"หึ... มาถูกจังหวะเสียจริงนะ"
เสียงทุ้มต่ำที่หลุดลอดออกมาจากไรฟันของนายเหนือ ไม่ได้ทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูรู้สึกสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย รินรดายังคงยืนพิงสะโพกมนกับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องพักส่วนตัวของเขา ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองสำรวจเรือนร่างสูงใหญ่ที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อบางเบาจากการออกกำลังกาย ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อจะยกยิ้มขึ้นอย่างผู้เหนือกว่า
เสื้อยืดสีดำสนิทแนบไปกับแผ่นอกกว้างและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องตามสัดส่วนของชายหนุ่มผู้รักการออกกำลังกาย นายเหนือในยามนี้ดูอันตรายและดึงดูดใจในเวลาเดียวกัน ดวงตาคมกริบสีเข้มดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองเธอนิ่งราวกับต้องการจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว แต่ทว่า... รินรดากลับไม่คิดจะถอยร่นหนีสายตานั้นเลยสักนิด
"ถ้าฉันมาช้ากว่านี้... นายคงจะอกแตกตายไปเสียก่อนใช่ไหมล่ะ นายเหนือ"
น้ำเสียงหวานเจือความเย้าแหย่หลุดออกมาจากเรียวปากสวย เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทีละน้อย เสียงส้นรองเท้ากระทบกับพื้นห้องทำงานดังเป็นจังหวะจะโคน ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความอดทนที่ใกล้จะหมดลงทุกทีของเสือร้ายที่ถูกลูบคม
นายเหนือขยับตัวเล็กน้อย กรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหาตัวแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาเกลียดรอยยิ้มท้าทายแบบนั้น เกลียดแววตาซุกซนที่เหมือนจะรู้ทันความคิดดิบเถื่อนในหัวของเขาไปเสียหมด และที่สำคัญที่สุด... เขาเกลียดที่ตัวเองกำลังแพ้ทางผู้หญิงคนนี้อย่างราบคาบ
"อย่ามาเล่นกับไฟ รินรดา" เสียงทุ้มรอดไรฟันออกมาด้วยความเคืองขุ่น "เธอไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่"
"รู้สิ ทำไมจะไม่รู้..."
รินรดายังคงเดินหน้าต่อจนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวที่ผสมผสานกับความเย็นสดชื่นจากเครื่องปรับอากาศลอยเข้าแตะจมูกของชายหนุ่ม ร่างบางหยุดยืนตรงหน้าเขา เงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่กำลังลุกโชนไปด้วยไฟโทสะผสมความปรารถนาอย่างปิดไม่มิด
ปลายนิ้วเรียวสวยที่มีเล็บเจลสีนู้ดเรียบร้อยค่อยๆ เอื้อมขึ้น แตะลงบนปกเสื้อยืดสีดำตรงหัวไหล่กว้างของนายเหนืออย่างถือวิสาสะ เธอใช้นิ้วไล่ลากลงมาตามแนวไหปลาร้าแกร่งช้าๆ สัมผัสเบาหวิวรา-ขนนกปัดผ่านแต่วิธีนี้กลับทำให้อุณหภูมิในร่างกายของนายเหนือพุ่งสูงขึ้นราวกับถูกสาดด้วยน้ำมันก๊าด
นายเหนือหายใจติดขัด หัวใจกระหน่ำรัวแรงจนน่ากลัว มันเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องอยู่ในหู เขารวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อจะผลักไสร่างบางออกไป แต่ทว่า... ท่อนแขนแกร่งกลับไม่ยอมขยับตามคำสั่งสมอง เมื่อรินรดากลับใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือหนาของเขาไปวางทابลงบนเอวคอดกิ่วของเธอแทน
"ถ้านายบอกว่าฉันกำลังเล่นกับไฟ..." รินรดาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของคนตัวโต น้ำเสียงหวานฉ่ำพร่าพร่าสั่นระริกเล็กน้อยอย่างจงใจยั่วเย้า "แล้วนายล่ะ... กล้าพอที่จะเผาไหม้ไปพร้อมกับฉันหรือเปล่า นายเหนือ?"
*ตู้ม!*
ราวกับมีระเบิดลูกใหญ่หล่นลงกลางใจ นายเหนือสติหลุดกระเจิงไปในวินาทีนั้นเอง ความอดทนที่สะสมมาตลอดทั้งวันพังทลายลงไม่เป็นท่า
พรึบ!
