"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้สูตรพริกไทยดำตำมือกับเนื้อน่องลายตุ๋นยาจีนแบบเดิม เกรงว่าร้าน 'รินรส' ของคุณคงต้องเตรียมขึ้นป้ายเซ้งกิจการภายในสิ้นเดือนนี้แน่ครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องครัวแคบๆ ของร้านอาหารข้างทางยามวิกาล รินรดาชะงักมือที่กำลังตักน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนลงในชามเซรามิคสีนวล เธอนิ่งค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนจะวางทัพพีสแตนเลสกระทบขอบหม้อเสียงดัง *กริ๊ง*
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ดวงตากลมโตหันกลับไปมองชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดง ตัวตนของศิลาช่างดูขัดแย้งกับบรรยากาศอันเรียบง่ายและกลิ่นอายควันโขมงของร้านริมทางแห่งนี้เสียเหลือเกิน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า รัศมีและความเยือกเย็นของเขากลับทำให้พื้นที่แคบๆ นี้ดูแคบลงไปถนัดตา
"คุณศิลาคะ— อ้อ... ขออภัยค่ะ ฉันหมายถึงคุณศิลาครับ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบแก้คำลงท้ายให้ถูกต้องทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่เจือความขบขันเล็กๆ ของชายหนุ่ม "ร้านรินรสของฉัน ถึงจะเป็นแค่เพิงข้างทาง แต่ก็เปิดขายมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย สูตรอาหารทุกจานผ่านการเคี่ยวกรำมานาน ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมาวิจารณ์กันลอยๆ นะครับ... เอ๊ย... นะครับ!"
ศิลายกมือขึ้นปัดอากาศเบาๆ เชิงปราม ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาเข้มมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "ผมไม่ได้มาวิจารณ์เพื่อความสะใจครับคุณริน... ผมมาในฐานะ 'นักลงทุน' ที่ลิ้นกําลังเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากคุณ"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดหน้าเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ ที่ผ่านการใช้งานมาโชกโชน กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มและบุหรี่ราคาแพงจางๆ ลอยมาปะทะจมูก รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อเขายื่นนามบัตรสีดำสนิท ขอบทองคำเปลวปั๊มจมลงบนกระดาษอย่างประณีตมาวางไว้ตรงหน้าเธอ
ไม่มีชื่อตำแหน่ง... มีเพียงชื่อย่อบริษัทโฮลดิ้งระดับประเทศ และเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวเจ็ดหลัก
"ข้อเสนอของผมมีอยู่ว่า..." ศิลาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย เสียงกระซิบของเขานุ่มทุ้มแต่ทรงพลังราวกับคำประกาศิต "ผมจะเข้ามาเป็น 'ที่ปรึกษา' ให้กับร้านรินรสอย่างเป็นทางการ จัดการโครงสร้างต้นทุน รีแบรนด์เมนูอาหารข้างทางบ้านๆ ให้กลายเป็นมิชลินสตรีทฟู้ดที่คนยอมต่อแถวรอสามชั่วโมง และที่สำคัญ..."
เขาเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิดของเธอ
"...ผมจะช่วยจัดการ 'ญาติผู้พี่' จอมหน้าเลือดที่คอยมาสูบเลือดสูบเนื้อคุณที่หน้าบ้านทุกวัน ให้หายไปจากชีวิตคุณอย่างถาวรโดยที่คุณไม่ต้องเปื้อนมือเลยสักนิด"
ข้อเสนอนี้ช่างหอมหวานและเย้ายวนใจเสียจนน่ากลัว รินรดารู้ดีว่าปัญหาเรื่องหนี้สินที่ป้าสะใภ้จอมโลภสร้างไว้กำลังบีบคั้นคอเธออยู่ทุกวัน การทำร้านอาหารลำพังเพียงหยิบมือไม่เพียงพอจะจ่ายดอกเบี้ยมหาโหดพวกนั้นได้ การมีนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศยื่นมือเข้ามาช่วย ถือเป็นทางรอดเดียวที่สวรรค์ประทานมา... หรืออาจจะเป็นปีศาจจำแลงกายกันแน่นะ?
