"ผมให้เวลาพวกคุณอธิบายสถานการณ์ตรงนี้สามวินาที... ก่อนที่ชื่อของนักศึกษาทุนดีเด่นและเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์จะถูกส่งตัวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการวินัยนักศึกษาในบ่ายวันนี้ครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ดังแทรกขึ้นกลางโถงทางเดินอันเงียบเชียบ แรงกดดันจากอำนาจระดับบริหารพุ่งปะทะเข้าใส่เราสองคนอย่างจัง ฝ่ามือของผมที่กุมข้อมือเรียวของรินรดาเอาไว้แน่นโดยอัตโนมัติเผลอออกแรงบีบมากขึ้นอีกนิดตามสัญชาตญาณการปกป้อง ทว่าหญิงสาวไม่ได้สะดุดหรือพยายามสะบัดหนีเหมือนทุกที ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววพยศและดื้อรั้น กลับนิ่งสนิทจนผมเดาไม่ออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
นี่คือนาทีชี้ชะตา... ไม่ใช่แค่เรื่องอนาคตในรั้วมหาวิทยาลัย แต่เป็นเรื่องของเราสองคน
"ท่านครับ เรื่องทั้งหมด..." ผมขยับตัวก้าวออกไปบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง เตรียมรับแรงกระแทกจากผู้มีอำนาจสูงสุดของคณะ แต่ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบกลับแตะลงที่ท่อนแขนของผมเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
รินรดาค่อยๆ ก้าวออกมาเผชิญหน้ากับอาจารย์คณบดีด้วยท่าทีสงبนิ่ง ทว่าสง่างามและเด็ดเดี่ยวในแบบฉบับของเธอ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวให้เห็นแม้แต่น้อย สมกับเป็นผู้หญิงที่ต่อกรกับนายเหนือคนนี้มาได้ตลอดรอดฝั่ง
"ไม่ต้องหรอกค่ะอาจารย์... หนูเป็นคนต้นเรื่องทั้งหมดเองค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ ท่ามกลางสายตาของเหล่านักศึกษาที่มุงดูอยู่ไกลๆ "ส่วนเรื่องกิจกรรมโปรโมทโปรเจกต์ของภาควิชาที่เราสองคนรับผิดชอบร่วมกัน มันจบลงด้วยดีแล้วค่ะ... ถ้าท่านคณบดีจะลงโทษเรื่องที่พวกเราฝ่าฝืนกฎระเบียบเรื่องการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่สาธารณะ หนูยินดีรับบทลงโทษแต่เพียงผู้เดียวค่ะ"
ผมหันขวับไปมองเธอทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความไม่สบอารมณ์ "รินรดา! พูดบ้าอะไรของเธอวะ เรื่องนี้มัน..."
"เงียบไปเลยนะนายเหนือ!" เธอดุผมเสียงเขียว แต่ดวงตากลับไหววูบด้วยประกายบางอย่างที่ผมอ่านไม่ออก ก่อนจะหันกลับไปสบตาคณบดีนิ่ง "เชิญท่านพิจารณาตามระเบียบได้เลยค่ะ"
คณบดีมองหน้าเราสลับกันไปมา แววตาดุประดุจเหยี่ยวกวาดสำรวจความตึงเครียดที่แผ่ซ่านระหว่างเรา ก่อนที่มุมปากของชายวัยกลางคนจะกระตุกขึ้นคล้ายกำลังอมยิ้มบางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง
"ฉันไม่ใช่คนใจแคบขนาดที่จะทำลายอนาคตของเด็กหัวกะทิสองคนเพียงเพราะเรื่อง 'ความสัมพันธ์ส่วนตัว' หรอกนะรินรดา... แต่จำไว้ว่าที่นี่คือมหาวิทยาลัย ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของพวกเธอสองคน แยกย้ายกันไปเคลียร์ให้เรียบร้อยซะ!"
พูดจบ ท่านก็สะบัดชายสูทแล้วเดินเลี่ยงหายเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ทันที ทิ้งให้ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณอีกครั้ง
ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับคนที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มเบาบางลงแต่หัวใจของผมกลับเต้นระรัวราวกับกำลังวิ่งแข่งมาราธอน
"เล่นบทนางเอกผู้เสียสละเก่งนักนะรินรดา" ผมเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ปิดบังความหวั่นไหวข้างในด้วยฟอร์มจัดตามเคย "คิดว่าเท่มากหรือไงที่โยนความผิดมาให้ตัวเองคนเดียว?"