ไวเท่าความคิด ท่อนแขนแกร่งตวัดโอบเอวบางเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วแสง ร่างของรินรดาลอยหวือขึ้นตามแรงดึงก่อนจะถูกรวบเข้ามาแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง นายเหนือใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยเรียวระหงไว้มั่น บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขาแบบไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ชั่วพริบตาที่เธอประมาท... เสือร้ายตัวนี้ไม่ได้แค่คำรามขู่ แต่มันขย้ำจริงเสียแล้ว!
ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับกลีบปากอิ่มสีระเรื่ออย่างไร้ความปรานี จังหวะการจู่โจมดุดันและร้อนแรงราวกับพายุหมุนที่พร้อมจะพัดพาเอาทุกอย่างให้ราบคาบ นายเหนือขบเม้มริมฝีปากนุ่มของเธอด้วยความหมั่นเขี้ยวผสมความคลั่ง The hunger that had been suppressed for too long finally broke through the dam. ความกระหายที่ถูกกดทับมานานระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม รสจูบที่ทั้งหวานล้ำ รุนแรง และเว้าวอนในคราเดียวกัน ทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดาเริ่มพร่าเลือน
มือเรียวที่เคยใช้ยั่วยวน กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อยืดของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่อ่อนระทุ่น ปลายลิ้นร้อนที่รุกรานเข้ามาตักตวงความหวานทำเอาเธอแทบละลายคาอกแกร่ง ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผาตามที่เธอเป็นคนเอ่ยปากท้าทายเขาเมื่อครู่ไม่มีผิด
นายเหนือถอนริมฝีปากออกนิดเดียวเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอด แต่ดวงตาคมกริบกลับยังคงจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงระเรื่อของหญิงสาวด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อน ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดรดแก้มเนียนใส
"ปากเก่งนักนะ... หึ" เสียงทุ้มแหบพร่าสั่นเครือด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด "คิดเหรอว่าฉันจะใจอ่อนปล่อยเธอไปง่ายๆ หลังจากมายั่วกันถึงที่นี่แล้ว, รินรดา"
รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้น อกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เธอพยายามเม้มริมฝีปากที่ชาหนึบเข้าหากันเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา แม้ว่าข้างในจะสั่นไหวจนแทบยืนไม่อยู่แล้วก็ตาม เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างไม่ยอมแพ้
"ใครบอกให้นายใจอ่อนกันเล่า... ฉันแค่จะมาดูต่างหาก ว่าเดือนคณะวิศวะปากร้ายคนนี้ จะกล้าทำอะไรฉันจริงๆ หรือเปล่า"
นายเหนือแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุฉายแววอันตรายชนิดที่คนมองต้องเสียวสันหลังวาบ "อยากลองดูไหมล่ะ ว่าฉันกล้าแค่ไหน..."
พูดจบ มือหนาก็เลื่อนขึ้นโอบกระชับท้ายทอยของเธอให้แนบแน่นยิ่งขึ้น เตรียมจะทาบทับริมฝีปากลงไปซ้ำรอยเดิมด้วยความเร่าร้อนที่ทวีคูณขึ้นกว่าเก่า ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวอย่างกะทันหัน พร้อมๆ กับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังแทรกทะลุบานประตูเข้ามา
"ริน! เธออยู่ในนั้นหรือเปล่า? ฉันเดินหาทั่วคณะแล้วนะ... เปิดประตูให้ฉันหน่อย!"
สิ้นเสียงนั้น รินรดาก็สะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนตกตะลึง เพราะเสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น "คิน" เพื่อนสมัยเด็กที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ และเป็นตัวชนวนปัญหาที่ทำให้นายเหนือหึงจนแทบคลั่งในตอนที่ผ่านมานั่นเอง!
นายเหนือหยุดชะงัก กรามคมขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนอีกครั้ง รังสีความหึงหวงและโทสะพวยพุ่งทะลักออกจากตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองที่ประตูห้องสลับกับใบหน้าตื่นตระหนกของหญิงสาวในอ้อมแขน
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจกระหน่ำรัวด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อจู่ๆ นายเหนือก็โน้มใบหน้าลงมาแนบกระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมชนิดที่ทำเอาเธอต้องหายใจสะดุด
"เพื่อนรักเธอดันมาขัดจังหวะนรกเข้าพอดี... แต่จำไว้ รินรดา เกมนี้ยังไม่จบแค่นี้แน่"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปย์และกดหัวใจให้กำลังใจ "สแลมดังก์สื่อรัก" คนนี้นะครับ
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 6
อย่าคิดว่าจะใจอ่อน
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!