"แล้วสิ่งที่คุณต้องการแลกเปลี่ยนล่ะครับ?" รินรดาถามเสียงเรียบ เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ "คนระดับคุณศิลา ย่อมไม่อินกับแค่ข้าวราดแกงจานละสี่บาทสิบหบาทแน่นอน การลงทุนลงแรงขนาดนี้ ผลตอบแทนที่คุณหวังคงไม่ใช่แค่เงินปันผลธรรมดาๆ"
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและน่าฟังเสียจนคนฟังรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหู เขาเอื้อมมือหนาออกไปหมายจะแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของเธอ แต่รินรดาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ชายหนุ่มจึงเพียงแค่เลื่อนมือไปหยิบตะเกียบไม้ไผ่เก่าๆ บนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่นแทน
"ผลตอบแทนเหรอครับ..." ศิลาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "ผมไม่ได้ต้องการหุ้นส่วนธุรกิจ ไม่ได้ต้องการเปอร์เซ็นต์ยอดขาย... สิ่งเดียวที่ผมต้องการ คือ 'สิทธิ์ผูกขาด' ในการเป็นคนเดียวที่ได้ลิ้มรสฝีมือการทำอาหารของคุณ ตลอดไป... ทั้งในครัว และนอกครัว"
บรรยากาศในร้านเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงน้ำซุปในหม้อเดือดปุดๆ และเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังประสานกัน รินรดานิ่งงัดกับคำพูดกำกวมที่เต็มไปด้วยความหมายแฝงอันตรายนั้น สมองอันฉลาด
เฉลียวของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้แค่มารับประทานอาหาร แต่เขากำลัง 'จองจำ' เธอไว้ในอาณาจักรที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นอย่างแนบเนียน
ในขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธความสัมพันธ์ที่รวดเร็วเกินไปนี้ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงที่เป็นเอกลักษณ์ของคนคุ้นเคย
"รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ในนั้น! เงินค่าเช่าแผงงวดนี้ทำไมมันได้แค่ครึ่งเดียววะ นังตัวดี คิดจะชักดาบป้าเหรอ!" เสียงของป้าพิณดังแผดทะลุความเงียบเข้ามา ตามด้วยแรงทุบประตูกระจกจนสั่นสะเทือน
รินรดาหน้าถอดสีทันที ปัญหาเก่าตามมาเคาะประตูซ้ำในเวลาที่เปราะบางที่สุด เธอกำหมัดแน่นด้วยความโกรธและคับแค้นใจ ทว่าก่อนที่เธอจะได้ก้าวขาออกไปจัดการ ศิลาก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้เบื้องล่างอย่างนุ่มนวลแต่แน่นหนา
ชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขายังคงมีสีหน้าเรียบเฉยราวนั่งจิบชาอยู่ในห้องทำงานหรู ศิลาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมากดส่งข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวอย่างใจเย็น
"นั่งลงครับคุณริน..." ศิลาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาคมกริบเปล่งประกายความดุดันที่ซ่อนเร้นไว้อย่างแนบเนียน "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ 'ที่ปรึกษา' คนใหม่ของคุณจัดการเถอะครับ"
สิ้นคำพูดของเขา เสียงโวยวายหน้าประตูก็เงียบกริบลงไปอย่างฉับพลัน ราวกับมีมนต์สะกด... ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจกลัวของป้าพิณ และเสียงเครื่องยนต์รถยนต์ราคาแพงหลายคันที่แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านพร้อมกัน
ศิลายิ้มมุมปาก ชำเลืองมองออกไปนอกกระจกใสที่สะท้อนภาพชายชุดดำนับสิบคนที่ก้าวลงมาจากรถหรู ก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน
— ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอนะครับ
กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 9
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!