ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 4

ความลับในห้องสมุด

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
“นายมาทำอะไรที่นี่, คิน” เสียงของรินรดาเอ่ยทักขึ้นทันทีเพื่อทำลายความเงียบที่กำลังกัดกินบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของเธอฉายแววระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นร่างสูงของเพื่อนสมัยเด็กก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงมุมอับของชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ตะวันตก ทว่า นายเหนือกลับไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะสียีนส์เข้มยังคงยืนค้ำฟ้าอยู่เหนือร่างของหญิงสาวที่ถูกดันชิดติดชั้นไม้เนื้อหนา แผ่นอกกว้างของเขาอยู่ห่างจากจมูกรินรดาเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวตวัดมองข้ามไหล่บางไปยังผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง “ฉันก็แค่เดินหาหนังสือทำรายงาน... แต่ดูเหมือนว่าฉันจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าสินะ” คินยกยิ้มมุมปาก สายตาคมปลาบกวาดมองสำรวจท่าทีที่ชิดใกล้จนเกินงามของคนทั้งคู่ รอยยิ้มของเขาไม่ได้มีความเป็นมิตรเลยสักนิด มันคือรอยยิ้มของหมาป่าที่กำลังจับพิรุธลูกแกะในกรงเล็บ “นายเหนือ เดือนวิศวะปีสาม... มาทำลับๆ ล่อๆ อะไรกับเพื่อนสนิทฉันในมุมมืดของห้องสมุดมหาวิทยาลัยกันล่ะครับ?” บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนายเหนือจนรินรดาต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอยกมือขึ้นดันแผ่บอกแกร่งของนายเหนือเอาไว้เป็นเชิงปรามไม่ให้เขาก่อเรื่องระเบิดอารมณ์ใส่คนนอกเวลานี้ แต่นายเหนือกลับยิ่งแค่น ‘หึ’ ในลำคอ เขาไม่ยอมถอยหลังออกไปแถมยังโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ใบหูของเธอมากขึ้น กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “ปล่อยให้หมามันเห่าไป... รินคิดเหรอว่าฉันจะยอมปล่อยตัวเธอไปง่ายๆ แค่เพราะมีไอ้หน้าจืดนี่โผล่มาขัดจังหวะ?” “นายเหนือ... บ้าหรือไง ถอยไปนะ” รินรดาขยับปากกระซิบตอบเสียงลอดไรฟัน แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อไม่ใช่เพราะความเขินอายอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความโกรธที่คนตัวโตเอาแต่ใจตัวเองไม่เข้าท่า สถานการณ์ตอนนี้มันหมิ่นเหม่เกินกว่าจะมาทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจนะ “ไม่ถอย จนกว่ารินจะบอกไอ้หน้าจืดนั่นว่าเรา ‘เป็นอะไรกัน’” นายเหนือจงใจเน้นเสียงคำว่า *เป็นอะไรกัน* ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอราวกับจะคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้ “พวกนายสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่?” คินเริ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองก้าว สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด ความเป็นเพื่อนสมัยเด็กทำให้คินรู้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้อันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้รินรดาอยู่ใกล้ “ริน... ถอยออกมาจากตรงนั้น มานี่เดี๋ยวนี้” “ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับ...” รินรดารีบละล่ำละลักปฏิเสธ พร้อมกับออกแรงผลักแผงอกของนายเหนือสุดแรงเกิด ทว่าคนตัวโตกลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน ยิ่งเธอขัดขืน นายเหนือก็ยิ่งกระชับวงแขนแกร่งโอบเอวคอดของเธอเข้ามาแนบชิดติดกายมากขึ้นไปอีก จนแทบจะหลอมรวมร่างเป็นเนื้อเดียวกัน “ปากแข็งจังนะรินรดา...” นายเหนือกระซิบชิดริมใบหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาสติของหญิงสาวกระเจิงไปหมด “ไหนลองพูดใหม่อีกทีซิ ว่าเธอกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน... หืม?” “นายเหนือ! เลิกบ้าสักที!” รินรดาตวัดสายตาดุใส่เขา พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงเอาไว้ให้มิดชิดที่สุด เธอกลัว... ไม่ใช่กลัวคินจะรู้ความจริง แต่เธอกลัวหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นโครมครามจนควบคุมไม่อยู่ต่างหาก ผู้ชายอะไรเอาแต่ใจเป็นบ้า! “ฉันไม่ได้บ้า... คนที่บ้าคือฉันต่างหากที่ต้องมาทนเห็นคนอื่นมองเธอแบบนั้น” นายเหนือพูดเสียงต่ำด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ดวงตาคู่คมฉายแววความคลั่งรักดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งสนิท เขาก้มลงมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดด้วยความหมั่นเขี้ยว หากไม่มีไอ้ก้างขวางคอยืนอยู่ตรงนั้น ป่านนี้เขาคงจะจัดการปิดปากดื้อๆ ด้วยริมฝีปากของตัวเองไปนานแล้ว “ริน! ฉันบอกให้ถอยออกมาไงวะ!” คินเห็นท่าไม่ดีจึงพุ่งเข้ามาจะกระชากแขนของรินรดาให้หลุดพ้นจากพันธนาการของนายเหนือ *พรึบ!