เสียงค้อนเหล็กกระทบหัวตะปูตอกลงบนเนื้อไม้เสียงดัง *ปัง! ปัง!* สะท้อนก้องไปทั่วตรอกแคบๆ ด้านหลังสถานีรถไฟเก่า คราบเขม่าควันจากเตาถ่านและกลิ่นอับชื้นของตึกแถวทรุดโทรมในย่านการค้าชานเมืองไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมหน้าร้านรู้สึกสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนสีมอซอแต่สะอาดสะอ้าน ปาดเหงื่อออกจากหน้าผากด้วยหลังมือ ลมหายใจของเธอเจือกลิ่นหอมฉุนของพริกแกงเผ็ดที่เพิ่งตำเสร็จใหม่ๆ
"ถ้าคิดจะเปิดร้านขายข้าวแกงขยะๆ แบบนี้ในเขตตระกูลเรา... แกเอาหน้าไปไว้ที่ไหนรินรดา หน้าด้านหน้าทนจริงๆ นะยะ!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของป้าสำเนียงดังขึ้นทันทีที่เงาร่างท้วมของป้ากับลูกพี่ลูกน้องอย่าง "นงลักษณ์" ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้าร้าน ป้าสำเนียงกอดอกเชิดหน้าขึ้นสูง สายตากวาดมองป้ายไม้สนทาสีเองที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงว่า *'ครัวคุณริน ข้าวแกงรสโบราณ'* ด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
รินรดาค่อยๆ วางทัพพีไม้ในมือลงบนโต๊ะเตรียมอาหาร ช้าๆ และมั่นคง เธอยังไม่รีบเร่งที่จะโต้ตอบ ปล่อยให้ความเงียบงันชั่วขณะกดดันให้ผู้มาเยือนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเสียก่อน ดวงตากลมโตคมกริบราวกับกวางสาวแต่ดุดันราวกับเสือซ่อนเล็บเงยขึ้นสบตาผู้เป็นป้าสามีโดยไม่หลบเลี่ยง
"เขตตระกูลเหรอครับ... เอ๊ย ขอโทษที พอดีที่นี่เป็นโฉนดที่ดินเช่าของเทศบาล ไม่ใช่สมบัติเจ้าคุณปู่ของป้าสำเนียงนี่ครับ ถึงได้มาเที่ยวประกาศอาณาเขตไล่คนทำมาหากิน" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาแม้แต่น้อย
นงลักษณ์หน้าเสีย ชี้นิ้วสั่นเทาใส่หน้าลูกพี่ลูกน้อง "อีริน! แกกล้าดียังไงมาพูดจายอกย้อนแม่ฉัน! รู้ตัวไหมว่าแกกำลังทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเรา ปรึกษาผัวแก... เอ้ย ผัวที่มันเพิ่งเตะโด่งแกออกมาจากบ้านตระกูลศิลาแล้วหรือยัง ถึงได้มาตั้งร้านขายของข้างทางน่าสมเพชแบบนี้!"
