เสียงเคาะกระจกเบาๆ สองครั้งดึงสติรินรดาให้หลุดออกจากภวังค์ ภาพสะท้อนของชายชุดดำร่างสูงใหญ่ราวกับนักกีฬาฮอกกี้ในกระจกใสหน้าร้าน ไม่ได้ทำให้เธอกลัวเท่ากับรอยยิ้มมุมปากของศิลา—สามีหมาดๆ ที่เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตกลงไปเซ็นทะเบียนสมรสกับเขาอีท่าไหนในตอนที่เมามาย
"ทานต่อเถอะครับ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแห้งยำหมูสับต้มยำโบราณชามนี้ ถ้าปล่อยให้เส้นอืดแล้วรสชาติจะดรอปลงไปสิบเปอร์เซ็นต์"
ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับภายนอกร้านไม่ได้กำลังถูกคุกคามโดยกลุ่มบอดี้การ์ดมืออาชีพ มือหนายกตะเกียียบคีบลูกชิ้นหมูเด้งที่ลวกกำลังดีมาวางลงบนจานของเธออย่างเอาใจใส่ ราวกับเขากำลังนั่งอยู่ในภัตตาคารหรูระดับมิชลินสตาร์ ไม่ใช่เพิงข้างทางที่มีเสียงรถเมล์วิ่งผ่านท่อไอเสียดังกระหึ่ม
รินรดาวางตะเกียบลง เธอมองหน้าชายหนุ่มที่มีสันจاوโด่งเป็นคมและดวงตาสีนิลที่ยากจะหยั่งถึง "คุณศิลา..." น้ำเสียงของเธอห้วนสั้นแต่มั่นคง "คนพวกนั้น... เป็นใคร แล้วทำไมเขาต้องเดินตามคุณเป็นพรวนขนาดนั้นด้วย คุณไม่ใช่แค่ผู้ชายธรรมดาที่ตกงานจนต้องมาอาศัยชายคาร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางของฉันกินข้าวฟรีไปวันๆ แน่นอน"
ศิลาชะงักไปเล็กน้อย เขาวางตะเกียบลงอย่างเป็นระเบียบ ใช้กระดาษทิชชูซับมุมปากช้าๆ ท่าทางนั้นเต็มไปด้วยความเนิบนาบแต่น่าเกรงขามโดยธรรมชาติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง
"คุณคิดว่าผมเป็นใครล่ะครับ?" เขาย้อนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงแววตาท้าทายที่ทำให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ
"ฉันไม่รู้... และนั่นแหละคือปัญหา" รินรดาโน้มตัวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้เก่าๆ กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเค็มๆ หวานๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ระหว่างคนทั้งสอง ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดภายนอก "คนระดับคุณ... ถ้านั่งเครื่องบินส่วนตัว ใส่สูทสั่งตัดราคาหลักแสน และมีบอดี้การ์ดเดินตามเป็นขบวน คุณควรจะนั่งกินทรัฟเฟิลคาเวียร์ในห้องอาหารเพนท์เฮ้าส์ชั้นห้าสิบ ไม่ใช่มานั่งซดน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวชามละห้าสิบบาทบาทร่วมกับฉันใต้สะพานลอยแบบนี้"
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของศิลา มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ทำลายความเยือกเย็นของเขา แต่กลับทำให้เขาน่าค้นหาและอันตรายยิ่งขึ้นในเวลาเดียวกัน
"แล้วถ้าผมบอกว่า... ผมเบื่อรสชาติความหรูหราพวกนั้นล่ะครับ?" ศิลาตอบพลางทอดสายตามองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "อาหารในภัตตาคารหรูพวกนั้นปรุงด้วยสูตรที่ถูกคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์และเชฟชื่อดัง แต่ไม่มี 'ชีวิต' ไม่มีกลิ่นอายของความเหน็ดเหนื่อยและความจริงใจในการปรุงเหมือนก๋วยเตี๋ยวที่คุณทำ... รินรดา คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงยอมทิ้งทุกอย่างแล้วมานั่งตรงนี้?"
