กลิ่นอายความอับชื้นของห้องประมูลใต้ดินระดับวีไอพีผสมผสานเข้ากับกลิ่นไอของเงินตราและอำนาจ เสียงเคาะค้อนไม้ระรัวดังขึ้นครั้งสุดท้าย พร้อมกับเสียงประกาศกร้าวจากผู้ดำเนินรายการที่สะท้อนก้องผ่านผนังคอนกรีตหนาทึบ
"ปิดประมูล! สิทธิ์ขาดในวัตถุดิบชิ้นเอกลำดับที่สาม ตกเป็นของท่านประธานศิลาด้วยยอดประมูลแปดหลักถ้วนครับ!"
รินรดากะพริบตาปริบๆ มองหีบไม้สักทองบุด้วยกำมะหยี่สีแดงสดที่ถูกพนักงานเข็นเข้ามาวางไว้ตรงหน้า บนโต๊ะกระจกใสใจกลางห้องรับรองพิเศษ แสงไฟนีออนสีส้มอ่อนสาดส่องลงบนวัตถุดิบปริศนาที่ถูกปิดตายด้วยฝาครอบแก้วหนา เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะราคาที่น่าตกใจ—เพราะสำหรับสามีสายเปย์อย่างศิลาแล้ว เงินจำนวนนั้นเป็นเพียงเศษกระดาษ—แต่เป็นเพราะรูปลักษณ์ของสิ่งที่อยู่ใต้ฝาครอบนั้นต่างหาก
มันคือชิ้นส่วนเนื้อสีแดงเข้มลายหินอ่อนที่แทรกตัวอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ แต่มีขนาดเล็กจิ๋ว และส่งกลิ่นคาวจางๆ เจือด้วยกลิ่นหอมคล้ายสมุนไพรป่าโบราณ
"เนื้อกวางป่าภูเขาหิมะหมักน้ำแร่อายุสามร้อยปี" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงคมกริบมองภรรยาคนสวยสลับกับวัตถุดิบตรงหน้า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย "พวกเขาบอกว่า มันเป็นวัตถุดิบที่ใช้ยากที่สุดในรอบทศวรรษ เพราะหากปรุงไม่ถูกวิธี สารอาหารและรสสัมผัสจะสลายกลายเป็นก้อนยางเหนียวทันที... คุณภรรยา ไหวไหมครับ?"
รินรดาหันขวับไปมองหน้าสามีทันที ดวงตากลมโตฉายแววความท้าทายที่ถูกจุดประกายขึ้นมา เธอยกมุมปากยิ้มบางๆ อย่างคนมั่นใจในฝีมือ มือเรียวบางปัดปอยผมที่ตกลงมาทอดกรอบหน้าออกอย่างลวกๆ
"ดูถูกภรรยาเกินไปแล้วมั้งครับ ท่านประธานศิลา" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "วัตถุดิบระดับนี้ ต่อให้เป็นหินผา ฝีมือปลายจวักของรินรดาคนนี้ก็เคี่ยวให้ละลายในปากได้เหมือนกัน... แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฉันทำได้หรือไม่ได้หรอกครับ..."
เธอลากเสียงยาว ปรายตามองไปยังประตูทางออกที่ร่างเงาของญาติฝั่งสามีผู้หิวเงิน กำลังยืนแอบมองผ่านกระจกนิ้วมือเดียวด้วยความอิจฉาริษยา "ปัญหาคือ... คนข้างนอกนั่น ต่างหาก ที่คงกำลังนั่งกัดเล็บรอความล้มเหลวของฉันอยู่"
"ปล่อยพวกเขาไปเถอะครับ" ศิลาเอื้อมมือหนามาคว้ามือเรียวของเธอมากุมไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ "พวกเขาไม่มีวันเข้าใจหรอกว่า ความสุขของการได้เห็นคุณรังสรรค์อาหารแต่ละจาน มันมีค่ามากกว่าผลกำไรบริษัทผมเสียอีก... อยากได้เครื่องครัวอะไรเพิ่มไหมครับ? ผมสั่งเครื่องบินเจ็ตไปเอามาจากยุโรปตอนนี้ยังได้เลย"
"ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ—เอ๊ย... ครับ!" รินรดาเกือบเผลอหลุดคำติดปาก แต่ก็แก้สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เธอถอนหายใจพรวดใหญ่อย่างหมั่นไส้ความเปย์เกินเบอร์ของสามี "เรามีห้องครัวจำลองที่ทางผู้จัดเตรียมไว้ให้หลังห้องนี้ไม่ใช่หรือครับ? แค่นั้นก็เกินพอแล้ว สำหรับฝีมือระดับเชฟใหญ่"
สิบนาทีต่อมา บรรยากาศภายในห้องครัวสเตนเลสสตีลปลอดเชื้อก็อบอวลไปด้วยความจริงจัง
รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา ยืนหยัดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาคมกวาดมองวัตถุดิบแปลกปลอมตรงหน้าอย่างพิจารณา เนื้อกวางภูเขาหิมะถูกวางบนเขียงไม้มะเกลือ กลิ่นคาวเฉพาะตัวลอยแตะจมูก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่มีเคล็ดลับความอร่อยจากมิติพิเศษในความทรงจำ
