เสียงกระแทกของประตูห้องซ้อมดนตรีหลังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ดังสนั่นจนผนังปูนแทบสั่นสะเทือน แต่คนต้นเหตุกลับไม่สนใจสายตาตื่นตะลึงของใครหลายคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้น นายเหนือในชุดช็อปสีเข้มที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการวิ่งตามหาคนตัวเล็กมาครึ่งค่อนวัน ก้าวฉับๆ เข้ามาขวางทางเดินของรินรดาเอาไว้ด้วยใบหน้าบึ้งตึงที่ซ่อนความร้อนรนไว้แทบไม่มิด
“หลบค่ะ ฉันรีบ” รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง เธอพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่คนตัวสูงกว่ากลับขยับกายตามราวกกับจงใจปิดตายทุกเส้นทาง
“ไม่หลบ” นายเหนือสวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้าวทุ้มเจือความเอาแต่ใจตามแบบฉบับเดือนคณะวิศวะผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร “ถ้าเธอยังไม่เคลียร์กับฉันให้รู้เรื่อง วันนี้ก็ไม่ต้องเดินไปไหนทั้งนั้น”
“ฉันไม่มีอะไรจะเคลียร์กับคุณ นายเหนือ... เลิกทำตัวเป็นเด็กไร้เหตุผลสักทีเถอะค่ะ คินเขารอฉันอยู่” รินรดาเอ่ยชื่อไอ้เพื่อนสมัยเด็กที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศออกไปอย่างจงใจ เพื่อหวังจะสะกิดต่อมความหวงก้างของคนตรงหน้าให้ระเบิดออกมา
และเธอก็คิดไม่ผิด เพราะทันทีที่ชื่อนั้นหลุดจากเรียวปากอิ่ม นายเหนือก็พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาทางจมูกสันคม กรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ชelความอดทนที่สะสมมาตลอดสามสัปดาห์พังทลายลงในพริบตา
“หึ... คินเหรอ? ไอ้หมอนั่นมันสำคัญกับเธอมากกว่าฉันตรงไหนวะริน!” นายเหนือเอื้อมมือคว้าข้อแขนเรียวไว้หลวมๆ ไม่ได้บีั้นเค้นให้เจ็บ แต่แรงอารมณ์ที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันร้อนระอุเสียจนคนถูกจับต้องรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอกแกร่ง “ฉันตามง้อเธอจนพลิกมหาลัยคว่ำแล้วนะรินรดา เธอยังจะเอาเวลาไปให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นอีกเหรอ”
“แล้วใครใช้ให้คุณมาง้อล่ะคะ?” รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ทั้งที่หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุตะпкаอกออกมาอยู่รำไร “ในเมื่อคนอย่างนายเหนือรักสนุกแต่ไม่ผูกพัน อย่างที่คุณประกาศกร้าวไว้ตั้งแต่วันแรก... ฉันก็แค่ถอยออกมาให้คุณใช้ชีวิตอิสระไงคะ จะมาตามตื๊อทำไมให้รำคาญใจ”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้นายเหนือชะงักไป ดวงตาคมกราบกวาดมองใบหน้าสวยเชิดที่รั้นจนน่าตีให้เข็ด รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักหนา ก่อนที่ความเกรี้ยวกราดจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายความเจ็บปวดวูบหนึ่งที่ไวกว่าแสง
“ปากเก่งนักนะ...” นายเหนือพึมพำเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวจนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องซ้อมดนตรีเย็นเฉียบ ไหล่กว้างบล็อกทางหนีทีไล่ไว้หมดสิ้น กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนเธอเผลอกลั้นหายใจ
“จะ...จะทำอะไร ถอยไปนะ” รินรดาเริ่มใจคอไม่ดีเมื่อเห็นแววตาของคนตรงหน้าเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของศัตรูคู่กัดที่พร้อมจะปะทะคารม แต่มันคือแววตาของ ‘หมาโบ้’ ที่กำลังจนตรอกและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอกลับคืนมา
“ฉันยอมรับก็ได้วะ...” นายเหนือโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนเธอรู้สึกวูบวาบไปหมด “ว่าฉันมันปากหมา นิสัยเสีย และโง่เง่าที่สุดที่เคยปล่อยให้คนอย่างเธอหลุดมือไป... แต่ถ้ารู้ว่าการไม่มีเธออยู่ข้างๆ มันจะทำให้ฉันเหมือนคนใกล้ตายแบบนี้ ฉันไม่มีทางพูดคำว่าเลิกเด็ดขาด”
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกระตุกวูบอย่างแรง คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของเดือนคณะผู้หยิ่งทะนงคนนี้ มีค่ามากกว่าคำบอกรักนับพันคำสำหรับเธอ แต่นิสัยดื้อรั้นก็ยังทำให้เธอต้องเชิดหน้าไว้ฟอร์ม
“สายไปแล้วค่ะ นายเหนือ... คนเราไม่ได้รอใครอยู่ที่เดิมตลอดเวลาหรอกนะ”
“งั้นก็ไม่ต้องรอที่เดิมไง...” นายเหนือสวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะสะกดจิต “วิ่งมาหาฉัน... หรือไม่ก็ยืนเฉยๆ เดี๋ยวฉันวิ่งไปหาเธอเอง แต่วันนี้... เธอต้องฟังฉันให้จบ”
มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นประคองกรอบหน้าเนียนไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นร้อนที่ส่งผ่านมาทำเอารินรดารู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดหายวับไปกับตา ความโกรธเคืองที่สะสมมานานนับเดือนเริ่มละลายหายไปกับสายตาเวทนาแกแกมเว้าวอนที่เขาไม่เคยใช้กับใครที่ไหนมาก่อน
“ฉันไม่ได้อยากเป็นแค่คนโปรดในสต็อกของเธอ... และฉันก็ไม่สนด้วยว่าไอ้คินมันจะเป็นเพื่อนเธอกี่ปี เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันจะจองตัวเธอไว้คนเดียว... รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างจริงจังและจริงใจ ทำเอาห้องทั้งห้องเงียบสงบลงราวกับโลกหยุดหมุน รินรดารู้สึกได้ถึงความชื้นที่เอ่อล้นขึ้นมาที่ขอบตา เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามกลั้นความรู้สึกพรั่งพรูที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก
“คุณมัน... คนเผด็จการ...” เธอพึมพำเสียงสั่น
“เผด็จการเฉพาะกับเธอคนเดียวนั่นแหละ” นายเหนือยิ้มมุมปาก ยิ้มแรกในรอบเดือนที่ทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูทรงพลังจนใจสั่น “ทีนี้... จะเลิกไปกับไอ้คินแล้วกลับห้องพร้อมฉันดีๆ ได้ยังครับ หรือต้องให้ฉันอุ้มพาดบ่าต่อหน้าคนทั้งคณะจริงๆ”
“ทุเรศ...” รินรดายกมือขึ้นตีไหล่กว้างไปทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ แต่ใบหน้ากลับขึ้นสีแดงระเรื่อจนลามไปถึงใบหู
นายเหนือหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขารวบมือบางทั้งสองข้างมากุมไว้แนบอกตัวเอง ปล่อยให้ความอบอุ่นเชื่อมโยงหัวใจสองดวงที่เคยหมางเมินให้กลับมาเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอีกครั้ง
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเต็มไปด้วยเคมีที่พุ่งพล่านจนคนอ่านต้องจิกหมอนขาดกระวิ้นนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูก็ัเข้ามาขัดจังหวะที่หน้าประตูห้องซ้อมพอดี
“ริน... อยู่ในนี้หรือเปล่า นายเหนือมันทำอะไรเธอรึเปล่า... เฮ้ย!”
ร่างสูงของคินที่ยืนค้ำอยู่ตรงประตูหยุดชะงักทันที ดวงตาคมกริบของเพื่อนสมัยเด็กมองภาพตรงหน้าที่พระเอกกำลังกุมมือแฟนสาวของตนไว้แน่นด้วยแววตาตกตะลึงปนกรุ่นโกรธ ขณะที่นายเหนือหันขวับกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาพิฆาตที่พร้อมจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อได้ทุกเมื่อ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความคลั่งรักของนายเหนือนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 32
ปฏิบัติการง้อแบบคลั่งรัก
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!