เสียงกระแทกของถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาถูกกระทบลงบนพื้นโต๊ะไม้สักเก่าจนน้ำชาสีเข้มกระเซ็นเปื้อนผ้าปูโต๊ะลายสก๊อต เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดังชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงระฆังโรงงานในยามเช้า
รินรดาลดทัพพีในมือลงอย่างช้าๆ เธอยังคงรักษาความนิ่งสงบไว้บนใบหน้า แม้ว่ากลิ่นอายความตึงเครียดในร้าน "กับข้าวคุณชาย" ยามบ่ายคล้อยนี้จะเข้มข้นเสียยิ่งกว่าน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวมานานแปดชั่วโมง
"พวกแกอย่ามาทำเป็นหูทวนลมนะ นังริน! ที่ดินผืนนี้แม่ฉันเป็นคนเซ็นชื่อค้ำประกันไว้ตั้งแต่สมัยยายยังอยู่ ถ้าแกไม่มีปัญญาหาเงินห้าแสนมาคืนภายในสิ้นเดือนนี้ เตรียมตัวเก็บข้าวของไสหัวออกไปจากตึกแถวนี้ได้เลย!"
เสียงแหลมสูงของน้าสาวแท้ๆ อย่าง "ป้าสำอาง" ดังแผดลั่นจนลูกค้าโต๊ะมุมร้านที่กำลังซดต้มแซกระดูกอ่อนสะดุ้งโหยง สองสามีภรรยาคู่นั้นรีบวางช้อนลงแล้วลุกขึ้นคว้ากระเป๋าเดินออกไปจากร้านอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้บรรยากาศภายในร้านเหลือเพียงความเงียบงันที่กดดันและน่าอึดอัด
รินรดากวาดสายตามองผู้เป็นป้าและลูกพี่ลูกน้องหนุ่มหน้าหยกที่กำลังนั่งไขว่ห้างทำหน้าเย่อหยิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ที่เธอเพิ่งขัดถูจนเงางามเมื่อเช้า รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความขบขันแม้แต่น้อย หากแต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นที่ทำให้น้าสาวชะงักไปชั่วขณะ
"เงินห้าแสน..." รินรดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กังวานชัดเจน "ป้าสำอางครับ พูดออกมาได้เต็มปากจังเลยนะครับ ทั้งๆ ที่เอกสารสิทธิ์ฉบับนั้น แม่ฉันเป็นคนผ่อนส่งด้วยหยาดเหงื่อแรงงานมาตลอดสิบปี ส่วนป้ากับลุงเป็นคนเอาชื่อไปแอบอ้างค้ำประกันเงินกู้นอกระบบเพื่อไปเล่นการพนันจนหมดตัว แบบนี้เขาไม่เรียกว่าทวงหนี้หรอกครับ เขาเรียกว่า 'ปล้นกันกลางวันแสกๆ' ต่างหาก"
"นังเด็กนี่! ปากคอเราะร้ายขึ้นนะแก!" ป้าสำอางหน้าดำคร่ำเครียด ตบโต๊ะฉาดใหญ่จนเศษฝุ่นไม้ลอยฟุ้ง "โตจนป่านนี้แล้วยังมาทำเป็นอวดดี พ่อแม่ตายหมดก็ไม่มีใครสั่งสอนสินะ ถึงได้กล้ามาต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่!"
บรรยากาศในร้านเริ่มระอุขึ้นเมื่อลูกพี่ลูกน้องหนุ่มหน้าหยกนามว่า "ชัชชัย" ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาแอ่นอกแล้วส่งยิ้มหยันพรางมองสำรวจไปรอบร้านอาหารที่ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นสไตล์เรโทร
"พี่ริน... พูดจาให้มันดีๆ หน่อยดีกว่าครับ" ชัชชัยแค่นหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองอุปกรณ์ทำครัวสเตนเลสเงางามและเคาน์เตอร์ไม้สักที่ดูมีราคา "ร้านโทรมๆ ของพี่เนี่ย เปิดมาสามวันเจ๊งไม่เป็นท่าหรอก เชื่อผมเถอะ เอาโฉนดที่ดินผืนนี้มาเปลี่ยนเป็นเงินสดให้พวกผมเอาไปใช้หนี้เสียยังจะมีประโยชน์กว่า หรือ... ถ้าพี่ไม่อยากลำบาก ยอมเซ็นยกกรรมสิทธิ์ให้ผมแต่โดยดี ผมอาจจะเมตตาให้พี่เช่าพื้นที่มุมตู้เย็นเก่าๆ ขายข้าวแกงต่อไปก็ได้นะ"
รินรดากำทัพพีในมือแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะคำดูถูกเหยียดหยาม แต่เพราะความไร้ยางอายของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นญาติสนิท มักจะมาสูบเลือดสูบเนื้อจากคนอื่นในยามที่เขากำลังตั้งตัวเสมอ
ทว่า ก่อนที่เธอจะทันได้เปิดปากฟาดฟันด้วยวาจาคมคาย เสียงเคาะกระจกหน้าร้านเบาๆ แต่หนักแน่นก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ทุกคนในร้านหันไปมองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ร่างสูงโปรสง่าในชุดสูทสีชาคูลสไตล์นักธุรกิจยุค 80s ก้าวเข้ามาภายในร้านอย่างช้าๆ กลิ่นอายความเยือกเย็นและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของเขาจนอุณหภูมิในร้านราวกับลดฮวบลงหลายองศา
ศิลากวาดสายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองผู้บุกทั้งสองคนเพียงแวบเดียว ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะทอประกายความอ่อนโยนลงทันทีเมื่อทอดมองมาที่ภรรยาตัวน้อย เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างรินรดาอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ พร้อมกับวางมือหนาลงบนไหล่บางของเธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลมและปกป้องในคราวเดียวกัน
"ดูท่าทาง... ร้านข้าวของภรรยาผมวันนี้จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมารบกวนเสียบรรยากาศสินะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับเย็นเยียบจนชัชชัยถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ศิลายจะไม่ได้แสดงท่าทีคุกคาม แต่รัศมีกดดันระดับประธานบริษัทใหญ่กลับทำให้คนใจเสาะอย่างสองแม่ลูกรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
ป้าสำอางขยับตัวอย่างอึดอัด แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ เชิดหน้าขึ้นแล้วถามเสียงแข็ง "แกเป็นใครวะ? สามีนังรินเหรอ? หน้าตาดูภูมิฐานดีนี่ หึ! คงยังไม่รู้สินะว่าเมียแกมันกำลังจะกลายเป็นคนไม่มีที่ซุกหัวนอน เพราะตึกแถวนี้กำลังจะถูกยึดถ้าไม่เอาเงินหมาๆ ห้าแสนมาใช้หนี้!"
