“ถ้าจะซื้อขนาดนี้ ก็เปิดร้านขายของชำในหอพักเลยไหมครับคุณหนูรินรดา?”
เสียงทุ้มต่ำติดจะยียวนของ 'นายเหนือ' ดังขึ้นข้างหู ขณะที่ผมกำลังยืนงงอยู่หน้าตู้ล็อกเกอร์ในคณะ เพราะจู่ๆ บรรดากล่องพัสดุแบรนด์เนมและถุงของกินระดับพรีเมียมก็กองพะเนินจนแทบจะปิดทางเดิน แถมนักศึกษาคนอื่นๆ ที่เดินผ่านไปมาต่างก็หยุดชะงัก สายตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่แทบจะทิ่มแทงเข้ามา
ผมหันขวับไปมองไอ้คนต้นเรื่องที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างหลัง กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของเขาผสมกับกลิ่นไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในตึกวิศวะทำให้ผมใจเต้นผิดจังหวะ นายเหนือในชุดช็อปสีเข้มดูดีจนน่าหมั่นไส้ เขาสอดมือเข้าในกระเป๋ากางเกง มองกองของพะเนินตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉยเหมือนคนไม่ได้ทำอะไรผิด
“คุณนั่นแหละที่เป็นคนสั่งมา นายเหนือ... คิดจะทำอะไร?” ผมกดเสียงต่ำถามเขาพลางถอยหลังหนีหนึ่งก้าว “เราตกลงกันแล้วนะว่าเรื่องของเรามันเป็นแค่... เป็นแค่เรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ให้เอามาป่าวประกาศแบบนี้”
นายเหนือยักไหล่ มุมปากหยักยิ้มร้ายตามสไตล์คนมั่นหน้า “ผมแค่เห็นว่าช่วงนี้คุณดูผอมลง กินข้าวบ้างสิ อย่ามัวแต่เอาเวลาไปสนใจ 'เพื่อนสมัยเด็ก' ที่เพิ่งบินกลับมาจากนอกจนลืมดูแลตัวเอง”
คำว่า 'เพื่อนสมัยเด็ก' ถูกเน้นเสียงชัดเจน ผมกัดฟันแน่น รู้ดีว่าเขาหมายถึง 'คิน' ที่เพิ่งทักแชทผมมาเมื่อเช้า นี่เขาแอบอ่านแชทผมอีกแล้วหรือไง?
“เรื่องของฉันครับ” ผมสวนกลับทันควัน พยายามคุมสติให้มั่น “อีกอย่าง ของพวกนี้มันเกินไป นายจะเอาเงินไปละลายแม่น้ำแบบนี้ไม่ได้นะ คนเขามองกันทั้งคณะแล้ว”
“ก็ให้เขามองไปสิครับ” นายเหนือขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังผมชนกับล็อกเกอร์ เขาโน้มตัวลงมา กั้นทางหนีด้วยแขนข้างหนึ่ง “จะได้รู้กันไปเลยว่า 'ยัยเด็กเลี้ยง' ของผม... ผมเปย์หนักแค่ไหน ใครจะกล้าแตะต้องก็ลองดู”
เสียงฮือฮารอบข้างดังขึ้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ผมรู้สึกถึงสายตาหลายสิบคู่ที่จ้องมองมา ยิ่งเห็นท่าทางหวงก้างแบบหมาหวงถิ่นของเขา ผมยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็นเป้าสายตาของคนทั้งคณะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ใครเป็นเด็กเลี้ยงของนาย... พูดใหม่เดี๋ยวนี้!” ผมเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ใจจะสั่นระรัว
“ไม่ได้เป็นเหรอ?” นายเหนือเลิกคิ้ว สายตาคมปลาบกวาดมองไปที่คอเสื้อผมก่อนจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปาก “งั้นที่ผมทำรอยไว้เมื่อคืน... คงเป็นแค่อุบัติเหตุสินะครับ?”
ผมหน้าแดงวาบจนถึงใบหู รีบยกมือขึ้นปิดคอเสื้อตัวเองตามสัญชาตญาณ หมอนี่มันบ้าไปแล้ว! เขาฉวยโอกาสตอนที่ผมเผลอขยับตัวเข้ามาประชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายเขา ก่อนจะกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่ากลัว
“อย่าคิดจะเอาใจออกห่างไปหาใครหน้าไหนอีก รินรดา... เพราะต่อให้คินมันจะสนิทกับคุณแค่ไหน แต่มันไม่มีวันให้คุณได้เท่าที่ผมให้”
เขาผละออกห่างอย่างสง่างาม ทิ้งให้ผมยืนค้างอยู่กลางฝูงชน ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลในใจของผมและสายตาของเพื่อนร่วมคณะที่ดูจะทวีความสนใจในตัวผมมากขึ้นเป็นทวีคูณ
ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะก้มลงเก็บถุงพัสดุชิ้นหนึ่งขึ้นมา แต่ทว่า... จังหวะที่กำลังจะก้มลง สายตาของผมก็เหลือบไปเห็น 'ใครบางคน' ที่เพิ่งเดินเข้ามาในโถงตึก
ไม่ใช่คิน... แต่เป็น 'พี่ริน' รุ่นพี่ที่แอบชอบนายเหนือมาตั้งแต่วีคแรกที่เปิดเทอม เธอยืนกำหมัดแน่น มองมาทางผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังและขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าตรงมาหาผมด้วยท่าทางที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
ผมรู้ทันทีว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะพัดเข้าหาตัวผม และดูเหมือนนายเหนือจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ผมรับมือคนเดียวอีกแล้วครับ
...
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของคู่กัดคู่นี้มาถึงตอนที่ 14 นะครับ สแลมดังก์สื่อรักสัญญาว่าจะชู้ตความฟินให้ลงห่วงในตอนหน้าอย่างแน่นอนครับ
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 14
ยัยเด็กเลี้ยงของนายเหนือ
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!