"แล้วใครใช้ให้นายทำตัวเป็นหมาบ้าวิ่งตามฉันมาถึงนี่เล่า!" เธอตอกกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยตวัดค้อนใส่ผมวงใหญ่ "ถ้าอาจารย์เอาเรื่องขึ้นมาจริงๆ นายคนเดียวเถอะที่จะซวยเพราะประวัติความประพฤติเคยตักเตือนมาแล้วรอบนึง!"
"ก็เพราะฉันเป็นห่วงเธอยังไงล่ะวะ!" ผมเผลอตะคอกออกไปเสียงดังด้วยความอั้นตันที่อัดแน่นมานานหลายวัน "เธอคิดว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ฉันต้องทนเห็นเธอไปไหนมาไหนกับไอ้คิน... ทนทำเป็นเก๊กท่าใส่เธอทั้งที่ใจจะขาดรอนๆ มันง่ายมากหรือไงรินรดา!"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งลงทันทีที่คำสารภาพดิบเถื่อนหลุดจากปากผม ไดอะล็อกที่เต็มไปด้วยความอัดอั้นทำเอาร่างบางที่กำลังตั้งท่าจะเถียงถึงกับชะงักค้างริมฝีปากอ้าค้างเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ไหล่บางที่เคยตั้งตรงค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างเราชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก
"นาย... พูดว่าอะไรนะ" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบາ ราวกับไม่แน่ใจว่าหูตัวเองฝาดไปหรือเปล่า
ผมก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในระยะประชิด ใช้ความสูงที่ได้เปรียบก้มลงมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยคู่นั้น เพื่อยืนยันว่าทุกคำที่พูดออกไปเมื่อครู่มันกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจผู้ชายปากร้ายคนนี้จริงๆ
"ฉันบอกว่า... ฉันหึง" ผมเน้นย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงที่จริงจังที่สุดตั้งแต่เกิดมา "หึงจนแทบคลั่ง ที่เห็นเธอไปยิ้มไปหัว and เดินเคียงข้างไอ้เพื่อนสมัยเด็กบ้าบออะไรนั่น! ฉันไม่อยากเป็นแค่คนโปรดในรายชื่อของเธอ รินรดา... ฉันอยากเป็นคนเดียวคนนั้น... คนที่ได้ยืนข้างๆ เธอแบบนี้ ตลอดไป"
รินรดานิ่งงิ่งไปสนิท เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าสวย เปลือกตากลีบกุหลาบกะพริบถี่เพื่อซ่อนความไหววูบในแววตา มือเล็กที่เคยกำแน่นค่อยๆ คลายออก ก่อนที่เธอจะหลบสายตาผมด้วยความเขินอายที่ปิดไม่มิด ใบเนียนขาวผ่องเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู
"คน... คนฉวยโอกาส" เธอพึมพำเสียงเบาหวิว มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกผมเบาๆ เป็นเชิงแก้เก้อ "ใครบอกนายกันล่ะว่าฉันเลือกไอ้คิน... หมอนั่นมันก็แค่เพื่อนสมัยเด็กที่กลับมาเยี่ยมบ้านเฉยๆ ต่างหากเล่า นายต่างหากล่ะที่คิดไปเองคนเดียวแล้วทำตัวงี่เง่าใส่ฉันก่อน!"
"อ้าวจØ! เธอก็เลยแกล้งทำเป็นสนิทกับมันเพื่อประชดฉันเนี่ยนะ?" ผมเลิกคิ้วสูง ความโล่งใจและดีใจตีรวนขึ้นมาจนเกือบจะหลุดยิ้มกว้าง แต่ก็ต้องรีบฟอร์มทำเป็นดุกลบเกลื่อน "ผู้หญิงอันตรายจริงๆ นะเธอเนี่ย"
"สมน้ำหน้า! อยากปากแข็งดีนักนี่" เธอยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ "ถือเป็นการดัดนิสัยเดือนคณะวิศวะจอมหยิ่งไงคะ นายจะได้จำไว้ว่าอย่ามาทำเป็นเก๊กใส่ฉันอีก"
ผมหัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นเขี้ยวเต็มประดา มือหนาเอื้อมออกไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่ปล่อยให้เธอทันได้ตั้งตัว ร่างบางอุทานเบาๆ ก่อนจะเซเข้ามาชนแผงอกผมพอดิบพอดี กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเส้นผมสลวยลอยเข้าจมูกจนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ
"ปล่อยนะนายเหนือ! เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าอีก" เธอตีแขนผมดังเพียะ แต่แรงปะทะนั้นเบาหวิวเสียยิ่งกว่ามดกัด
"ไม่ปล่อย... จับแน่นขนาดนี้แล้ว ใครจะกล้าปล่อยให้โง่ล่ะครับ" ผมกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเธอ ร้อนจนรินรดาต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้ "ไหนๆ ก็เคลียร์กันเข้าใจแล้ว ตกลงว่าเธอจะยอมใจอ่อนให้อภัยหมาโบ้ตัวนี้หรือยัง หืม... รินรดา?"
