กริ่งโลหะบนบานประตูไม้สักทองส่งเสียงกังวานทุ้มต่ำรับกับฝایเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นอายของใบชาผูเอ่อร์ชั้นดีและกระดาษหนังสือพิมพ์หมึกพิมพ์เก่าๆ ลอยอบอวลผสมกลิ่นหอมสะอาดของบุรุษผู้ไม่เคยปล่อยให้รายละเอียดรอบตัวหลุดรอดจากสายตา
"คุณชาย... ทะเบียนรถพร้อมแล้วครับ และทางฝั่งตลาดประมูลใต้ดินสายสามส่งสัญญาณยืนยันตัวตนมาแล้วว่า 'กล่องไม้จันทน์หอม' ถูกนำมาขึ้นบัญชีรอการเคาะราคาในรอบเที่ยงนี้ครับ" เลข J-01 ขยับแว่นกรอบทองพร้อมรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ศิลาในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้ม ปลดกระดุมเม็ดบนออกเล็กน้อยเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อสีแทนจากการทำงานกลางแจ้ง เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายของร้านข้าวแกงข้างทางที่ภรรยาตัวน้อยเพิ่งเขียนสรุปไว้เมื่อคืน แต่ริมฝีปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นบางเบาจนน่าหมั่นไส้
"บอกคนของเราคุมเข้มเส้นทางรอบตลาดประมูลให้ดี อย่าให้พวกสุนัขจรจัดจากตระกูลใหญ่เข้ามาเห่ารบกวนสายตาของรินรดาได้... วันนี้เธอตั้งใจจะไปหา 'รากโสมหิมะป่า' มาทำซุปตุ๋นยาจีนเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้ผมโดยเฉพาะ ผมไม่อยากให้บรรยากาศดีๆ ต้องแปดเปื้อน"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งความอย่างเฉียบขาด ขณะที่มือหนาปิดสมุดบัญชีเล่มนั้นลงอย่างทะนุถนอม ราวกับมันคือคัมภีร์ล้ำค่าที่สุดในอาณาจักร
ตัดภาพมายังเบาะหลังของรถยนต์ซีดานหรูคันยาวที่เคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวลตัดผ่านความวุ่นวายของย่านการค้าเก่าแก่ รินรดากำลังนั่งมองทิวทัศน์ริมทางผ่านกระจกใส มือเรียวบางลูบไล้แหวนหยกเก่าแก่บนนิ้วอย่างใช้ความคิด เหตุการณ์เมื่อวานซืนที่ป้าสะใภ้ตัวแสบพยายามส่งคนมาป่วนหน้าร้านเพื่อขโมยสูตรพริกแกงยังคงติดอยู่ในใจ แต่แทนที่จะโกรธเกรี้ยว หญิงสาวกลับส่งยิ้มเย็นเยียบให้กับการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของพวกปลิงดูดเลือดเหล่านั้น
"คิดอะไรอยู่ครับ หืม?"
เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นจัดที่เอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยเข้าทัดหูให้อย่างอ่อนโยน ศิลาขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายสะอาดผสมความอบอุ่นเฉพาะตัวโอบล้อมเธอไว้
"คิดว่า... พวกเขานี่ช่างขยันหาเรื่องใส่ตัวเสียจริงค่ะ... เอ๊ย... จริงนะครับ" รินรดาเกือบเผลอหลุดปากสำนวนคุ้นเคย รีบแก้คำพูดพร้อมค้อนขวับใส่สามีจอมเจ้าเล่ห์ที่แกล้งทำเป็นเลิกคิ้วสูงอย่างอารมณ์ดี "คุณก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร ทำไมต้องทำหน้าเจ้าเล่ห์แบบนั้นด้วยเล่า"
"ผมแค่กำลังคิดว่า..." ศิลายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรัก "ไม่ว่าพวกมันจะส่งใครมาขัดขวาง ผมก็จะกว้านซื้อกิจการทั้งหมดของพวกมันมากองไว้แทบเท้าคุณ ให้คุณใช้เป็นที่ตากผ้าขี้ริ้วเช็ดโต๊ะอาหาร... ดีไหมครับ?"
