เสียงกระแทกของแก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงที่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศร้านกาแฟสไตล์มินิมอลที่ควรจะเงียบสงบ แต่นายเหนือ เดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งสนิทและมาดคุณชายผู้เย่อหยิ่งในเวลานี้ กลับกำลังแสดงอาการกระฟัดกระเฟียดเหมือนเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ถูกแย่งของเล่นชิ้นโปรด
ดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์จ้องเขม็งไปยังร่างบางของรินรดา หญิงสาวผู้เป็นเป้าหมายเดียวในหัวใจ (ที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด) ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างเปิดแท็บเล็ตตรวจเอกสารงานโปรเจกต์ของภาควิชาบริหารธุรกิจอย่างใจเย็น ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ยามที่เธอกวาดสายตาอ่านตัวเลขบนหน้าจอ ผิดกับเขาที่นั่งคุกรุ่นไปด้วยไอความร้อนแห่งความหงุดหงิดจนแทบจะเผาไหม้อากาศรอบตัว
"นี่เธอ..."
นายเหนือเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความขัดเคืองอย่างชัดเจน
รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปรายตามองพ่อคุณชายมาดนิ่งที่ตอนนี้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เธอกะพริบตาปริบๆ อย่างกวนประสาท ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม
"มีอะไรเหรอ, นายเหนือ? หน้าบึ้งเป็นตูดแมวแบบนั้น เดี๋ยวตีนกาขึ้นหน้าไม่รู้ด้วยนะ" เสียงหวานใสเอ่ยแซวอย่างไม่สะทกสะทاخ แถมยังส่งยิ้มยั่วโมโหกลับมาให้เสียด้วยซ้ำ
นั่นแหละ... ยิ่งทำให้คนตัวโตกว่าแทบคลั่ง!
นายเหนือขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงไปกดสายตาดุๆ ใส่คนตรงหน้า มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ทำไม?" เขาถามสั้นๆ น้ำเสียงลอดไรฟัน
"อะไรของนาย พูดให้มันเคลียร์ๆ หน่อยสิ ฉันไม่มีเวลามานั่งแปลรหัสภาษากายประหลาดๆ ของวิศวะหรอกนะ" รินรดาปิดแท็บเล็ตในมือลง วางมือประสานกันบนตักแล้วจ้องสู้ตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง ความเผ็ดร้อนและทันคนของเธอนี่แหละที่ทำให้เขาหัวปั่นได้ทุกครั้ง
"ทำไมเธอถึงไม่หึงฉันเลยวะรินรดา!"
ในที่สุดประโยคที่อัดอั้นตันใจมาตลอดสามวันก็พ่นหลุดออกมาจากปากของเดือนคณะผู้หยิ่งทะนง นายเหนือไม่สนฟอร์มอะไรทั้งสิ้นแล้วในวินาทีนี้ ภาพลักษณ์คุณชายผู้แสนเย็นชาพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงแค่ "หมาโบ้" ตัวโตๆ ที่กำลังหิวกระหายความสนใจจากเจ้าของ
รินรดานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอยกมือขึ้นกอดอก หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างนึกขัน
"หึง? นายเนี่ยนะ? พูดบ้าอะไรของนาย"
"ฉันไม่ได้พูดเล่น!" นายเหนือกระแทกเสียงต่ำอย่างเหลืออด ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความจริงจังที่อัดแน่นไปด้วยอารมณ์คลั่งรัก "ผู้หญิงคนอื่นเดินเข้ามาเบอร์ไหน ฉันปัดตกหมดเพราะรำคาญ แต่เธอ... ยัยตัวร้าย! วันนี้มีรุ่นน้องคณะอักษรเอาขนมมาให้ฉันถึงโต๊ะ แถมยังส่งสายตาหวานเชื่อมปานจะกลืนกิน เธอนั่งอยู่โต๊ะข้างๆ แท้ๆ แต่เธอกลับ... กลับหันไปสั่งเค้กชาไทยหน้าตาเฉยแถมยังบอกว่าอร่อยมากด้วยเนี่ยนะ!"
รินรดายิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินเหตุผล งفความหงุดหงิดของอีกฝ่าย มันช่างไร้เหตุผลแต่น่าเอ็นดูเสียจนเธอแทบอยากจะยื่นมือไปหยิกแก้มสากๆ นั่นสักที
"อ้าว ก็ขนมร้านนั้นมันอร่อยจริงๆ นี่นา อีกอย่าง... ทำไมฉันต้องหึงนายด้วยล่ะ ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" รินรดาแกล้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์
คำว่า *"ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย"* ทำให้นายเหนือรู้สึกเหมือนถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่จนจุก ภาพความทรงจำย้อนกลับไปตอนที่เขาเคยประกาศกร้าวต่อหน้าเพื่อนๆ ว่าเขาไม่มีวันสนใจผู้หญิงคนไหนเด็ดขาด และรินรดาก็เป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอ "ต่างคนต่างอยู่" ให้เขาเอง
แต่ตอนนี้... คนที่ทนไม่ไหวและอยากกลืนน้ำลายตัวเองดันเป็นเขาเสียเอง!
นายเหนือลุกขึ้นพรวดจนเก้าอี้เลื่อนถอยหลังส่งเสียงดังเอี๊ยด ร่างสูงก้าวอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเก้าอี้ที่รินรดานั่งอยู่ มือหนาทั้งสองข้างวางท้าวลงบนพนักพิงและขอบโต๊ะ กักขังร่างบางเอาไว้ตรงกลางโดยสมบูรณ์ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอในตอนนี้ใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้าที่พวงแก้มเนียน
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของนายเหนือโชยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าความตื่นเต้นที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งเฉย
"ใครบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน..." นายเหนือโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหีบปากบาง น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ "จำไม่ได้เหรอว่าเมื่อคืนใครเป็นคนคอยเช็ดตัวให้ตอนไข้ขึ้น? ใครเป็นคนกอดเธอไว้ทั้งคืนจนเกือบไม่ได้นอน?"
ใบหน้าสวยของรินรดาขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ เมื่อถูกจู่โจมด้วยความจริงที่เธอเองก็เผลอไผลไปในค่ำคืนก่อน
"น...นั่นมันกรณีฉุกเฉินต่างหาก นายป่วย ฉันในฐานะเพื่อนมนุษย์..."
"เพื่อนมนุษย์บ้าบออะไร!" นายเหนือตัดบทด้วยน้ำเสียงดุดันแต่แฝงความออดอ้อนอย่างน่าประหลาด ดวงตาคู่คมจดจ้องมองริมฝีปากเธอนิ่งนานราวกับอดกลั้นมานานเกินพอแล้ว "ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับเธอ และไม่อยากเป็นแค่อีกหนึ่งในรายชื่อคนโปรดอะไรนั่นด้วย รินรดา... เธอต้องเป็นของฉัน เป็นคนเดียวที่มองฉันแบบที่ฉันมองเธอ เข้าใจไหม?"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ เสียงเพลงเบาๆ ในร้านแทบไม่ได้ยินเข้าโสตประสาท มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกัน รินรดานิ่งงันไปกับคำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและร้อนแรงเสียจนตั้งรับไม่ทัน เธอยังไม่ทันจะได้อ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือหาข้ออ้างใดๆ มากลบเกลื่อนความเขินอาย
*กริ๊งงงง—!*
เสียงกระดิ่งหน้าร้านกาแฟดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างสูงโปรดปรานในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ใบหน้าหล่อเหลาคุ้นเคยส่งยิ้มกว้างมาให้รินรดาพร้อมกับเอ่ยทักเสียงดัง
"ริน! รอนานรึเปล่า พอดีรถติดนิดหน่อย... เอ๊ะ นายเหนือ วิศวะนี่นา มาทำอะไรแถวนี้เหรอ?"
คิน... เพื่อนสมัยเด็กที่เพิ่งย้ายกลับมาจากต่างประเทศและตามติดรินรดาแจในยามนี้ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า บรรยากาศรอบตัวเขากำลังถูกแผดเผาด้วยรังสีอำมหิตระดับสิบกิกะวัตต์จากเดือนคณะวิศวะที่ยืนขวางอยู่
นายเหนือค่อยๆ ผละตัวออกจากกรอบกักขังช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบนิ่งสนิทดั่งหินผา แต่ดวงตากลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เขากวาดสายตามองหน้าคินสลับกับรินรดาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เยือกเย็นจนน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธ
"หึ... มาถูกจังหวะเสียจริงนะ"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความโบ้ของนายเหนือในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 5
ยัยตัวร้ายกับคุณชายมาดนิ่ง
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!