เสียงปิดประตูกระจกห้องซ้อมดึงดูดสายตาทุกคู่ในห้องให้หันขวับ แต่สำหรับผมแล้ว สิ่งเดียวที่ดึงดูดความสนใจไม่ใช่การปรากฏตัวของ 'คิน' แต่เป็นรอยช้ำสีจางบริเวณมุมปากของรินรดาที่เพิ่งโดนแรงกระแทกจากอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ก่อนหน้านี้ต่างหาก
เลือดในกายผมพุ่งพล่านขึ้นสู่สมองในเสี้ยววินาทีเดียว!
"นายเหนือ... นายเข้ามาทำไมเนี่ย" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความตกใจ เมื่อร่างสูงโปร่งของผมก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวเธอโดยไม่สนสายตาของใครทั้งสิ้น
"เธอถามผมเหรอ ริน" ผมแค่น้ำเสียงลอดไรฟัน ตาดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังไอ้คินที่ยืนทำหน้าสงสัยอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว "ถามได้หน้าตาเฉยมากนะ ทั้งที่ตัวเองเจ็บตัวกลับปล่อยให้ไอ้บ้านี่มันยืนทำหน้าเอ๋ออยู่ได้ตั้งนานสองนาน"
"นี่! ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แค่มุมปากแตกนิดเดียว..." รินรดาเถียงกลับทันควันตามนิสัยคนปากเก่ง พร้อมกับเบี่ยงตัวหนีมือผมที่เอื้อมไปหมายจะแตะสำรวจแผลใกล้ๆ
"นิดเดียวบ้าอะไรวะ!" ผมหลุดเสียงดังใส่โดยไม่ทันยั้งคิด ความหงุดหงิดที่อัดอั้นมาตั้งแต่เห็นเธอเดินมากับมันระเบิดออกมาเป็นความร้อนรุ่มในอก "เธอนี่มันดื้อด้านไม่เคยเปลี่ยนเลยรินรดา! ถ้าผมไม่เดินเข้ามาดูเอง ป่านนี้เธอคงปล่อยให้แผลมันอักเสบจนได้เรื่องไปแล้วมั้ง!"
บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบกริบลงทันตาเห็น แม้แต่ไอ้คินยังหุบยิ้มแล้วมองหน้าผมสลับกับรินรดาด้วยสายตาประเมิน
รินรดาเองก็ชะงักไป ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินประโยคที่ผมหลุดปากออกไปด้วยความร้อนใจล้วนๆ
ผมเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอกราวกับนักกีฬาบาสเกตบอลที่กำลังเลี้ยงลูกฝ่าแนวรับในช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลา... *ให้ตายสิ ผมหลุดปากพูดอะไรออกไปวะเนี่ย* แทนที่จะทำตัวเท่ๆ คูลๆ ตามฟอร์มเดือนคณะวิศวะที่แสนหยิ่งทะนงตัว ผมดันแสดงอาการ 'หมาหวงก้าง' ออกมาให้เธอกับไอ้บ้านั่นเห็นซะหมดรูปเลย
"นาย... ห่วงฉันเหรอ?" เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบา ร่องรอยความท้าทายในแววตาของเธอหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายความไหววุ่นที่ยากจะคาดเดา
"ใครห่วงเธอ อย่ามาหลงตัวเองน่าริน" ผมรีบปฏิเสธเสียงแข็งกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู "ผมแค่... รำคาญที่เห็นคนในความดูแลของผมต้องมาเจ็บตัวในเขตคณะวิศวะต่างหาก มันเสียชื่อผมหมด!"
"คนในความดูแล?" รินรดาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความหมั่นไส้ให้ผมได้อีกรอบ "ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ฉันไปอยู่ในความดูแลของนาย นายเหนือคนปากเสีย"
"ก็ตั้งแต่ที่เธอ..."
ผมชะงักคำพูดไว้แค่นั้น เมื่อจังหวะที่ก้าวเข้าไปใกล้เพื่อจะกดดันเธอให้เลิกเถียง ทำให้ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ ของเราปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงความสั่นไหวในบรรยากาศ
ดวงตากลมโตคู่นั้นช้อนขึ้นมองผม นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของผมที่กำลังแสดงความกระวนกระวายใจออกมาอย่างชัดเจน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสติสัมปชัญญะของผมกำลังจะหลุดลอยไปกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากตัวเธอ
"นายเหนือ..." เสียงทุ้มของคินดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบที่ชวนใจเต้นแรง "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว รินรดาต้องไปทำแผล... และอีกอย่าง เธอก็ไม่ได้อยู่ในการดูแลของนายสักหน่อย"
ไอ้คินก้าวเข้ามาแตะที่ไหล่บางของรินรดาเบาๆ เป็นเชิงแสดงความเป็นเจ้าของวัยเด็ก ทว่าเพียงแค่ปลายนิ้วมันแตะโดนตัวเธอ ร่างกายผมก็ขยับไปเร็วกว่าความคิด มือหนาปัดมือมันออกทันทีด้วยความหงุดหงิดพุ่งพล่าน
"ถอนมือเน่าๆ ของแกออกไปจากตัวเธอเลยนะไอ้คิน!" ผมตวาดกร้าว นัยน์ตาวาวโรจน์จนคนในห้องพากันถอยกรูด
รินรดาตกใจกับปฏิกิริยาของผม เธอรีบดึงแขนผมไว้ทันที "นายเหนือ! พอได้แล้ว อย่าหาเรื่องเขานะ!"
"ผมไม่ได้หาเรื่อง แต่มัน..." ผมหันไปสบตากับเธอ คำพูดมากมายที่อัดอั้นอยู่ในใจกำลังจะพรั่งพรูออกมาเพื่อประกาศให้เธอรู้ชัดๆ ว่าทำไมผมถึงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เวลาที่มีไอ้เวรนี่เข้ามาใกล้
แต่ทว่า... ก่อนที่ผมจะได้พูดคำว่า *"เพราะผมหึงเธอน่ะสิ!"* ออกไป ประตูห้องซ้อมที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของบุคคลที่สามที่ทำให้ทุกอย่างในห้องหยุดชะงักงงงัน
"พี่เหนือคะ! อยู่นี่เอง มะปรางตามหาซะทั่วเลย..."
รี้ดเดอร์ที่รักครับ งานนี้บอกเลยว่าสนามอารมณ์กำลังเดือดพล่านแล้วล่ะครับ มาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าผมจะแก้สถานการณ์นี้ยังไง!
"สแลมดังก์สื่อรัก" ครับ
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 13
คำสารภาพที่ไม่ตั้งใจ
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!