นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 39

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“ถ้ารินยังดึงดันจะบุกเข้าไปตอนนี้ เราจะกลายเป็นศพก่อนได้เห็นหน้าไอ้คนบงการนะครับ” เสียงของศรัณย์ราบเรียบ ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา เขากดไหล่บางของรินรดาให้หมอบต่ำลงหลังซากตู้คอนเทนเนอร์เก่าที่สนิมเขรอะ กลิ่นอับชื้นของแม่น้ำเจ้าพระยาผสมกับกลิ่นเน่าเหม็นของสารเคมีคลุ้งอยู่ในอากาศ ท่ามกลางความมืดมิดของโกดังร้างริมน้ำที่ควรจะเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มค้าของขลังมืด รินรดาขมวดคิ้วแน่น มือที่จับปืนพกคู่ใจสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่าน “แต่ศรัณย์ ข้อมูลจากสายรายงานว่าคืนนี้มันจะส่ง ‘เครื่องรางนรก’ ล็อตใหญ่ ถ้าพลาดไป คดีนี้จะกลายเป็นแค่เรื่องไร้สาระในกองเอกสารที่ไม่มีวันปิดได้” ศรัณย์ไม่ตอบ เขาหลับตาลงชั่วครู่ ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดวงตาที่เปิดขึ้นมาอีกครั้งเปลี่ยนเป็นสีเทาขุ่นมัว—นัยน์ตาที่มองเห็นทะลุผ่านม่านกั้นระหว่างภพ เขาไม่ได้มองเห็นแค่โกดัง แต่เขามองเห็น ‘สายสิญจน์อาคม’ ที่ถักทอเป็นร่างแหครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดไว้ราวกับกรงขังวิญญาณ “อย่าใช้แค่ตาเนื้อมองดูริน” ศรัณย์กระซิบข้างหู “รอบตัวเรา... ไม่ใช่แค่คนถือปืน แต่มันคือ ‘พวกที่ตายไปแล้ว’ ที่ถูกกักขังไว้ด้วยอาคม หากรินสั่งบุก ตำรวจของรินจะถูกพวกมันกระชากวิญญาณตั้งแต่วินาทีที่ก้าวผ่านประตูบานนั้น” รินรดากัดฟันแน่น แม้ในใจจะยึดถือวิทยาศาสตร์เป็นสรณะ แต่เหตุการณ์ประหลาดนับครั้งไม่ถ้วนที่ผ่านมาทำให้เธอจำต้องยอมรับความจริงที่ไม่อาจอธิบายได้ “แล้วเราจะทำอย่างไร ถ้าไม่บุกตอนนี้ แผนที่วางไว้พังหมดแน่” “นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมกำลังบอก แผนของพวกมันไม่ใช่แค่การค้าขาย แต่มันคือ ‘การล่อ’... ล่อให้ตำรวจอย่างรินบุกเข้ามา เพื่อเป็นเหยื่อสังเวยในพิธีกรรมสร้างของขลังชิ้นใหม่” ศรัณย์หยิบแผ่นยันต์สีหม่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วบรรจงแปะลงบนหน้าผากของรินรดาอย่างถือวิสาสะ “อยู่นิ่งๆ นะครับ... ต่อให้เห็นอะไรที่น่ากลัวแค่ไหน ก็ห้ามถอยเด็ดขาด” ในขณะที่ศรัณย์ร่ายเวทมนตร์แผ่วเบา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ดังขึ้นจากด้านในโกดัง ตามด้วยเสียงสวดมนต์ทุ้มต่ำที่ฟังดูผิดเพี้ยนไปจากภาษาบาลีปกติ มันเป็นเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกคลื่นไส้และหวาดระแวงไปในเวลาเดียวกัน ทันใดนั้น ไฟในโกดังก็สว่างวาบขึ้น แสงสลัวสีส้มแดงทำให้เห็นพิธีการที่กำลังดำเนินอยู่กลางห้องโถง ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนแท่นพิธี รอบกายมีเครื่องรางรูปร่างประหลาดวางเรียงราย ศรัณย์ขยับตัวทันที เขาไม่ได้พุ่งเข้าหาศัตรู แต่เขากลับร่ายคาถาขยายรัศมีของแผ่นยันต์ที่แปะอยู่บนตัวรินรดาจนเกิดเป็นม่านพลังบางๆ ปกคลุมทั้งคู่ไว้ “ริน เตรียมตัว... พวกมันเริ่มแล้ว” ทันทีที่สิ้นคำ เสียงระเบิดดังสนั่นจากด้านนอกโกดัง