รินรดาขมวดคิ้วแน่น เธอนิ่งฟังโดยไม่เอ่ยแทรก
"เพราะที่นี่... มีคุณ และมีรสชาติที่ผมตามหามาทั้งชีวิต" ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่าตกใจ ดวงตาคมกริบสะท้อนภาพเงาของเธอเพียงคนเดียว "เงินทอง อำนาจ และชื่อเสียง ผมมีมันจนล้นมือจนไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน แต่สิ่งที่ผมขาด... คือความอบอุ่นแบบที่หาไม่ได้จากตระกูลใหญ่โตพรรค์นั้น"
คำว่า 'ตระกูลใหญ่โต' ทำให้รินรดากระตุกคิดขึ้นมาได้ทันที เธอนึกถึงข่าวหน้าหนึ่งเกี่ยวกับนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่กวาดซื้อกิจการอสังหาริมทรัพย์และห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน ชายผู้มีใบหน้าปริศนาที่ไม่ยอมให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ... หรือว่าจะเป็น...
ก่อนที่รินรดาจะทันได้ประติดประต่อเรื่องราว เสียงผลักประตูกระจกบานเลื่อนของร้านก็ดังขึ้น "กริ๊ง!"
ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ก้าวเข้ามาหยุดยืนโค้งคำนับให้ศิลาอย่างนอบน้อม สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรนแต่พยายามเก็บอาการ "ท่านประธานครับ ทางกลุ่มทุนตระกูลฉัตรชัยกุลกำลังรวมตัวกันที่สำนักงานใหญ่ พวกเขาพยายามกดดันบอร์ดบริหารเรื่องโปรเจกต์อสังหาฯ ภาคเหนือครับ คุณต้องกลับไปเคลียร์ด้วยตัวเอง..."
เลขานุการส่วนตัวชะงักคำพูดไว้แค่นั้น เมื่อเห็นสายตาดุจคมมีดที่ศิลาตวัดส่งให้ บรรยากาศภายในร้านก๋วยเตี๋ยวขนาดเล็กอุณหภูมิลดฮวบทันทีจนแทบติดลบ
ศิลายังคงนั่งนิ่ง เขายกแก้วน้ำเก๊กฮวยเย็นชื่นใจขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะวางลงเบาๆ แล้วหันกลับมามองภรรยาหมาดๆ ที่ตอนนี้กำลังอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง
'ท่านประธาน...?' ศิลาเนี่ยนะท่านประธานกลุ่มทุนหมื่นล้านคนนั้น!
"บอกพวกเขาว่า ถ้าจัดการเรื่องหุ้นส่วนไม่ได้ภายในสามชั่วโมง ก็เตรียมเก็บกระเป๋าไสมหัวออกจากบริษัทซะ" ศิลาออกคำสั่งเสียงเรียบเย็นชา ต่างจากตอนที่พูดกับรินรดาลิบลับ ก่อนที่เขาจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนลงทันทีราวกับคนละคน "คุณครับ... ผมยังกินก๋วยเตี๋ยวไม่หมดชามเลยนะ หรือเราจะกินให้เสร็จก่อน แล้วค่อยไปจัดการพวกน่ารำคาญพวกนั้นทีหลังดีครับ?"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองหน้าสามีสายเปย์ผู้หิวโหยสลับกับชายชุดสูทที่ยืนเหงื่อตกอยู่ด้านหลัง ก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นชามก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่ยังส่งควันกรุ่นและกลิ่นหอมเย้ายวนของพริกเผาและถั่วคั่วใหม่ๆ อยู่ตรงหน้า...
...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความอร่อยและความลับที่ค่อยๆ เผยออกมาในตอนนี้นะครับ
กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 10
คำถามชวนสงสัย
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!