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับผมอีกครั้ง ประกายความหวานเชื่อมในแววตานั้นทำเอาสติผมเตลิดไปไกลลิบ ริมฝีปากอิบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนที่เธอจะยอมพยักหน้าน้อยๆ เป็นคำตอบ
"ก็ได้... ฉันยอมให้นายก็ได้ นายเหนือ" เธอกระซิบตอบเสียงเบาหวิว ชวนให้หัวใจพองโตจนคับอก
ผมยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เตรียมจะก้มลงไปมอบรางวัลให้คนปากแข็งเสียหน่อย ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของเราจะขยับเข้าใกล้กันมากกว่านี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อผมจากปลายทางเดินก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"ไอ้เหนือ! ทางคณะเรียกประชุมด่วนเรื่องโปรเจกต์... เฮ้ย! กูมาขัดจังหวะอะไรมึงหรือเปล่าเนี่ย?"
ไอ้กรณ์เพื่อนสนิทตัวดีโผล่พรวดพราดเลี้ยวโค้งมาพร้อมกับแฟ้มเอกสารเต็มมือ ก่อนจะเบรกเอייהดกะทันหันเมื่อเห็นภาพเราสองคนกอดเกยกันกลมดิ๊ก รอยยิ้มล้อเลียนผุดขึ้นบนใบหน้ามันทันที
รินรดาหน้าแดงแจ๋ด้วยความอาย เธอออกแรงผลักผมสุดแรงจนผมต้องยอมถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเตลิดหายลับไปทางบันไดหนีไฟอย่างรวดเร็ว ทิ้งผมให้ยืนค้างอยู่กลางโถงทางเดิน
ผมหันไปถลึงตาใส่ไอ้เพื่อนตัวดีที่ยืนยิ้มแห้งๆ ส่งสัญญาณมือขอโทษขอโพยพัลวัน
"มึงมาได้จังหวะนรกมากไอ้กรณ์..." ผมเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด
"เอาน่าเพื่อน ความรักของมึงใกล้จะเข้าวินอยู่รอมร่อแล้ว... แต่บอกไว้ก่อนนะว่าข่าวลือเรื่องที่มึงโดนคณบดีเรียกตัวเมื่อกี้ มันกำลังแพร่สะพัดไปทั่วกรุ๊ปไลน์คณะวิศวะแบบเรียลไทม์แล้วเว้ย!" ไอ้กรณ์ทำหน้าตื่นตระหนกยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอแสดงแชทกลุ่มที่มีข้อความรัวเป็นร้อยข้อความมาตรงหน้าผม
ผมก้มลงมองหน้าจอ... และสิ่งแรกที่ปรากฏหราอยู่บนโพสต์ท็อปปิกฮอตฮิตของเพจมหาลัยในวินาทีนั้น คือภาพถ่ายโคลสอัปช็อตเด็ดตอนที่ผมกำลังโน้มหน้าลงไปกระซิบข้างหูกับรินรดาเมื่อครู่พอดิบพอดี! พร้อมกับแคปชั่นเด็ดสะระตี่ที่ทำเอาผมต้องกรามกระตุก
*“ด่วน! หรือเดือนคณะวิศวะคนดังกำลังจะสละโสดให้กับดาวคณะบริหารตัวแม่ตัวมัม? ตามสืบด่วนว่างานนี้ใครวินใครนิว!”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักของนายเหนือและรินรดามาจนถึงตอนนี้นะครับ
---
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 31
นาทีชี้ชะตา
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!