กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 17

รับมือกับกระแสโซเชียล

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าคลิปนี้มียอดวิวทะลุหลักล้านภายในคืนนี้ ฉันจะยอมกินพริกขี้หนูสดสิบเม็ดโชว์กลางไลฟ์สดเลยคอยดู!" เสียงตบโต๊ะดังปัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่มุมห้องแถวฝั่งตรงข้าม กล้องโทรศัพท์มือถือราคาแพงถูกยกขึ้นจ่อมายังร้าน "กับข้าวริมทางของคุณริน" ที่ตอนนี้กำลังคราคร่ำไปด้วยลูกค้ายืนรอคิวแน่นขนัดจนล้นออกไปถึงฟุตบาท รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองไปยังต้นเสียงในขณะที่มือยังคงควงตะหลิวผัดกะเพราเนื้อสับใบยี่หร่าในกระทะเหล็กใบใหญ่ ไฟสีส้มแดงลุกโชนสะท้อนใบหน้าเนียนใสที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อบางๆ กลิ่นหอมฉุนของพริกแห้งและใบยี่หร่าเตะจมูกจนลูกค้าในร้านสูดปากด้วยความอยากอาหาร แต่สำหรับกลุ่มคนฝั่งตรงข้ามแล้ว กลิ่นนี้เปรียบเสมือนหนามยอกอกที่พวกเขากำลังหาทางถอนออกให้สิ้นซาก "คุณรินครับ คิวที่สี่สิบห้า ไข่ดาวกรอบๆ สองฟองนะครับ!" เสียงตะโกนจากหน้าร้านดังขึ้นท่าเสียงจอแจ "รับทราบค่ะ... เอ๊ย รับทราบครับ!" รินรดาเผลอหลุดปากสำนวนเดิมเกือบแย่ โชคดีที่ดึงสติกลับมาทันเวลา เธอตักผัดกะเพราสีเข้มข้นราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุย ก่อนจะโปะด้วยไข่ดาวทอดกรอบขอบทองอร่าม ส่งให้ลูกค้าหนุ่มใหญ่วัยทำงานที่นั่งรอด้วยความอดทน ตั้งแต่คลิปรีวิวร้านข้าวแกงข้างทางโดยบล็อกเกอร์สายกินชื่อดังถูกปล่อยออกมาเมื่อสามวันก่อน ชีวิตประจำวันของเธอก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ลูกค้าหน้าใหม่หลั่งไหลกันเข้ามาไม่ขาดสาย ยอดขายพุ่งกระฉูดจนน่าตกใจ แต่ในขณะเดียวกัน "เงา" ของความอิจฉาริษยาก็เริ่มคืบคลานเข้ามาตามความโด่งดังที่เพิ่มขึ้น กลุ่มชายฉกรรจ์ฝั่งตรงข้ามไม่ใช่ใครที่ไหน... พวกเขาคือเจ้าของร้าน "ตามสั่งสารพัดนึก" ที่ตั้งอยู่ถัดไปอีกสองบล็อก ซึ่งเมื่อก่อนเคยผูกขาดลูกค้าในย่านนี้ ทว่าหลังจากรินรดามาเปิดร้านด้วยรสชาติอาหารที่จัดจ้านถึงใจและวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี ทำให้ลูกค้าเทใจมาฝากท้องที่นี่กันหมด จนร้านฝั่งโน้นแทบจะตบยุง "เฮ้ย ดูคอมเมนต์ดิ พวกโลกโซเชียลนี่มันโง่สิ้นดี เชื่ออะไรก็ไม่รู้ แค่เอาคลิปตอนแม่นี่ทำหน้าบูดใส่หมาจรจัดมาตัดต่อใส่ดนตรีระทึกขวัญหน่อยเดียว คนก็แห่กันไปด่าว่าแม่ค้าใจร้ายแล้ววะ ฮ่าๆๆๆ" หนึ่งในนั้นพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะลั่นอย่างสะใจ ปลายนิ้วรัวแป้นพิมพ์คอมเมนต์ปั่นกระแสในโลกออนไลน์อย่างสนุกสนาน รินรดายืนนิ่งชั่วขณะ ปลายลิ้วสัมผัสกับความเผ็ดร้อนของรสชาติอาหารในใจ เธอย่อมเห็นคลิปตัดต่อบิดเบือนความจริงนั่นแล้ว ในโลกยุคปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตคืออาวุธ บางคนใช้มันสร้างสรรค์ แต่บางคนกลับใช้มันเป็นเครื่องมือทำลายล้างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่มีหรือที่คนอย่างรินรดาจะยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมนี้! ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าข้ามถนนไปเอาเรื่องให้รู้ดำรู้แดง จู่ๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโคโลญCologne แบรนด์หรูราคาแพงก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับมือหนาอุ่นจัดที่วางลงบนลาดไหล่บางอย่างแผ่วเบาแต่หนักแน่น ศิลายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว... ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับ แม้จะดูขัดแย้งกับบรรยากาศร้านข้าวแกงข้างทางที่มีควันโขมง แต่รัศมีเยือกเย็นและความทรงอำนาจรอบตัวกลับทำให้ลูกค้ารอบข้างต้องเหลือบมองด้วยความเกรงขาม เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังกลุ่มชายฝั่งตรงข้ามเพียงชั่วพริบตาเดียว ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนน่าหมั่นไส้ "เหนื่อยไหมครับคนดี ของแค่นี้... ให้สามีจัดการเองดีกว่าไหมครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับดังพอที่จะทำให้คนรอบข้างได้ยินอย่างชัดเจน รินรดาหันไปค้อนสามีวงใหญ่ "คุณมาทำอะไรที่นี่คะ... เอ๊ย ที่นี่ครับ? งานที่บริษัทไม่ยุ่งหรือไงถึงปลีกตัวมาแถวนี้ได้" "ไม่มีงานไหนสำคัญไปกว่าการปกป้องชื่อเสียงของภรรยาหรอกครับ" ศิลาตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ชายชุดดำทั้งสองคนแยกย้ายกันเดินข้ามถนนไปอย่างรวดเร็วราวกับเงา ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเดินไปยืนค้ำหัวกลุ่มชายที่กำลังนั่งไลฟ์สดอยู่ พร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูเปิดหน้าจอเอกสารทางกฎหมายให้ดู พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ทรงพลังพอกลบเสียงรอบข้างจนเงียบกริบ "คุณกำลังหมิ่นประมาทและเผยแพร่ข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปรับไม่เกินแสนบาท และทางบริษัทของเราได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเป็นจำนวนเงินห้าล้านบาทเรียบร้อยแล้วครับ เชิญรับหมายศาลจากทนายความของเราได้เลยครับ" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา ใบหน้าของเจ้าของร้านคู่แข่งซีดเผือดราวกับกระดาษ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบจะถือไม่อยู่ ลูกค้าและชาวบ้านละแวกนั้นต่างพากันส่งเสียงฮือฮาด้วยความสะใจ รินรดายืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก เธอก้าวออกมาหน้าร้าน หยิบกระบวยตักน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเข้มข้นจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เทลงในชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา โรยด้วยผักชีฝรั่งซอยและพริกไทยดำป่นใหม่ๆ จนกลิ่นหอมกรุ่นลอยไปเตะจมูกคนที่เดินผ่านไปมา ศิลาเดินเข้าไปโอบเอวบางของเธอไว้หลวมๆ สายตาสรวลเสเฮฮายังคงจับจ้องไปที่กลุ่มคู่แข่งที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดทำอะไรไม่ถูก "จัดการปัญหาเสร็จแล้ว... รางวัลของผมล่ะครับ?" ชายหนุ่มกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย รินรดาหันไปยิ้มหวานให้สามี ก่อนจะดันชามซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนร้อนๆ ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ไปตรงหน้าเขา น้ำซุปใสแต่เข้มข้นด้วยรสชาติจากการเคี่ยวร่วมสิบชั่วโมง เนื้อหมูเปื่อยนุ่มแทบละลายในปากส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจจนศิลาถึงกับต้องกลืนน้ำลาย "นี่ค่ะ... ซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนสูตรพิเศษ พิเศษเฉพาะคุณสามีสายเปย์คนนี้โดยเฉพาะ ทานให้อร่อยนะคะ... เอ๊ย นะครับ!" ศิลาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายกชามซุปขึ้นซดน้ำคำโตเพื่อพิสูจน์ฝีมือภรรยา ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปากชม... จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของศิลาก็แผדเสียงดังขึ้นอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมาดู ปลายสายคือเลขานุการส่วนตัวที่น้ำเสียงร้อนรนจนผิดปกติ "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... หุ้นส่วนรายใหญ่ที่สุดของเราจากต่างประเทศ บินมาถึงสนามบินกะทันหัน และประกาศกร้าวว่า..." ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหันกลับมามองรินรดาทันที --- **[CLIFFHANGER HOOK]** "พวกเขาปฏิเสธการเซ็นสัญญาพันธมิตรธุรกิจมูลค่าหมื่นล้าน... เพราะต้องการเดินทางมาที่ร้านข้าวแกงข้างทางของคุณริน เพื่อชิมเมนูเด็ดที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้โดยเฉพาะครับ!" --- *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอนะครับ*
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%