เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกับกระทะเหล็กหล่อดัง *เคร้ง!* กังวานสะท้อนไปทั่วห้องครัวสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่กว้างขวางเกินความจำเป็นสำหรับคนสองคน กลิ่นหอมฉุนของพริกแห้งคั่วและกระเทียมเจียวโชยตลบอบอวล ตัดผ่านความเงียบงันของคฤหาสน์ตระกูลศิลาที่มักจะไร้ชีวิตชีวาในยามวิกาลได้อย่างสิ้นเชิง
รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมเรียบง่าย กำลังตวัดข้อมืออย่างคล่องแคล่ว เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมขาวเนียน แต่แววตาทอประกายความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่หญิงสาวที่เคยง่วนอยู่หน้าเตาถ่านในร้านข้างทางอีกต่อไปแล้ว ทว่าในพื้นที่แห่งนี้ เธอกำลังใช้ฝีมือและหัวใจประกาศอาณาเขตความเป็น "บ้าน" อย่างแท้จริง
"กลิ่นนี้... ทำให้ผมนึกถึงตอนที่คุณด่าไอ้คุณชายรองตระกูลนั้นจนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม"
เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งที่สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตพับแขน ลอบโอบกอดเอวบางไว้จากด้าน
หลังอย่างถือวิสาสะ ศิลาวางคางลงบนลาดไหล่ของเธอ ปลายจมูกโด่งสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศอย่างพึงพอใจ ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาและเฉียบขาดต่อโลกภายนอก บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนจนแทบละลาย
รินรดาไม่1ได้สะดุ้งตกใจ เธอคุ้นเคยกับความออดอ้อนที่มักจะซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลคนนี้เสียแล้ว หญิงสาวใช้ศอกกระทบเบาๆ ที่สีข้างของสามีสายเปย์ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก
"ถ้าคุณยังไม่ปล่อยมือแล้วไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร เมนู 'หมูสับผัดหนำเลี๊ยบพริกสด' จานนี้ อาจจะเค็มเพราะน้ำตาฉันแทนเกลือก็ได้นะครับ คุณศิลา"
ศิลาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมคลายอ้อมแขนออกแต่โดยดี ทว่าสายตายังคงไม่ละไปจากร่างบาง เขาลากเก้าอี้ไม้มะฮอกกานีตัวใหญ่มานั่งรอที่เคาน์เตอร์ครัว มองดูทุกย่างก้าวของภรรยาด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย ตระกูลศิลาไม่เคยมีความหมายคำว่า "บ้าน" มานานหลายปี นับตั้งแต่บิดามารดาจากไป เหลือเพียงแต่บรรดาญาติกาที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อและผลประโยชน์ แต่วันนี้... เพียงแค่กลิ่นอายควันไฟและเสียงตะหลิว กลับทำให้คฤหาสน์หลังโตหลังนี้เปลี่ยนสถานะจาก "ที่ซุกหัวนอน" กลายเป็น "วิมาน" ไปเสียแล้ว
บนเตาถ่านจำลองระบบไฟฟ้าแรงสูง หม้อตุ๋นดินเผาใบย่อมกำลังส่งเสียง *ปุดๆ* เบาๆ น้ำซุปสีอำพันใสแจ๋วแต่เต็มไปด้วยเคี่ยวเค้นของซี่โครงหมูและหัวไชเทือกำลังส่งกลิ่นหอมหวานตามธรรมชาติ รินรดาบรรจงตักแกงจืดร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ตามด้วยจานผัดหนำเลี๊ยบรสชาติจัดจ้านที่โรยพริกขี้หนูสวนซอยสีแดงสดตัดกับใบโหระพาเขียวขจี และไข่เจียวฟูหนานุ่มที่ทอดจนกรอบนอกนุ่มในส่งกลิ่นหอมฟุ้งของน้ำปลาชั้นดี
นี่คือสำรับแรก... อาหารมื้อแรกที่เธอลงมือทำด้วยตัวเองอย่างเต็มรูปแบบในฐานะภรรยา และเป็นครั้งแรกที่ศิลาจะได้เรียกที่นี่ว่า "บ้าน" อย่างเต็มปากเต็มคำ