* ไวเท่าความคิด นายเหนือใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือของคินเอาไว้กลางอากาศ แรงบีบมหาศาลจากฝ่ามือของนักกีฬาบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยทำเอาคินต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด ดวงตาทั้งสองคู่จ้องกันเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของการแข่งขันและความหึงหวงที่ระอุยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็ก “อย่าแตะต้องของๆ กู” นายเหนือเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบระดับจุดเยือกแข็ง ดวงตาดุดันราวกับเสือร้ายที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตัวเอง “ของของแกงั้นเหรอ? รินไม่ใช่สิ่งของของใครนะเว้ย!” คินกัดฟันกรอด พยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ก็ไม่เป็นผล “งั้นก็ถามเจ้าตัวดูสิครับ... ว่าเขาอยากเป็น ‘ของใคร’” นายเหนือเหยียดยิ้มหยัน ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูรินรดาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและสั่นประสาท “เลือกเอา... จะให้ฉันจูบเธอโชว์มันตรงนี้ หรือจะยอมรับความจริงซะดีๆ ว่าเธอเป็น ‘คนโปรด’ ของฉันคนเดียว” รินรดานิ่งง้างไปในพริบตา สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออกเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาจริงจังแกมบังคับของนายเหนือ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้พูดจริงทำจริง ถ้าเธอดื้อดึงต่อมีหวังได้อายคนครึ่งมหาลัยแน่ๆ “นายเหนือ... แกมันคนเผด็จการที่สุด!” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความคับแค้นใจ “รู้ตัวก็ดี... งั้นก็ตอบคำถามของฉันมาซะ” นายเหนือรอคอยคำตอบด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ แม้ภายนอกจะดูดุดันและเย่อหยิ่ง แต่ลึกๆ แล้วหัวใจของหมาโบ้ตัวนี้กำลังลุ้นระทึกยิ่งกว่าตอนชิงแชมป์บาสเกตบอลระดับประเทศเสียอีก ในขณะที่รินรดากำลังอ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมา ทันใดนั้นเอง... “อุ๊ย! ขอโทษค่ะ พอดีหนูทำหนังสือหล่น...” เสียงใสแจ๋วของนักศึกษาสาวปีหนึ่งคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือ พร้อมกับร่างเล็กๆ ที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาหยิบหนังสือที่ตกพื้นโดยไม่ทันได้สังเกตบรรยากาศอันมาคุของคนทั้งสาม แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น... ประเด็นคือจังหวะที่เด็กปีหนึ่งคนนั้นก้าวเข้ามา ปลายเท้าของเธอไปสะดุดเข้ากับขอบชั้นเหล็ก ทำให้ร่างเล็กเสียหลักล้มพุ่งเข้าชนแผ่นหลังของคินเต็มแรง! “เฮ้ย!” คินอุทานออกมาอย่างตกใจ แรงกระแทกนั้นทำให้ร่างของคินเซถลาไปข้างหน้า และด้วยความไม่ได้ตั้งตัว มือข้างที่ว่างของคินจึงคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของรินรดาเพื่อยึดเหนี่ยว พรวด! แรงดึงกะทันหันทำให้รินรดาที่กำลังยืนชิดติดอกนายเหนือเสียการทรงตัว ร่างบางผับหลุดจากการโอบกอดของนายเหนือ ปลิวไปกระแทกเข้ากับอกของคินตามแรงดึงอย่างจัง! บรรยากาศในห้องสมุดเงียบกริบลงในทันที นายเหนือยืนนิ่งค้าง เปลือกตากระตุกยิกๆ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมที่เคยมองใครก็มีแต่ความเย่อหยิ่ง บัดนี้กำลังเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความมืดทะฬที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมา ร่างสูงใหญ่ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนน่ากลัว เขาแค่นหัวเราะออกมาในลำคอเบาๆ แต่ไร้ซึ่งความขำขันใดๆ ทั้งสิ้น “ดีมาก...” นายเหนือปรายตามองภาพที่รินรดาซบอยู่กับอกของคินด้วยแววตาดุดันราวกับพร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ในเมื่อเธอเลือกแบบนี้... รินรดา เตรียมตัวรับมือกับบทลงโทษของฉันหลังจากนี้ได้เลย” พูดจบ นายเหนือก็สะบัดตัวหันหลังเดินดุ่มๆ ออกจากมุมอับของห้องสมุดไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย แรงกระแทกจากการเดินกระทืบเท้าทำเอาชั้นหนังสือสั่นสะเทือนเบาๆ บ่งบอกถึงความฟิวส์ขาดระดับสิบ รินรดายืนตัวแข็งทื่อ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม สัญชาตญาณการเอาตัวรอดร้องเตือนภัยดังลั่นว่า... *หายนะของจริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปย์และให้กำลังใจกันเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%