไวน์สีแดงเข้มไว้ในมือ นิ้วเรียวยาวสั่นเล็กน้อยจนของเหลวภายในแก้วไหวระริก ภาพสะท้อนในกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดโถงทางเดินยังคงติดตา—ภาพที่เงาของเขากำลังแสยะยิ้ม ทั้งที่ใบหน้าของเขาในความจริงนั้นเรียบเฉยราวกับหินสลัก “ผมแค่มาทำงานครับ” ศรัณย์ตอบกลับสั้นๆ พลางหันไปเผชิญหน้ากับรินรดาที่สวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มดูเรียบหรู ทว่าแววตาของเธอกลับไม่ได้สะท้อนความสนุกสนานของงานเลี้ยงแม้แต่น้อย “งานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยคนใหญ่คนโต แต่กลับไม่มีใครเหงื่อซึมสักหยด ทั้งที่อุณหภูมิในห้องนี้มันต่ำลงเรื่อยๆ จนลมหายใจเริ่มกลายเป็นไอ” รินรดาขยับเข้าไปใกล้ ลดเสียงลงจนแทบกลายเป็นลมหายใจ “ฉันตรวจดูรายชื่อแขกสามรอบแล้ว ศรัณย์... ในรายชื่อไม่มีคนชื่อ ‘พฤกษ์’ แต่อยู่ๆ เขาก็เดินเข้ามาทักทายคุณเมื่อห้านาทีก่อน” ศรัณย์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง แขกเหรื่อหลายร้อยชีวิตกำลังหัวเราะร่าและดื่มด่ำกับอาหารชั้นเลิศ ทว่าในสายตาของเขา สิ่งที่เห็นกลับต่างออกไป บนบ่าของหญิงสูงวัยที่กำลังจิบแชมเปญ มีมือสีเทาซีดขดตัวอยู่ราวกับกาฝากที่กำลังสูบกินพลังชีวิต และบนโต๊ะอาหารที่หรูหราที่สุด เงาดำทะมึนกำลังนั่งรอกินเศษซากความสุขที่ร่วงหล่นลงพื้น “เขาไม่ได้เป็นแขกของเจ้าภาพ แต่เขาเป็นแขกของ ‘ความอาฆาต’” ศรัณย์ตอบเสียงเรียบ “งานนี้ไม่ใช่การฉลองความสำเร็จอย่างที่พวกเขาประกาศ แต่มันคือพิธีกรรมแบ่งปันอายุขัย... ใครก็ตามที่อยู่ในห้องนี้เกินเที่ยงคืน จะไม่มีวันได้กลับบ้านในสภาพเดิม” “พูดบ้าอะไรของคุณ!” รินรดาขมวดคิ้ว “เรามาเพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ไม่ใช่มาฟังนิทานหลอกเด็กนะ” “หลักฐานเหรอครับ?” ศรัณย์แค่นยิ้ม ก่อนจะวางแก้วไวน์ลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมา “ลองมองไปที่โคมไฟระย้าเหนือหัวเราสิครับ” รินรดาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย ทันทีที่สายตาของเธอจับจ้องไปยังแสงไฟที่สว่างไสว เธอก็ชะงักงัน รูม่านตาขยายกว้างด้วยความตกตะลึง ในมุมมืดของเพดานสูงตระหง่าน มีร่างวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังห้อยโหนตัวลงมาราวกับค้างคาว ดวงตาของพวกมันไร้แววสีขาวขุ่นจ้องมองลงมายังฝูงชนเบื้องล่างด้วยความหิวโหย “พวกมันกำลังรอเวลา... รอกฎแห่งความตายที่เจ้าของบ้านคนนี้เป็นคนทำสัญญา” ศรัณย์ดึงรินรดาให้หลบเข้ามุมมืดหลังเสาหิน “คุณรินครับ คดีที่พวกคุณตามหาหลักฐานน่ะ ไม่ใช่ฆาตกรรมธรรมดา แต่มันคือการ ‘คัดเลือก’ เหยื่อที่มีบุญบารมีสูงส่ง เพื่อนำมาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยในคืนนี้” บรรยากาศในงานเริ่มเปลี่ยนไป