คำว่า "ผัวที่เตะโด่ง" ทำให้บรรยากาศรอบตัววูบไหว รินรดารู้ดีว่าข่าวลือเรื่องที่เธอกับ "ศิลา" สามีนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแยกกันอยู่กำลังแพร่สะพัดไปทั่ว บรรดาญาติฝ่ายสามีต่างพากันรุมทึ้งและรอคอยวันที่เธอจะตกต่ำถึงขีดสุด เพื่อจะได้เข้ามาฮุบสมบัติส่วนน้อยที่ติดตัวเธอมา
แต่พวกเขากำลังคิดผิด... ศิลาน่ะเหรอจะทิ้งเธอ? สามีสายเปย์ผู้คลั่งรักอาหารฝีมือเธอจนยอมทุ่มเงินซื้อตึกทั้งแถบให้เธอเปิดร้าน (แม้เธอจะปฏิเสธและขอเช่าพื้นที่เล็กๆ เองก็ตาม) ถ้าศิลารู้ว่ามีใครมารังแกภรรยาคู่ใจในวันเปิดร้านวันแรก เกรงว่าตระกูลจอมปลอมเหล่านี้คงไม่ได้ยืนหายใจรดหัวกันอยู่ตรงนี้แน่
"ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลที่ว่า... หมายถึงเงินก้อนโตที่พวกป้าพยายามโกงจากกองมรดกของคุณย่า หรือหมายถึงหนี้การพนันที่พี่นงลักษณ์เอาชื่อสามีฉันไปค้ำประกันไว้ล่ะครับ?" รินรดาแกล้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ แต่คำพูดแต่ละคำเชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ
"แก... อีเด็กเนรคุณ!" ป้าสำเนียงหน้าดำคร่ำเครียด ยกมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอน
ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะทันได้สัมผัสแก้วนวล รินรดากลับตักน้ำแกงคั่วกลิ่นหอมกรุ่นที่เดือดปุดๆ ในหม้อดินเผาขึ้นมาตักใส่ชามกระเบื้องเคลือบ เสียงทัพพีเคาะขอบหม้อดัง *กริ๊ง* กลิ่นหอมฟุ้งของพริกแกงใต้ผสมผสานกับกะทิเคี่ยวจนแตกมัน ลอยตลบอบอวลไปทั่วตรอกแคบๆ ทันที กลิ่นหอมรุนแรงนั้นเตะจมูกผู้คนในละแวกนั้นจนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ
รินรดายกชามแกงคั่วกลิ่นหอมฉุนขึ้นมาวางคั่นกลางระหว่างเธอกับป้าสำเนียง ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง
"ถ้าจะมาอุดหนุน ยินดีต้อนรับครับ... แกงคั่วปลาดุกใบยี่ห้อสูตรโบราณ รสชาติเผ็ดร้อนสะใจ รับรองว่ากินแล้วตาสว่าง เลิกยุ่งเรื่องชาวบ้านได้เป็นปี แต่ถ้าจะมาหาเรื่อง... เชิญไสหัวไปไกลๆ เพราะหม้อแกงหม้อนี้ของฉันร้อนมาก และมือฉันก็ไม่ค่อยนิ่งเสียด้วย"
ป้าสำเนียงผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมของแกงคั่วมันช่างยั่วยวนจนกลกลืนน้ำลาย แต่ศักดิ์ศรีทำให้เธอต้องฮึดฮัด "ใครจะอยากกินของต่ำๆ แบบนี้! จำไว้ อีริน ร้านแกไม่มีทางขายดีเกินสามวันหรอก ฉันจะคอยดูวันที่แกต้องกราบเท้าขอทาน!"
พูดจบ สองแม่ลูกก็สะบัดก้นเดินหนีหายไปท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่เริ่มทยอยเดินผ่านมามุงดูด้วยความสนใจจากกลิ่นแกงที่หอมฟุ้งกระจายไปไกลหลายช่วงตึก
รินรดากวาดสายตามองผู้คนที่เริ่มตั้งแถวรอด้านหน้าร้าน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความกดดันทั้งหมดถูกปัดเป่าทิ้งด้วยไฟฝันและตะหลิวในมือ วันนี้คือวันแรก เธอจะทำให้ดูว่าผู้หญิงที่ถูกตราหน้าว่าถูกทอดทิ้งคนนี้ จะสร้างอาณาจักรอาหารด้วยสองมือของตัวเองได้อย่างไร
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะพลิกป้ายร้านเป็น "เปิดบริการ" นั้นเอง เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ซีดานยุโรปสีดำสนิทราคาแพงลิบลิ่ว ก็แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านอย่างนิ่มนวล ประตูรถฝั่ง
รินรดาชะงักมือค้าง เมื่อร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปก้าวลงมาจากรถ ผู้ชายคนนั้น... ศิลา สามีผู้ควรจะอยู่ในการประชุมนัดสำคัญที่ต่างจังหวัด กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย เย็นชาต่อโลกภายนอก แต่นัยน์ตากลับทอประกายระอุร้อนแรงยามที่มองสบตาภรรยา
"ใครกล้าบอกว่าเมียผมจะขายไม่ได้เกินสามวัน... หืม?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดร้านวันแรกไปกับรินรดาและคุณสามีสายเปย์นะครับ!
กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย•ตอนที่ 1
กลิ่นแกงคั่วเตะจมูก
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทาง กับคุณชายสายเปย์ผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!