ฝ่ายสืบสวนของรินรดาที่นำกำลังโดยรองผู้กำกับพุ่งเข้าทลายประตูเหล็กอย่างบ้าคลั่ง แสงเลเซอร์สีแดงจากปืนส่องสว่างตัดกับความมืด พวกอาชญากรภายในโกดังชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับการปะทะที่ไม่มีใครคาดคิด ศรัณย์อาศัยจังหวะชุลมุน ดึงมือรินรดาพุ่งตัวออกไปจากที่ซ่อน เขาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่คนร้าย แต่พุ่งตรงไปยังแท่นพิธีที่หญิงสาวนอนนิ่งอยู่ ทว่า... ก่อนที่นิ้วของเขาจะแตะถึงตัวหญิงสาว เสียงหัวเราะแหลมสูงก็ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วโกดัง ชายชราในชุดคลุมสีดำที่ยืนอยู่มุมมืดของโกดังค่อยๆ ก้าวออกมา เขาไม่ได้ตกใจกับการบุกของตำรวจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับยืนกอดอกด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “ยินดีต้อนรับครับ คุณทายาทตระกูลหมอผีผู้ทรยศสายเลือดตัวเอง” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาศรัณย์ต้องชะงัก “นายคิดหรือว่าข้าจะโง่พอที่จะปล่อยให้แผนของข้าพังลงเพราะตำรวจกระจอกๆ พวกนี้?” รินรดายกปืนเล็งไปที่หัวของชายชรา “วางอาวุธซะ! มึงโดนล้อมหมดแล้ว!” ชายชราหัวเราะลั่น “ล้อม? พวกคุณต่างหากที่เดินเข้ามาใน ‘กรง’ ที่ข้าเตรียมไว้ให้” ฉับพลันนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของเหล่าตำรวจก็ยุบตัวลง เกิดเป็นหลุมดำมืดมิดที่กลืนกินวิญญาณของทุกคนที่เหยียบลงไป เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วโกดัง ศรัณย์เบิกตากว้าง เขาหันไปมองรินรดาที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มซีดเผือดเพราะแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่รุนแรงเกินกว่ามนุษย์จะรับไหว “ศรัณย์... ขยับไม่ได้...” รินรดากระซิบ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ศรัณย์กัดฟันแน่น เลือดหยดหนึ่งไหลออกจากมุมปากจากการฝืนขัดขืนพลังอำนาจมืด เขาคว้าด้ามดาบอาคมที่ซ่อนอยู่ในเสื้อโค้ทออกมาเตรียมสู้ตาย แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะฟาดฟัน หญิงสาวที่นอนอยู่บนแท่นพิธีก็ลืมตาขึ้น... นัยน์ตาของเธอไม่ใช่สีขาวขุ่นอย่างคนตาย แต่เป็นสีนิลสนิทที่ลึกโหลและไร้ก้นบึ้ง เธอลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหันมามองศรัณย์ด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น “พี่ศรัณย์... ไม่เจอกันนานเลยนะ” เสียงนั้นไม่ใช่เสียงคนแปลกหน้า แต่มันคือเสียงของคนที่ศรัณย์พยายามลืมเลือนมาตลอดชีวิต... เสียงของน้องสาวที่ควรจะตายไปพร้อมกับพ่อแม่ในเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน ทว่าเหตุการณ์ประหลาดกลับไม่หยุดแค่นั้น เมื่อชายชราคนนั้นขยับมือเพียงครั้งเดียว ปืนทุกกระบอกในมือตำรวจก็กลายเป็นงูพิษที่เลื้อยรัดแขนผู้ถืออย่างรวดเร็ว ในขณะที่รินรดาถูกเงาดำลึกลับลากลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง โดยที่ศรัณย์ทำได้เพียงยืนมองด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรณะ: บันทึกคดีวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%