ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 29

หมาโบ้ปรากฏกาย

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
“ถอยไป” เสียงหวานใสที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มของรินรดาไม่ได้เจือแววสั่นเครือเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือน้ำเสียงที่ประกาศกรวดร้าวชัดเจนว่าเธอกำลังรักษาระยะห่างจากผมอย่างถึงที่สุด ทว่าสิ่งที่ทำให้เส้นเลือดขมับของผมเต้นตุบๆ จนแทบจะระเบิดออกมา ไม่ใช่ท่าทีเย็นชาไร้เยื่อใยนั้น หากแต่เป็นไอ้ท่าทางยืนบังรัศมีและรอยยิ้มกวนประสาทของ ‘คิน’ ที่จงใจก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเราสองคนราวกับประกาศตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ผมส่งสายตาวาวโรจน์คมกริบราวกับใบมีดโกนพุ่งตรงไปยังไอ้เพื่อนสมัยเด็กของเธอที่กำลังยักคิ้วหลิ่วตาใส่ผมอย่างไม่สะทกสะท้าน “ไงวะเหนือ หน้าตาดูเครียดๆ นะ มารังควานอะไรยัยรินเขาอีกรึเปล่า” คินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยียวนประสาท พลางยกมือขึ้นโอบไหล่บางของรินรดาอย่างสนิทสนมเกินเหตุ ภาพนั้นทำเอาต่อมความอดทนเส้นสุดท้ายในตัวผมขาดผึ่งลงทันที ปฏิกิริยาของผมไม่ใช่การพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อแบบพวกอันธพาลข้างถนน แต่มันคือการก้าวเท้าเข้าประชิดด้วยความเร็วสูงชนิดที่คินเองก็ชะงักไปชั่วขณะ มือหนาของผมเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของรินรดาที่ยืนอยู่ข้างไอ้บ้านั่นทันที แรงดึงไม่ได้รุนแรงจนเธอเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาดพอจะกระชากร่างบางให้หลุดพ้นจากการโอบกอดของศัตรูหัวใจหัวข้อใหญ่ “เฮ้ย!” คินอุทานเสียงหลง สีหน้ากวนๆ เปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นผมทำจริง “กูไม่ได้มาเล่นขายของ” ผมกดเสียงต่ำลอดไรฟัน สายตาไม่ได้มองไอ้คินเลยแม้แต่น้อยเพราะมันถูกตรึงไว้ที่ใบיหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนกของคนที่ผมกำข้อมือเอาไว้ “ริน... กลับไปคุยกันดีๆ” “ปล่อยนะเหนือ นายไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้!” รินรดาพยายามบิดข้อมือหนี ดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธขึง เธอยิ่งดิ้น ผมก็ยิ่งรู้สึกลึกๆ ว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียเธอไปจริงๆ หากยังใช้ความแข็งกร้าวเข้าแลกแบบนี้ แต่ใครสนวะ? ในเมื่อตอนนี้ศักดิ์ศรี ทิฐิ หรือแม้กระทั่งความหยิ่งทะนงตัวของเดือนวิศวะมันไม่มีค่าอะไรเลยเทียบกับการไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอ “ฉันไม่ปล่อย” ผมพูดเสียงกร้าวแต่แฝงความสั่นพร่าที่พยายามสะกดกลั้นไว้ “ต่อให้เธอจะด่าฉัน จะเกลียดฉัน หรือไล่ฉันยังไง ฉันก็ไม่ปล่อยเด็ดขาด” “แต่ฉันรำคาญนาย!” คำพูดสั้นๆ เหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ แต่ผมไม่มีเวลามานั่งเจ็บปวดกับมัน เพราะไอ้คินมันดันยื่นมือเข้ามาหมายจะแกะมือผมออกจากข้อมือรินรดา “ยูช่วยฟังภาษาคนไม่ออกรึไงวะ ยัยรินเขาบอกว่าไม่ต้องการคุยด้วย” คินทำเสียงแข็งใส่ผมบ้าง บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นจนผู้คนแถวนั้นเริ่มหันมามอง ผมหันขวับไปจ้องหน้ามัน ดวงตาคงลุกเป็นไฟไปแล้วจริงๆ “เสือกอะไรด้วยวะ! เรื่องของกูสองคน มึงถอยไปก่อนที่กูจะหมดความอดทนกับมึงจริงๆ” “เหนือ! หยุดทำตัวไร้เหตุผลแบบนี้สักทีนะ!” รินรดาตบะแตก เธอกระชากแขนตัวเองสุดแรงจนหลุดพ้นจากการเกาะกุมของผมได้สำเร็จ ดวงตาคู่สวยคลหน่วยน้ำตาแต่เธอพยายามกะพริบไลืมันกลับเข้าไปอย่างแข็งกระด้าง “ถ้าคิดจะมาเพื่อเอาชนะใคร หรือแค่มาทำตามฟอร์มงี่เง่าของนาย... ก็กลับไปซะเถอะ ฉันไม่ได้ว่างมาเล่นเกมงี่เง่ากับนายหรอกนะ” ประโยคนั้นทำเอาผมชาไปทั้งตัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความว่างเปล่าหน่วงหนักที่กลางอก