"หึ... หมักด้วยน้ำแร่อายุสามร้อยปีงั้นเหรอ?" รินรดาพึมพำกับตัวเอง มือเรียวหยิบมีดดามัสกัสเล่มบางขึ้นมาคมกริบ "ถ้าผ่านความร้อนตรงๆ มีหวังเหนียวเป็นยางก้นหม้อแน่ๆ... ต้องตัดเลี่ยนด้วยความเปรี้ยวของผลไม้ป่า และดับคาวด้วยรากโสมขาวอายุหปี"
เธอลงมือจัดการหั่นเนื้อเป็นชิ้นบางเฉียบด้วยความเร็วและแม่นยำ ทุกท่วงท่ามีความมั่นใจและสง่างามจนศิลาที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัวถึงกับละสายตาไม่ได้ สายตาของเขาไม่ได้มองที่อาหาร แต่มองรอยยิ้มที่มุมปากของภรรยาขณะกำลังตั้งใจทำอาหาร—ภาพนั้นช่างงดงามตรึงใจเสียจนโลกทั้งใบแทบหยุดหมุน
กลิ่นหอมเริ่มโชยออกมาจากกระทะทองเหลืองใบเล็ก เมื่อรินรดาเริ่มขั้นตอนการเคี่ยวซอสสูตรลับ เปลวไฟสีฟ้าอ่อนจากเตาแก๊สสะท้อนลงบนใบหน้าเนียนใสที่มีเหงื่อซึมบางๆ เสียงฉ่าเบาๆ เมื่อเนื้อสัมผัสกับเนยสดแท้และสมุนไพรป่า ทำให้บรรยากาศในห้องครัวอบอุ่นขึ้นมาทันตาเห็น
"ใกล้เสร็จแล้วนะครับท่านประธาน" รินรดาเอ่ยโดยไม่หันกลับมามอง เสียงหั่นผักเคียงดัง *กรับๆๆ* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ "เตรียมกระเพาะของคุณให้พร้อมรับรสชาติที่จะทำให้คุณลืมไม่ลงก็แล้วกัน"
ศิลาเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังบางของเธอ วงแขนแกร่งสอดโอบเอวคอดกิ่วไว้หลวมๆ คางคมเกยลงบนลาดไหล่มน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนเจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อย
"ผมไม่ได้หิวเนื้อกวางนี่หรอกครับ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอารินรดาใจสั่นระรัว "แต่ผมหิว... ภรรยาคนนี้มากกว่า"
"ไอ้... คนฉวยโอกาส!" รินรดาหน้าแดงซ่านจนลามไปถึงใบหู เธอใช้ศอกกระทุ้งเบาๆ ที่สีข้างของสามี แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ไม่ยอมปล่อยอ้อมกอดแสนอบอุ่นนั้น
ในวินาทีนั้นเอง ขณะที่กลิ่นหอมเย้ายวนของสเต็กเนื้อกวางราดซอสผลไม้ป่ากำลังฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง และอบอวลออกไปถึงทางเดินด้านนอกจนผู้จัดงานและเหล่าญาติที่แอบดูอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือมาเคาะประตูกระจก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของศิลาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ
ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับจากเลขานุการส่วนตัว
นิ้วหนากดรับสายด้วยน้ำเสียงเย็นชา "มีอะไร? ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย..."
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงปลายสายหอบสะท้าน ละล่ำละลักจนฟังแทบไม่เป็นศัพท์ "คลังสินค้าหลักของเราที่ท่าเรือ... จู่ๆ ก็มีคนส่งพัสดุปริศนามากล่องหนึ่ง ข้างในนั้น... ข้างในนั้นมี..."
ศิลาชะงักไป ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขึ้นมาในพริบตา "มีอะไร พูดให้มันเคลียร์!"
"มีรอยเลือด... และจดหมายเขียนด้วยลายมือสลักชื่อของคุณพ่อคุณ... มันบอกว่า ของขวัญชิ้นที่สี่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ตอนเที่ยงคืนนี้ครับ!"
รินรดาที่กำลังจัดจานอาหารอยู่ถึงกับมือแข็งค้าง หันขวับมามองหน้าสามีทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกำลังคืบคลานเข้ามาในเกมการประมูลครั้งนี้
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอนะครับ
กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 12
ท้าดวลด้วยวัตถุดิบ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!