เปาะแปะ... ซ่า!
เสียงเม็ดฝนที่เทกระหน่ำลงมากระเบื้องหลังคากระจกของสตูดิโอโปรเจกต์คณะสถาปัตย์ดังสนั่นจนกลบเสียงรอบตัวจนหมดสิ้น ทว่ามันยังดังไม่เท่าเสียงหัวใจของผมที่กำลังเต้นโครมครามอยู่ในอก ท่ามกลางความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟนีออนสีส้มจากลานจอดรถด้านนอกสาดส่องเข้ามาผ่านม่านหยาดน้ำค้าง
ผม—นายเหนือ เดือนคณะวิศวะที่ใครต่อใครบอกว่าหยิ่งนักหยิ่งหนา กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โดยมี รินรดา ยืนจ้องหน้าผมอยู่ด้วยแววตาเอาเรื่องไม่แพ้กัน
เราสองคนติดอยู่ในตึกนี้หลังเลิกประชุมโปรเจกต์กลุ่ม... และใช่ พายุฝนฟ้าคะนองกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์แบบไม่เกรงใจใคร ตัดขาดโลกภายนอกด้วยน้ำที่ท่วมขังสูงจนรถเล็กผ่านไม่ได้ ชนิดที่เรียกว่า "สถานการณ์บังคับ" ของแท้
"มองอะไรคะ คุณนายเหนือ" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อเชิดขึ้นอย่างท้าทาย เธอปอยผมเปียกชื้นที่ลู่แนบแก้มเนียนออกด้วยหลังมือ ท่าทางแบบนั้น... ให้ตายเถอะ มันช่างยั่วโมโหและน่าจับมาฟัดให้หายหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน
"ไม่ได้มอง... เปล่าสักหน่อย" ผมเบนสายตาหนีไปทางอื่นอย่างเสียฟอร์ม มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการร้อนรนที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่านขึ้นมาในกระแสเลือด "แค่คิดว่า... ทำไมเธอถึงชอบทำให้หงุดหงิดนักวะ"
"อ้าว! พูดดีๆ นะคะคุณชายวิศวะ ฉันไปทำอะไรให้คุณหงุดหงิดทราบ?" รินรดาก้าวเข้ามาประชิดตัวขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่เธอยังคงใช้ลอยแตะจมูกผมเต็มๆ จนสติที่ตั้งไว้เริ่มกระเจิง "หรือว่าหงุดหงิดที่เห็นฉันคุยกับไอ้คินมันเมื่อตอนเย็น?"
จึก!
โดนใจดำเข้าเต็มเปาจนผมต้องหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างคาดโทษ รินรดานี่มัน... ร้ายกาจเป็นบ้า รู้ทันผมไปเสียหมดทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของ "คิน" เพื่อนสมัยเด็กที่เพิ่งย้ายกลับมาจากต่างประเทศและทำท่าเหมือนอยากจะทวงคืนสถานะพิเศษจากคนของผม
"ฉันจะไปหงุดหงิดไอ้หมอนั่นทำไม มันเป็นใคร หน้าตาเหوليสู้ฉันก็ไม่ได้ นิสัยก็งั้นๆ" ผมแค่น้ำเสียงขึ้นจมูก พยายามทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งที่ข้างในมันร้อนรุ่มยิ่งกว่าโดนไฟเผา
"เหรอคะ? งั้นทำไมตอนที่คินมันยื่นร่มให้ฉันเมื่อกี้ คุณถึงทำหน้าเหมือนอยากจะกระโจนเข้าไปต่อยปากมันล่ะคะ" รินรดายิ้มมุมปาก ยิ้มแบบที่ผู้หญิงฉลาดเป็นกรดใช้เวลาถือไพ่เหนือกว่า "หึงเหรอคะ... หืม?"