นี่คือความหมายของคำว่า 'สามีสายเปย์' ในแบบฉบับของศิลา—เด็ดขาด ไร้ความปรานีต่อศัตรู แต่สปอร์ตและพร้อมเปย์ภรรยาจนคนรอบข้างต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอิจฉา
รถยนต์หรูชะลอตัวลงและจอดสนิทหน้าโกดังเหล็กกล้าขนาดใหญ่ที่ภายนอกดูเหมือนโกดังเก็บสินค้าธรรมดา แต่ทว่ามีชายชุดดำยืนคุมเชิงอยู่ทุกมุมตึก นี่คือ 'ตลาดประมูลของหายาก' สถานที่ลับเฉพาะของชนชั้นสูงผู้มีอิทธิพลและพ่อค้าของป่าระดับตำนาน
ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ศิลาก็ยื่นมือหนาออกมารองรับฝ่ามือเรียวบางของภรรยาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงคู่กันเข้าไปข้างใน ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่เหลียวมองมาเป็นตาเดียว รินรดาลดแว่นกันแดดลงเล็กน้อย กวาดสายตามองวัตถุดิบหายากที่วางเรียงรายอยู่ตามโต๊ะประมูล แววตาคมปลาบเป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นสมุนไพรหายากอายุหลายร้อยปีที่เธอตามหามานาน
"ชิ้นต่อไป... ล็อตพิเศษจากเทือกเขาตะวันออก 'รากโสมหิมะป่าพันปี' น้ำหนักแปดตำลึง สภาพสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ราคาเริ่มต้นที่ห้าล้านบาท!" เสียงประกาศก้องจากผู้ดำเนินการประมูลบนเวทีเรียกความสนใจจากผู้คนในห้องโถงใหญ่ได้ทันที
รินรดากำลังจะยกป้ายประมูลขึ้น แต่ทว่า...
"สียล้าน!" เสียงตะโกนแหบพร่าจากมุมมืดด้านหลังดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับการก้าวออกมาของชายวัยกลางคนสวมสูทราคาแพงแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิยะหยัน—*เจ้าสัวเฉิน* คู่แข่งทางธุรกิจที่เคยพ่ายแพ้ให้แก่ตระกูลศิลามาแล้วหลายครั้ง และวันนี้มันตั้งใจมาเพื่อหักหน้าพวกเขาโดยเฉพาะ
"หกล้าน!" เจ้าสัวเฉินตะโกนซ้ำ พร้อมกับส่งสายตากวนประสาทมองตรงมาที่รินรดา "ของหายากระดับนี้ สะใภ้ร้านข้าวแกงข้างทางอย่างเธอ คงไม่มีปัญญาจ่ายหรอกกระมัง กลับไปเคี่ยวพริกแกงหลังร้านเถอะ หลานสาว"
บรรยากาศในห้องประมูลเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่คู่สามีภรรยาตระกูลศิลา รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางกำลังจะขยับตอบโต้ด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์หญิงสาวผู้ไม่เคยยอมคน
แต่ทว่า... ศิลาผู้เป็นสามีกลับยกมือขึ้นแตะไหล่บางเบา
เขายังคงมีสีหน้านิ่ง100เปอร์เซ็นต์ เย็นชาจนน่ากลัว ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนพนักเก้าอี้สามครั้ง ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบกังวานไปทั่วทั้งห้องโถง
"ยี่สิบ..."
ศิลาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองเจ้าสัวเฉินราวกับมองมดปลวก ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความรู้สึก
"...ร้อยล้านครับ... และช่วยกรุณาบอกให้คนของตระกูลเฉินไสหัวออกไปให้พ้นจากสายตาผมภายในสามวินาทีนี้ด้วย ไม่อย่างนั้น... พรุ่งนี้ตระกูลของคุณอาจจะไม่เหลือแม้กระทั่งป้ายชื่อบริษัทให้ลูกหลานได้กราบไหว้"
ทั้งห้องโถงแทบหยุดหายใจ เจ้าสัวเฉินหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อตระหนักได้ว่า ตนเองเพิ่งไปลูบคมพญามครเข้าให้แล้ว
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงปรบมือเบาๆ กลับดังขึ้นจากระเบียงชั้นสองของห้องประมูล พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิงที่ก้าวออกมาจากเงาดำ รอยยิ้มลึกลับที่มุมปากของหญิงสาวปริศนาคนนั้น ทำให้ศิลาถึงกับหรี่ตาลงอย่างระแวดระวังทันที
"ยินดีต้อนรับสู่เกมการประมูลที่แท้จริงค่ะ... ท่านประธานศิลา และคุณรินรดาผู้เลอโฉม หวังว่าวัตถุดิบชิ้นต่อไปที่จะนำออกมาในอีกห่าวนาทีข้างหน้านี้... จะทำให้คุณ 'ยอมแลก' ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณมีได้นะ"
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กาแฟโบราณแก้วโต" มาโดยตลอดนะครับ
กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 11
การเดินทางไปหาวัตถุดิบ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!