เสียงดนตรีที่เคยอ่อนหวานเริ่มเพี้ยนจนน่าขนลุก แสงเทียนเริ่มวูบไหวราวกับถูกลมพัด ทั้งที่ห้องนี้ปิดตายอย่างแน่นหนา ศรัณย์รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาในกระดูกสันหลัง เขาพยายามตั้งสติ พยายามมองหาไอ้คนบงการที่อยู่เบื้องหลังงานเลี้ยงฉลองความตายครั้งนี้ ทันใดนั้น แสงไฟในโถงใหญ่ก็ดับพรึบลงเหลือเพียงแสงสีแดงสลัวจากเทียนไขที่เจ้าภาพเพิ่งจุดขึ้น ทุกคนในงานนิ่งงันดุจหุ่นยนต์ เสียงหัวเราะที่เคยดังสนั่นเงียบหายไปในพริบตา ทิ้งไว้เพียงเสียงครางต่ำๆ ที่ก้องออกมาจากกำแพง “ดูนั่น...” ศรัณย์ชี้มือไปที่เวทีกลางห้อง ร่างของเจ้าภาพใหญ่ ‘คุณวิทวัส’ กำลังยืนอยู่ตรงนั้น มือของเขาไม่ได้ถือไมโครโฟน แต่กำลังกุมกริชโบราณที่อาบไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง รอบข้างเขามีคนกลุ่มหนึ่งสวมชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืด พวกเขาไม่ใช่แขก พวกเขาคือหมอผีที่ตระกูลศรัณย์เคยไล่ล่าเมื่อสิบปีก่อน “ยินดีต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่งานเลี้ยงฉลองความตาย... คืนนี้ เราจะไม่ได้เพียงแค่มีชีวิตอยู่ แต่เราจะได้รับชีวิตอมตะจากการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าที่สุด!” เสียงของคุณวิทวัสก้องกังวาน ไม่ใช่เสียงคนปกติ แต่มันเป็นเสียงที่แหบแห้งเหมือนคนตายที่ไม่ได้ดื่มน้ำมานานนับปี รินรดาหยิบปืนพกออกจากกระเป๋าถืออย่างคล่องแคล่ว แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความเด็ดขาดตามวิชาชีพตำรวจ “ศรัณย์... ฉันไม่รู้ว่าคุณเห็นอะไร แต่สิ่งที่ฉันเห็นตอนนี้คือพวกคลั่งลัทธิที่กำลังจะฆ่าคนจำนวนมาก ฉันจะบุกเข้าไปขัดขวาง” “อย่าครับ!” ศรัณย์คว้าข้อมือเธอไว้แน่น “ถ้าคุณก้าวออกไปตอนนี้ คุณคือเหยื่อรายแรกที่จะต้องสังเวยเลือดบนแท่นพิธี” ในขณะที่ทั้งสองกำลังยื้อยุดกันนั้น ร่างของศรัณย์ในกระจกเงาที่ผนังข้างๆ ก็เริ่มขยับ มันค่อยๆ ก้าวออกจากกรอบกระจกช้าๆ โดยที่คนในงานไม่มีใครสังเกตเห็น เงาของศรัณย์ไม่ได้มุ่งหน้าไปหาเจ้าภาพ แต่มันเดินตรงเข้ามาหา ‘ตัวจริง’ ของศรัณย์ด้วยท่าทางคุกคาม พร้อมกับยกนิ้วขึ้นแตะปากเป็นเชิงสั่งให้เงียบ ศรัณย์รู้สึกได้ว่าวิญญาณของเขาเองเริ่มสั่นคลอนราวกับจะถูกกระชากออกจากร่าง ทันใดนั้น มือที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งก็เอื้อมมาแตะที่คอของเขาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุด... เสียงของแม่ที่ตายไปแล้ว “ลูกรัก... อย่าขัดขวางงานฉลองของพ่อสิ” ศรัณย์แข็งทื่อ สายตาพร่าเลือนไปชั่วขณะ ก่อนจะพบว่าแขกทุกคนในงานต่างหันมามองเขาเป็นตาเดียว ไม่ใช่การมองด้วยความฉงน แต่เป็นการมองด้วยสายตาของวิญญาณร้ายนับร้อยที่กำลังสิงสู่ร่างของคนเหล่านั้น! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%