"เชิญครับ คุณชายผู้หิวโหย หวังว่าฝีมือเมียชาวบ้านคนนี้จะไม่ทำให้ลิ้นทองคำของคุณต้องระคายเคืองนะ" รินรดาจัดแจงวางจานข้าวสวยร้อนควันฉุยลงตรงหน้า พร้อมกับส่งค้อนปะเหลกให้ทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้
ศิลาดึงช้อนส้อมมาถือไว้ แต่เขายังไม่ตักอาหารเข้าปากทันที ดวงตาคมเข้มมองสำรับตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ภาพของโต๊ะอาหารหรูหราที่เคยเต็มไปด้วยการเจรจาธุรกิจ ความตึงเครียด และหน้ากากเข้าหากัน มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นเรียบง่ายที่ทรงพลังเสียจนหัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นสั่นไหว
"สำหรับผม... นี่ไม่ใช่แค่ดินเนอร์ครับริน" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทอดมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความทะนุถนอม "นี่คือสิ่งที่มีค่าที่สุด ที่เงินหลายพันล้านของผมก็ซื้อไม่ได้"
เขาตักข้าวสวยร้อนๆ ราดด้วยหมูสับผัดหนำเลี๊ยบเข้มข้น รสชาติเค็มกลมกล่อมตัดด้วยความเผ็ดร้อนของพริกขี้หนูสวนและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของหนำเลี๊ยบกระจายไปทั่วโพรงปาก ทันทีที่เคี้ยวสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด รสชาติมันกลมกล่อมกำลังดี ไม่จัดจ้านหรือจืดชืดจนเกินไป มันคือรสชาติของความสุข... รสชาติของคนที่รอคอยให้เขากลับบ้านมาทานข้าวพร้อมกัน
รินรดานั่งลงฝั่งตรงข้าม เทน้ำอุ่นใส่แก้วให้สามี แววตาฉายแววรอคอยคำติชมอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะบอกว่ามั่นใจในฝีมือ แต่ลึกๆ แล้วนี่คือคนพิเศษที่สุดในชีวิต เธอย่อมอยากให้เขาประทับใจที่สุด
"เป็นยังไงบ้างครับ?" เธอถามเสียงแผ่ว
ศิลาไม่ตอบด้วยคำพูดทันที เขาวางช้อนลงช้าๆ ยกแก้วน้ำขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ปรากฏขึ้น พร้อมกับประโยคที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ
"อร่อยจนผมคิดว่า... ต่อไปนี้ผมคงไม่ยอมออกไปกินข้าวข้างนอกอีกเลย" ศิลานิ่งไปนิดหนึ่ง ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยที่ชวนให้ขนลุก "แต่อีกอย่าง... ผมว่าเราคงต้องเตรียมรับมือกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญพรุ่งนี้เช้าแล้วล่ะครับ"
รินรดาขมวดคิ้วฉับทันที ความอบอุ่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัย "หมายความว่ายังไงครับ?"
ศิลาไม่ได้เอ่ยคำตอบ ทว่าเสียงกริ่งประตูรั้วขนาดใหญ่หน้าคฤหาสน์ก็ดังขึ้น *กริ๊งงง!* ลากยาวติดต่อกันหลายครั้งด้วยความกระวนกระวาย ราวกับผู้มาเยือนกำลังร้อนรนจนทนไม่ไหว และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของศิลาที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับชื่อเบอร์โทรเข้าที่ปรากฏบนหน้าจอ...
มันคือเบอร์ของ "คุณหญิงแม่ทัพ" ผู้เป็นป้าสะใภ้จอมเขี้ยว ที่เคยประกาศกร้าวไว้ว่าจะไม่มีวันยอมรับสะใภ้บ้านนอกคนนี้เด็ดขาด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และคอมเมนต์ให้กำลังใจ "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอนะครับ
กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 16
เมนูมัดใจคุณชาย
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!