คำว่า 'หึง' พุ่งชนเข้ากลางหน้าอกจนผมพูดไม่ออก ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเข้าประชิดจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางหนังสือด้านหลังโดยปริยาย พื้นที่ระหว่างเราแคบลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ ผมใช้มือข้างหนึ่งค้ำขอบชั้นหนังสือไว้ กั้นเธอให้อยู่ในอาณาเขตของผมคนเดียว สายตาคมก้มมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเก่งนักหนาด้วยความรู้สึกที่ยากจะควบคุม
"ใช่... หึง" ผมตัดสินใจพูดมันออกไป เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความดุดันที่เก็บไว้ไม่ไหวอีกต่อไป "พอใจหรือยัง? ฉันหึงจนแทบบ้าอยู่แล้ว รินรดา!"
ดวงตากลมโตของรินรดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความท้าทายในแววตาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะซ่อนมันไว้ภายใต้รอยยิ้มหยันตามประכולคนปากแข็ง
"พูดบ้าอะไรของคุณ..." เธอพึมพำเบาๆ หลบสายตาผมที่ร้อนแรงเสียจนเกือบจะละลายร่างเธอได้อยู่แล้ว "เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย... อื้อ!"
ผมไม่ปล่อยให้เธอได้พูดจาใจร้ายใส่ผมอีกต่อไป มือหนาข้างที่ว่างเอื้อมไปประคองท้ายทอยนุ่มมือ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นมารับสัมผัสที่ผมอดกลั้นมานานนับเดือน ริมฝีปากหนาประกบจูบลงไปบนกลีบปากอิ่มนุ่มทันทีโดยไม่มีการลังเล
ตอนแรก รินรดาทำท่าจะขัดขืน มือเล็กๆ ทุบลงบนอกผมเบาๆ แต่มีหรือที่คนอย่างนายเหนือจะยอมปล่อยเหยื่อที่เดินเข้ามาในกรงเสืออย่างสมัครใจ เมื่อลิ้นร้อนล้ำลึกเข้าไปชิมความหวานและตักตวงความดื้อรั้นจากโพรงปากอุ่น ความแข็งกร้าวทั้งหมดของเธอก็พังทลายลงในพริบตา ร่างบางอ่อนระทวย มือที่เคยผลักไสเปลี่ยนมาขยุ้มเสื้อเชิ้ตผมแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานไปกับเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดด้านนอก
มันคือจูบที่เปรียบเสมือนการชู้ตลูกลงห่วงในวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน... ดุดัน รวดเร็ว และเดิมพันด้วยหัวใจทั้งดวง
ผมผละริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อให้เราได้โกยอากาศเข้าปอด ปลายจมูกของเรายังคงคลอเคลียกันอยู่ ความใกล้ชิดนี้ทำให้ผมเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาท
"ทีนี้... ยังกล้าบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันอีกไหม" ผมกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากเฉียดผ่านแก้มเนียนร้อนผ่าวอย่างถือสิทธิ์ "จำใส่สมองไว้รินรดา... ผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ และผมก็ไม่มีวันยอมให้ไอ้หน้าไหนมาแย่งคุณไปจากผมด้วย"
รินรดากัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอเม้มปากอย่างคนกำลังชั่งใจและพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมา
"คุณมัน... เอาแต่ใจที่สุด นายเหนือ" เธอพึมพำเสียงสั่นพร่า ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยประโยคถัดมาเพื่ออธิบายความรู้สึกในใจ
แกร๊ก!
เสียงบิดลูกบิดประตูด้านหน้าสตูดิโอที่ควรจะถูกล็อคสนิทดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน ร่างสูงของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังบานประตูที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยแสงไฟสลัว ทำให้ลมหายใจของเราสะดุดกึกลงทันที
"ริน... อยู่ข้างในหรือเปล่า พอดีพี่เอา..."
เสียงทุ้มคุ้นหูของคินที่ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับการก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ทำให้เลือดในกายผมพุ่งพล่านขึ้นสู่สมองในเสี้ยววินาทีเดียว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและร่วมลุ้นไปกับความคลั่งรักของนายเหนือด้วยกันเสมอนะครับ
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 12
คืนที่ฝนตกกับใจที่ไม่รักดี
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!