ร่างบางหันหลังให้ผมทันทีโดยไม่รอฟังคำแก้ตัวใดๆ เธอกำลังจะเดินจากไปพร้อมกับไอ้คินที่ส่งยิ้มเยาะเย้ยส่งท้ายให้ผมแบบผู้ชนะ จังหวะนั้นเอง... ทิฐิที่เคยค้ำคออยู่ว่าผมคือ ‘นายเหนือ’ คนที่ยอมก้มหัวให้ใครที่ไหน ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ มันพังทลายลงไม่เป็นท่า “เดี๋ยวก่อนริน!” ผมตะโกนเรียกชื่อเธอเสียงดังแข่งกับเสียงรอบข้าง ร่างบางชะงักฝีเท้าแต่ยังไม่ยอมหันกลับมามอง ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธออีกครั้งด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่คนอย่าง ‘นายเหนือ’ ไม่เคยทำกับใครหน้าไหนมาก่อนในชีวิต ผมทิ้งตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นตรงหน้าเธอท่าสายตานับสิบของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นชั่วขณะ แม้แต่ไอ้คินยังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง รินรดารีบหันขวับกลับมามองด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพของผมในตอนนี้ “นะ...นายทำบ้าอะไรเนี่ย ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะเหนือ!” รินรดาเสียงสั่น เธอพยายามก้มลงมาดึงแขนผมให้ลุกขึ้น แต่ผมกลับคว้ามือทั้งสองข้างของเธอมากุมไว้แน่น ฝ่ามือของผมชื้นเหงื่อแต่ความอบอุ่นที่ส่งผ่านไปนั้นชัดเจน “ฉันยอมแล้ว” ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เหลือเพียงความเว้าวอนและยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองอย่างราบคาบ “ฉันยอมทิ้งทุกอย่าง ทิ้งทั้งทิฐิเฮงซวย ทิ้งฟอร์มบ้าบอที่เคยมี... ยอมเป็นหมาให้เธอด่า ยอมให้เธอเป็นคนชนะทุกอย่างเลยก็ได้ ริน...” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ดวงตาคู่สวยไหวระริก น้ำใสๆ เออคลอหน่วยอย่างปิดไม่มิด “อย่าใจร้ายกับฉันนักเลยนะ...” ผมพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างไม่อายฟ้าดิน “ถ้าไม่มีเธออยู่ข้างๆ... ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าจะรักษาฟอร์มบ้าๆ พวกนั้นไปเพื่ออะไร” บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง ไดอะล็อกและคำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจทำให้ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแทรกขึ้นมาอีก แม้แต่ไอ้คินก็ถอยฉากออกไปเงียบๆ อย่างรู้สถานการณ์ รินรดายืนนิ่งอย่างไร้การเคลื่อนไหว เธอมองหน้าผมนานนับนาทีราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความรู้สึกทั้งหมดในใจ ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มนั้นจะเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นสะอื้น เธอย่อตัวลงช้าๆ จนระดับสายตาของเราอยู่ในระนาบเดียวกัน มือเรียวเล็กยกขึ้นประคองใบหน้าของผมที่กำลังเงยขึ้นมองเธอด้วยความลุ้นระทึก หัวใจผมเต้นกระหน่ำจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกเมื่อนิ้วเรียวนั้นเกลี่ยรอยเปื้อนฝุ่นที่แก้มผมอย่างเบามือ “คนบ้า...” เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากเธอ พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม “ทำไมเพิ่งมาพูดเอาตอนนี้เล่า...” ผมกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำสัญญาบางอย่างเพื่อรั้งเธอไว้ให้อยู่หมัด ทว่าก่อนที่คำพูดประโยคสำคัญจะหลุดออกจากปาก ร่างของใครอีกคนก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างเราด้วยความเร็วสูง พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบลงในพริบตา “ริน! แย่แล้ว! รีบไปดูที่ตึกคณะด่วนเลย... แม่ของแกเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของนายเหนือและรินรดานะครับ
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%