"หยุดมือเดี๋ยวนี้!"
เสียงตวาดของศรัณย์ดังก้องกังวานไปทั่วโกดังร้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบของพิธีกรรมไสยเวทที่เพิ่งมอดดับลง เขาพุ่งตัวผ่านกองลังไม้เก่าๆ เข้าไปในเงามืด มือข้างหนึ่งกำวัตถุมงคลที่สั่นไหวอย่างรุนแรงจนปลายนิ้วแทบชาด้าน ทว่าภาพที่ปรากฏต่อหน้ากลับทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบ
รินรดาตามเข้ามาติดๆ เธอชักปืนในมือออกมากวาดสายตาไปรอบบริเวณทันที "ศรัณย์! เกิดอะไรขึ้น!"
บนพื้นปูนที่เคยเต็มไปด้วยอักขระอาคมสีชาด บัดนี้กลับเหลือเพียงรอยด่างพร้อยที่ถูกสารเคมีบางอย่างราดรดจนลบเลือนหายไปจนหมดสิ้น กลิ่นน้ำมันเบนซินฉุนกึ้กโชยมาแตะจมูก มันไม่ได้เพียงแค่ลบหลักฐานไสยเวท แต่มันกำลังรอเวลาที่จะปะทุเป็นเปลวเพลิงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
"มันรู้ตัว..." ศรัณย์กัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า ความเย็นเยียบที่เคยเกาะกินวิญญาณในที่แห่งนี้จางหายไปจนเหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว "ไอ้สารเลวนั่นมันไม่ได้แค่หนีไป แต่มันกำลังเยาะเย้ยเราผ่านความว่างเปล่าพวกนี้"
รินรดาพุ่งเข้าไปตรวจดูโต๊ะไม้ตัวกลางที่เคยมีสมุดบันทึกเล่มสำคัญวางอยู่ ทว่าตอนนี้เหลือเพียงขี้เถ้าที่ยังคงคุแดง เธอกำหมัดแน่นจนสั่นไปทั้งแขน "หลักฐานทั้งหมด! รายชื่อเครือข่าย เส้นทางการเงิน... ทุกอย่างหายไปในพริบตาเดียว"
"คุณอย่าเพิ่งแตะต้องอะไรครับริน" ศรัณย์รีบดึงแขนเธอออกมาจากวงล้อมของคราบน้ำมันที่เริ่มขยายตัว "ดูนี่สิ"
เขาชี้ให้เห็นรอยเท้าที่จงใจทิ้งไว้เป็นรอยประทับลึกๆ บนพื้นปูน แต่มันไม่ใช่รอยเท้าคนธรรมดา มันคือรอยเท้าของ 'ตุ๊กตาเสียกบาล' ขนาดจิ๋วที่ถูกวางไว้สี่มุมห้อง เหมือนเป็นการบอกใบ้ว่าเกมการไล่ล่าครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในฐานะผู้ถูกล่าต่างหาก
"ทำไม... ทำไมมันถึงแม่นยำขนาดนี้" รินรดาทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง ความเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์ของเธอถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ "เราวางแผนมาเป็นเดือน ข้อมูลทุกอย่างเป็นความลับระดับปฏิบัติการ ใครจะเป็นคนทรยศ? หรือว่า... มันมีตาที่เป็นอมตะมองเห็นเราตลอดเวลา?"
