กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 2

แขกพิเศษที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าพวกคุณยังส่งเสียงดังรบกวนลูกค้าท่านอื่น เกรงว่าผมคงต้องเชิญออกไปรับประทานข้าวข้างนอกร้านแทนนะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบจนน่าขนลุกดังขึ้นที่มุมหนึ่งของร้าน “ครัวริมทางรินรดา” บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารที่เคยครึกครื้นพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษของศิลาขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขามองกลุ่มญาติฝ่ายอดีตสามีของรินรดาที่ยกโขยงกันมาทำตัวเป็นอันธพาลในร้านด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ป้าสำเนียง ป้าสะใภ้จอมเขมือบฟรีประจำตระกูลอ้าปากค้าง ตะเกียบในมือร่วงตกลงกระทบจานกระเบื้องเสียงดังเคร้ง หล่อนพยายามจะอ้าปากเถียงแต่เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุคมกริบดั่งพญาอินทรีของศิลา คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายลงคอไปทันทีโดยไม่ต้องเปล่งเสียง รินรดาที่กำลังงละมنอยู่หน้าเตาถ่านเพื่อผัดกะเพราหมูสับใส่พริกแห้งคั่วสูตรโบราณ เงยหน้าขึ้นมองภาพนั้นแวบหนึ่ง มุมปากบางหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาอย่างนึกขัน เธอสะบัดข้อมือควงตะหลิวเสียงดังฉ่า น้ำปลาชั้นดีเคลือบกลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและใบกะเพราป่าลอยฟุ้งกระจายไปทั่วตึกแถวคูหาเล็กๆ กลิ่นหอมยั่วยวนนี้รุนแรงเสียจนทำให้คนที่กำลังหัวเสียเมื่อครู่ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว "คุณศิลาครับ อย่าไปถือสาคนพวกนี้เลยครับ นั่งลงก่อนเถอะ เดี๋ยวผัดกะเพราจานนี้เสร็จ ผมจะยกไปเสิร์ฟให้เป็นพิเศษเลยนะครับ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวในที ศิลาปรับสีหน้าจากพยัคฆ์ร้ายกลายเป็นหนุ่มคลั่งรักในเสี้ยววินาที เขายิ้มรับภรรยาคนสวยด้วยแววตาอ่อนโยนจนคนในร้านแทบไม่เชื่อสายตา "ตามใจคุณรินเลยครับ ผมรอได้เสมอ" ทว่าความเงียบสงบยังไม่ทันได้แผ่ขยาย เสียงเคาะโต๊ะดังปังก็เรียกความสนใจจากทุกคนอีกครั้ง "เฮ้ย! เปิดร้านวันแรกไม่ต้อนรับญาติผู้ใหญ่เลยรึไง ยัยริน! หล่อนชักจะปีกกล้าขาแข็งใหญ่แล้วนะ ถึงกลัวผัวใหม่จนหัวหด ปล่อยให้มันมาไล่พวกฉันเนี่ย!" ลุงนพพร ลุงแท้ๆ ของรินรดาที่หวังฮุบมรดกที่ดินตบเท้าก้าวเข้ามากลางร้าน กลิ่นเหล้าขาวคละคลุ้งจนรินรดาย่นหัวคิ้ว ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำกระเบื้องเคลือบขึ้นมาหมุนเล่นช้าๆ ท่าทีสุขุมนุ่มลึกแต่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาสะกดให้คนทั้งร้านแทบหยุดหายใจ ชายหนุ่มยังไม่ทันได้เอ่ยปากสั่งสอนตาแก่ไร้มารยาทผู้นี้ จู่ๆ ประตูหน้าร้านก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงลม ลมหนาวพัดพาเอากลิ่นอายความหรูหราที่ไม่เข้ากับบรรยากาศร้านข้าวแกงข้างทางเข้ามาด้วย ร่างของชายวัยกลางคนในชุดกั๊กผ้าทอเข้ารูป ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมและมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วก้าวเข้ามาอย่างองอาจ สายตาดุดันกวาดมองไปรอบร้านก่อนจะมาหยุดอยู่ที่จานอาหารบนโต๊ะของลูกค้าท่านอื่น นั่นคือ "พงศ์" อดีตนายทหารนอกราชการผู้ผันตัวมาเป็นนักชิมและนักวิจารณ์อาหารชื่อดังแห่งยุค ผู้ขึ้นชื่อเรื่องลิ้นทองคำและหาญกล้าวิจารณ์ร้านอาหารระดับมิชลินมาแล้วนักต่อนัก การปรากฏตัวของเขาทำให้เจ้าของร้านละแวกใกล้เคียงถึงกับหน้าถอดสี พงศ์ไม่ได้สนใจสายตาสงสัยของใคร เขาเดินดุ่มๆ ตรงมาที่เคาน์เตอร์ครัวทันที กลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ลอยอบอวลแตะจมูกทำให้ชายหนุ่มผู้ผ่านโลกมามากถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว "กลิ่นนี่มัน..." พงศ์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาววับ "กลิ่นพริกแห้งคั่วเตาถ่านผสานกับน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวข้ามคืน... ไม่ใช่สูตรตามท้องตลาดทั่วไปแน่ๆ" รินรดาหันมาสบตากับผู้มาเยือนใหม่ เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กลับวางทัพพีลงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ยินดีต้อนรับครับ... เอ่อ ขออภัย ยินดีต้อนรับค่ะคุณลูกค้า ร้านเราเพิ่งเปิดใหม่ สนใจรับเมนูขึ้นชื่อสักจานไหมคะ?" พงศ์เลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้น "เธอสินะเจ้าของร้านเด็กสาวที่เขาลือกันว่าทำอาหารรสชาติเหมือนย้อนกลับไปยุคคุณทวด... ไหนลองเอาเมนูที่คิดว่าเด็ดที่สุดมาให้ฉันลองสิ ถ้าไม่อร่อยอย่างที่คุย ฉันจะเขียนวิจารณ์ให้ร้านเธอเจ๊งภายในสัปดาห์นี้แน่" คำขู่ที่แสนตรงไปตรงมาทำให้บรรยากาศในร้านตึงเครียดขึ้นอีกระดับ ป้าสำเนียงและลุงนพพรที่ถูกเมินถึงกับแอบยิ้มเยาะในความโชคร้ายของหลานสาว ทว่า ศิลากลับแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างไม่เกรงกลัว เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนบังหน้าภรรยาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองตรงไปยังพงศ์ด้วยความท้าทาย "ถ้าอาหารของภรรยาผมทำให้คุณเปลี่ยนใจไม่ได้... ผมยินดีซื้อตึกแถวทั้งแถบนี้แล้วปิดกิจการคุณทิ้งเสียยังได้เลยครับ" พงศ์ชะงักไปนิดเมื่อเจอสายตาและคำพูดสายเปย์ที่ทรงพลังขนาดนั้น เขาแค่นหัวเราะในลำคอ "ปากกล้าดีนี่... งั้นก็แสดงฝีมือให้ฉันดูซิ" รินรดาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะแขนสามีเพื่อส่งสัญญาณว่าเธอจัดการเองได้ หญิงสาวหันไปหยิบชามกระเบื้องเคลือบโบราณ ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวลอยน้ำจันทร์เหนียวนุ่มกำลังดี จัดเรียงหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก โรยด้วยกระเทียมเจียวใหม่ๆ และต้นหอมผักชีซอยละเอียด ราดด้วยน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเคี่ยวกับรากผักชีและพริกไทยดำจนส่งกลิ่นหอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งตรอก เธอยกชามนั้นไปวางตรงหน้าพงศ์ด้วยมือที่มั่นคง "บะหมี่แห้งโบราณสูตรคุณทวด... เชิญชิมครับ" พงศ์มองชามบะหมี่ตรงหน้าอย่างพิจารณา ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่ทำเอาต่อมน้ำลายในปากทำงานอย่างหนัก เขาใช้ตะเกียบคีบเส้นบะหมี่คลุกเคล้ากับน้ำมันกระเทียมเจียวและซอสสูตรพิเศษเข้ากันอย่างลงตัว ก่อนจะคีบเข้าปากคำโต ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ... พงศ์นิ่งค้างไป ดวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รสชาติกลมกล่อม หวานน้ำต้มกระดูกเคี่ยว เค็มละมุนจากซีอิ๊วโบราณ และความเผ็ดร้อนปลายลิ้นจากพริกไทยดำแท้ๆ ผสมผสานกันระเบิดความอร่อยในปากราวกับย้อนวัยกลับไปนั่งกินฝีมือคุณยายในวัยเด็ก น้ำตาของชายวัยกลางคนรื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างไม่รู้ตัว ศิลากอดอกมองท่าทีนั้นด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า ขณะที่รินรดายืนกอดอกรอฟังคำพิพากษาด้วยความมั่นใจเต็มร้อย แต่ทว่า ในจังหวะที่พงศ์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำวิจารณ์ออกมานั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของศิลาก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากสำนักงานใหญ่... ปลายสายแจ้งข่าวกรดไหล่ว่า หุ้นส่วนใหญ่จากต่างประเทศที่กำลังจะถอนทุนได้บินมาถึงสนามบินกะทันหัน และต้องการพบ "คุณศิลา" เป็นการด่วนภายในหนึ่งชั่วโมงนี้เท่านั้น! ศิลาขมวดคิ้วมุ่นทันที เขามองหน้าภรรยาด้วยความลังเลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน -------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดร้านวันแรกไปกับรินรดาและคุณสามีสายเปย์นะครับ!
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%