กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 8

กาแฟโบราณรสเข้ม

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"หากพวกป้าๆ ยังว่างงานจนเอาเวลาไปนินทาเรื่องใต้สะดือชาวบ้านได้ ผมแนะนำให้เอาเวลาไปเดินตรวจบัญชีร้านโชห่วยของสามีที่กำลังจะเจ๊งน่าจะเข้าท่ากว่านะครับ" เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่แฝงไอความเย็นยะเยือกจนคนฟังต้องสะดุ้งเฮือกดังขึ้นกลางตลาดสดเก่าแก่ ประโยคนี้ไม่ได้ตะโกน แต่มันดังพอที่จะทำให้เสียงจอแจรอบแผงขายอาหารตามสั่งของรินรดาเงียบกริบลงราวกับมีใครกดปุ่มปิดสวิตช์ รินรดาที่กำลังงละมุนมืออยู่กับการตวัดตะหลิวผัดกะเพราหมูสับใส่พริกแห้งคั่วใหม่ๆ ชะงักมือไปเล็กน้อย นางเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มในชุดสูทสากลตัดเย็บเนี๊ยบกริบ เนื้อผ้าสีเทาเข้มตัดกับบรรยากาศตลาดสดที่เต็มไปด้วยควันโขมงและกลิ่นน้ำปลาได้อย่างน่าประหลาด ศิลานั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดงตัวเล็กที่ดูราวกับจะรับน้ำหนักร่างสูงใหญ่ของเขาไม่ไหว แต่กระนั้น ท่าทางการนั่งไขว่ห้างและการวางมือประสานกันบนตักอย่างสงաբนิ่ง กลับทำให้เก้าอี้ตัวนั้นดูมีราคาแพงขึ้นมาทันตาเห็น สองเดือนก่อน เขาคือท่านประธานหนุ่มผู้เยชาต่อโลกภายนอกที่ใครๆ ก็เกรงกลัว แต่เวลานี้... เขากลับยอมมานั่งทนดมกลิ่นน้ำมันหมูและเสียงเชียร์ขายของในตลาดสดทุกวัน เพียงเพราะต้องการเฝ้าภรรยา ข่าวลือเรื่อง "ท่านประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านมานั่งเฝ้าเมียขายข้าวแกงริมทาง" แพร่สะพัดไปไกลยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดสดแห่งนี้แทบจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกลายๆ แม่ค้าแผงปลา พ่อค้าแผงผัก รวมถึงคุณนายขาประจำที่เคยปากหอยปากปูใส่รินรดา ต่างพากันเดินผ่านไปผ่านมาเพื่อแอบมองหน้าเศรษฐีหนุ่มผู้คลั่งรัก บางคนถึงกับลงทุนซื้อคะน้าสามกำสิบมาเดินวนหน้าร้านนับสบรอบ เพียงเพราะอยากเห็นภาพชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้หยิบทิชชูขึ้นมาเช็ดโต๊ะให้ภรรยาด้วยความใส่ใจ "คุณศิลาคะ ลูกค้ารอโต๊ะอยู่นะครับ ไม่ใช่ที่นั่งรับแขกวีไอพี" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ตักกะเพราสีสวยราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุย ส่งกลิ่นหอมฟุ้งยั่วน้ำลาย ทว่ามุมปากกลับหยักยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน "สำหรับผม โต๊ะตรงนี้คือที่นั่งพิเศษที่มีมูลค่ามากที่สุดในเมืองหลวงแล้วครับ" ศิลาตอบกลับทันควัน สายตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่ค้าทางธุรกิจด้วยความเฉียบขาด บัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนยามมองร่างบางในผ้ากันเปื้อนสีมอมแมบ "อีกอย่าง... ผมแค่เตือนสติป้าข้างบ้านที่เขาเป็นห่วงคุณจนเกินเหตุเท่านั้นเอง" ป้าเพ็ญ แม่ค้าขายส่งไข่ไก่ผู้ตกเป็นเป้าสายตาหน้าซีดเผือด นางอ้าปากพะงาบๆ อยากจะเถียงแต่ก็ไม่กล้าสบตากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวสามีของรินรดา ใครจะไปคิดว่ายายเด็กกำพร้าที่พวกนางเคยรุมรังแกตอนมาเปิดร้านใหม่ๆ จะมีแบ็คอัพเป็นเสือซ่อนเล็บตัวพ่อเช่นนี้ บรรยากาศรอบโต๊ะอบอวลไปด้วยความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่กลิ่นหอมรุ่นใหม่จะลอยตลบอบอวลตัดผ่านความตึงเครียดนั้น รินรดาไม่ได้สนใจสายตาของใครอีก นางหยิบโถเซรามิกเคลือบสีคลาสสิกที่บรรจุ "กาแฟโบราณรสเข้ม" สูตรพิเศษที่หมักบ่มเมล็ดกาแฟคั่วด้วยมือ ออกมาเทใส่แก้วสังกะสีเคลือบอีนาเมลลายดอกไม้แบบวินเทจ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสานกลิ่นไออุ่นๆ ของนมข้นหวานกวนเองเตะจมูกทันที "พักรบเรื่องปากหอยปากปู แล้วมาดื่มนี่หน่อยค่ะ" รินรดาเลื่อนแก้วกาแฟโบราณแก้วโตวางตรงหน้าศิลา น้ำเสียงของนางอ่อนลงเล็กน้อยเมื่ออยู่กันตามลำพังความรู้สึก "คุณนั่งเฝ้าฉันมาสามชั่วโมงแล้วนะ งานการที่บริษัทไม่มีทำหรือไงคะท่านประธาน" ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบ รสชาติเข้มข้น หอมหวานกลมกล่อมที่ปลายลิ้นทำให้ความเหนื่อยล้าจากการประชุมเครียดเมื่อเช้ามลายหายไปในพริบตา นี่คือฝีมือของรินรดา สิ่งที่ไม่มีเชฟมิชลินคนไหนในโลกเลียนแบบได้ รสชาติที่บรรจุความใส่ใจและความอบอุ่นของบ้าน "งานที่บริษัทมีคนจัดการแทนหมดแล้วครับ แต่ถ้าเป็นงานดูแลคุณ... ผมต้องทำด้วยตัวเองเท่านั้น" ศิลาวางแก้วลงช้าๆ นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของภรรยา "อีกอย่าง ผมได้ยินข่าวมาว่า... สัปดาห์หน้าจะมีพวกญาติฝั่งคุณแม่เลี้ยงตัวแสบจากต่างจังหวัดบุกมาที่ร้านนี้ใช่ไหมครับ?" รินรดาสะดุดมือเล็กน้อย นางหรี่ตามองสามี "คุณรู้ได้อย่างไรคะ?" "ภรรยาผมทั้งเก่งและสวย ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของตระกูลจอมปลอมนั่น มีรายงานส่งตรงถึงโต๊ะทำงานผมทุกวันอยู่แล้ว" ศิลายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ผู้ชายอย่างเขาดูอันตรายแต่ก็น่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ คุณแค่เตรียมกระทะและตะหลิวไว้ทำอาหารอร่อยๆ รอรับแขกก็พอ ส่วนบัญชีหนี้สินและหน้ากากจอมปลอมของพวกเขา... ผมจะจัดการให้ล่อนจ้อนจนไม่มีแผ่นดินกลบหน้าเอง" คำพูดราบเรียบแต่เด็ดขาดนั้นทำเอารินรดารู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในอก ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เคยมีมาตลอดชีวิตถูกความอบอุ่นของสามีคนนี้พัดพาจนหายเกลี้ยง นางพยักหน้ารับเบาๆ อย่างยอมจำนนต่อความเอาแต่ใจของคนตรงหน้า ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นจนคนรอบข้างต้องเบือนหนีด้วยความอิจฉา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่คุ้นเคย "แหมๆๆ เปิดร้านขายข้าวแกงจนรวยระฟ้าถึงขนาดจ้างผู้ชายหน้าตาดีมานั่งเฝ้าเลยรึยายรินรดา! ผัวทิ้งแล้วหาใหม่เก่งนี่แก!" เสียงแหลมสูงของ "น้าทิพย์" ป้าสะใภ้จอมโลภที่ควรจะอยู่ต่างจังหวัด ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าแผงพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่และสายตากราดเกรี้ยวที่มองสำรวจร้านราวกับจะเข้ามาตรวจยึด รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ศิลายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก เขายกแก้วกาแฟโบราณขึ้นจิบอีกครั้งอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ วางลงกระทบโต๊ะเบาๆ เสียงนั้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่จู่ๆ ก็กลับมาเยือนอีกรอบ ชายหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มสุภาพให้อดีตป้าสะใภ้ตัวแสบ แต่แววตากลับเยียบเย็นราดน้ำแข็งขั้วโลก "ยินดีต้อนรับสู่ร้านของภรรยาผมนะครับ..." ศิลาเอ่ยเสียงนุ่ม "แต่ก่อนจะก้าวขาเข้ามาในร้านนี้ ผมเกรงว่าคุณคงต้องเคลียร์บิลค่าเสียหายเจ็ดหลักที่สามีของคุณไปโกงบริษัทผมไว้เสียก่อน... ไม่อย่างนั้น ผมเกรงว่าคุณคงไม่มีโอกาสได้กินข้าวแกงฝีมือภรรยาผมไปตลอดชีวิต" น้าทิพย์หน้าถอดสีทันที ร่างท้วมสะั่นเทิ้มด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดากระตุกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ - กาแฟโบราณแก้วโต -
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%