ศรัณย์ไม่ได้ตอบในทันที เขานั่งลงบนพื้นข้างๆ เธอ สายตาจับจ้องไปที่คราบขี้เถ้าที่ยังหลงเหลืออยู่ เขารวบรวมสมาธิ สัมผัสถึงกลิ่นอายที่ตกค้างในอากาศ มันไม่ใช่แค่ฝีมือคนทั่วไป แต่มันคือการ 'อ่านเกม' ที่ล้ำหน้าไปหลายก้าว
"มันไม่ได้มีตาที่มองเห็นเราจากข้างนอกครับริน แต่สิ่งที่มันทำคือการสะกดรอยตามผ่าน 'ความกลัว' ของเราเอง" ศรัณย์กระซิบ น้ำเสียงของเขาสุขุมแต่แฝงไปด้วยความแค้นที่พยายามสะกดไว้ "ยิ่งเราพยายามเข้าใกล้ความจริงเท่าไหร่ ม่านหมอกของมันก็ยิ่งหนาขึ้นเท่านั้น เราล้มเหลวในครั้งนี้ แต่นี่คือบทเรียนสำคัญ... มันไม่ได้ต้องการแค่ทำลายหลักฐาน แต่มันต้องการทำลายความมั่นใจของเราให้แตกสลาย"
เขายื่นมือไปสัมผัสที่ไหล่ของเธอเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นใจท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มโอบล้อมพวกเขาจากทุกทิศทาง
"รินครับ เงยหน้าขึ้นมองที่มุมเพดานนั่นสิ"
รินรดาทำตามคำแนะนำ เธอเงยหน้าขึ้นไปพบกับเงามืดที่ขยับเขยื้อนอย่างผิดธรรมชาติ มันไม่ใช่เงาจากแสงไฟ แต่มันคือการรวมตัวของกลุ่มก้อนพลังงานสีดำทมิฬที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของใบหน้าคน... ใบหน้าที่ศรัณย์รู้จักดีที่สุด
มันคือใบหน้าของพ่อเขา... ชายผู้ที่ควรจะตายไปนานแล้ว
ศรัณย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาของเขาสั่นระริกขณะหยิบมีดอาคมขึ้นมาเตรียมพร้อม ทันใดนั้น เงาร่างนั้นก็แสยะยิ้มออกมาจนเห็นฟันที่เรียงรายผิดมนุษย์ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังก้องอยู่ในหัวของเขาทั้งสองคนราวกับจะฉีกกระชากสติสัมปชัญญะ
'พวกเจ้ากำลังวิ่งอยู่ในกรงขังที่ข้าสร้างขึ้นเอง... และดูเหมือนว่า ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ข้าทิ้งไว้ให้ จะทำให้พวกเจ้าไม่มีวันได้กลับไปใช้ชีวิตเดิมอีกต่อไป'
สิ้นเสียงนั้น เปลวไฟก็พรึ่บขึ้นมาจากกองน้ำมันที่ราดไว้ ล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกทิศทาง ท่ามกลางกองเพลิงที่ร้อนระอุ ร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเดินออกมาจากมุมมืดของห้อง ร่างนั้นไม่ได้มีท่าทีรีบร้อน แต่ละก้าวที่เดินผ่านกองไฟดูเหมือนไฟจะแหวกทางให้อย่างน่าประหลาด
รินรดากระชับปืนในมือแน่น เล็งไปที่บุคคลปริศนาตรงหน้า "หยุดอยู่ตรงนั้น! วางอาวุธและยอมมอบตัวซะ!"
บุคคลปริศนาหยุดเดิน หันมาเผชิญหน้ากับทั้งสองภายใต้แสงเพลิงที่วูบไหว เขาค่อยๆ เลิกผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่ทำให้ศรัณย์ต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ
ไม่ใช่ศัตรูที่พวกเขาตามหา... แต่กลับเป็นคนในหน่วยงานที่ร่วมสืบสวนคดีนี้กับรินรดามาตลอดห้าปีเต็ม
"คุณ..." รินรดาถึงกับพูดไม่ออก ปืนในมือสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ "ทำไมต้องเป็นคุณ..."
คนตรงหน้ายิ้มที่มุมปาก แววตาว่างเปล่าดุจไร้ชีวิตก่อนจะพูดประโยคที่ทำลายความหวังทั้งหมดของพวกเขาลงอย่างสิ้นเชิง
"ความล้มเหลวครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบของพวกคุณหรอกครับ... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการสังเวยครั้งใหญ่ที่สุดที่กองบัญชาการตำรวจได้เคยมีมา"
เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ปืนในมือของรินรดาก็แตกสลายกลายเป็นผงธุลีในอากาศทันที พร้อมกับความมืดมิดที่เข้ากลืนกินทุกอย่างจนสิ้น...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและศรัทธาของผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 40
ความล้มเหลวชั่วคราว
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!