ศิลาไม่ได้โกรธเคือง เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เป็นรอยยิ้มที่ชวนให้น่าหมั่นไส้และน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน หยิบสมุดเช็คเล่มหรูออกมาอย่างใจเย็น
"เงินห้าแสน..." ศิลาทวนคำด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย ราวกับจำนวนเงินมหาศาลนั้นเป็นเพียงเศษเงินเหรียญในกระเป๋า "สำหรับผมแล้ว มันเป็นตัวเลขที่น้อยเสียจนผมรู้สึกเสียเวลาที่ต้องมาได้ยินชื่อมันในร้านอาหารของภรรยา"
ชัชชัยตาโตเป็นประกายด้วยความโลภเมื่อเห็นสมุดเช็คในมือของชายหนุ่มตรงหน้า "ถ้ามีปัญญาจ่ายก็เขียนมาเลยสิครับ! อย่ามาทำเป็นคุยโตโม้..."
*แคว่ก!*
ศิลาไม่ได้เขียนเช็คตามที่อีกฝ่ายต้องการ แต่เขากลับดึงเอกสารสัญญาเงินกู้ฉบับจริงที่ป้าสำอางถือติดมือมาด้วยออกมาจากโต๊ะ โดยอาศัยความไวที่เหนือกว่าฉีกมันออกเป็นสองส่วนต่อหน้าต่อตาอย่างไม่แยแส
"คุณทำอะไรน่ะ! นั่นมันหลักฐานสำคัญนะ!" ป้าสำอางกรีดร้องด้วยความตกใจ
"หลักฐานปลอมๆ ที่พวกคุณแอบอ้างลายเซ็นปลอมแปลงขึ้นมาต่างหากครับที่สมควรถูกทำลาย" ศิลากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกน "ทนายความส่วนตัวของผมจัดการตรวจสอบเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานนี้ โฉนดที่ดินผืนนี้ถูกโอนกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นชื่อของรินรดาอย่างถูกต้องตามกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนพวกคุณ..."
ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองสองแม่ลูกราวกับมองฝุ่นผงใต้รองเท้า
"...เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงได้เลยครับ อีกไม่เกินสิบนาที ตำรวจจากสถานีท้องถิ่นคงจะมาถึงหน้าประตูกระจกนี้พอดี"
สิ้นคำพูดของศิลา เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังแว่วมาจากปากซอยใกล้ๆ พอดีเป๊ะ สร้างความตื่นตระหนกให้กับป้าสำอางและชัชชัยจนหน้าซีดเผือกราวกับไก่ต้ม ทั้งสองลนลานลุกขึ้นวิ่งหนีตายออกไปจากร้านอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งความอลหม่านไว้เบื้องหลัง
รินรดายืนมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากขอบคุณสามีสายเปย์ผู้จัดการทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วทันใจ ศิลาก็หันกลับมาหาเธอ รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาคลั่งรักที่อบอุ่นและเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
"จัดการปัญหาหนูแมลงหวี่น่ารำคาญให้เรียบร้อยแล้วครับ..." ศิโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กระซิบข้างใบหูของเธอแผ่วเบา จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินต้นคอ "ทีนี้... ถึงเวลาที่ภรรยาคนเก่งจะต้องปรนเปรอ 'สามีผู้หิวโหย' คนนี้ด้วยเมนูพิเศษเป็นการตอบแทนแล้วกระมังครับ?"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยปฏิเสธ กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ "หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วดำโบราณ" ที่เธอเคี่ยวทิ้งไว้ในหม้อดินเผาตั้งแต่เช้า ก็ส่งกลิ่นตลบอบอวลทะลักฝาหม้อออกมาอบอวลไปทั่วทั้งร้าน ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีส้มทอง และเสียงกุญแจรถหรูที่จอดเทียบท่ารอรับเธอยกะดับชีวิตใหม่ในค่ำคืนนี้...
---
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 3 ด้วยกันนะครับ!* - **กาแฟโบราณแก้วโต**
กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 3
ประกาศศึกกลางโต๊ะกินข้าว
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!